ใบประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/903 หน้าแรก   I   กำหนดการดูนก   I   วาดภาพธรรมชาติ  I  ละเมาะไม้  I  ติดต่อเรา  
นกขัติยา
» ผู้ที่สนใจหรือเริ่มต้นดูนก
ดู นก ทำไม ?
การดูนก การจำแนกชนิดเบื้องต้น
การเลือกซื้อกล้องส่องทางไกล
แหล่งดูนกในประเทศไทย
ดูนกในป่า
» ผู้ที่ดูนกอยู่แล้ว
คู่มือรายชื่อนกพื้นที่ต่าง ๆ
คู่มือรายชื่อนกประเทศไทย
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของโลก
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของไทย
» ความรู้เกี่ยวกับนก
สถานภาพนกแบ่งตามฤดูกาล
สถานภาพนกแบ่งตามการอนุรักษ
New Bird Recoeds for Thailand 1989-1999
» เรื่องเขียนที่น่าสนใจโดย :
กมล โกมลผลิน
ชี่-วิด
ฟิลลิป ราวด
» สมุดเยี่ยม
ทักทาย
เยี่ยมชม
ภาพวาดประกอบนำมาจาก สมุดบันทึกของ กมล โกมลผลิน
มุมเรียนรู้ : ผู้ที่สนใจหรือเริ่มต้นดูนก
การดูนก คืออะไร
โดย กมล โกมลผลิน
เราได้อะไรจากการดูนก   นกให้ประโยชน์อย่างไร   เริ่มต้นดูนกอย่างไร   การจำแนกชนิดนกเบื้องต้น

» การดูนกคืออะไร

การดูนก เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งแสดงถึงความสนใจต่อสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ รอบๆตัวเรา และนกเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การได้รู้จักและมีความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับนก คือการเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆในธรรมชาติ ที่เรียกว่า ระบบนิเวศ อันมีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์อย่างแน่นแฟ้นด้วยเช่นเดียวกัน

» เราได้อะไรจากการดูนก

การออกไปดูนก ทำให้เรามีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ซึ่งเป็นการพักผ่อน คลายความตึงเครียดจากภาระกิจการงาน ได้รับความเพลิดเพลิน มีความสุขสงบอยู่ในที่อากาศบริสุทธิ์และมีโอกาสเดินออกกำลังกาย โดยการดูนกในเวลาเช้าตรู่ นอกจากนั้นแล้วการดูนกยังทำให้เราได้รู้จักพื้นที่และดินแดนต่างๆในประเทศและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี เพราะการดูนกจำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ธรรมชาติและในระหว่างนั้นก็ได้มีโอกาสพบเห็นผู้คน ขนมธรรมเนียม ฯลฯ ไปด้วย

นกเป็นสัตว์ที่สวยงาม น่ารัก มีความสามารถพิเศษเหนือกว่าสัตว์หลายชนิด เช่น นกส่วนใหญ่มีปีกบินได้ นอกจากนั้นยังว่ายน้ำ ดำน้ำ และวิ่งได้รวดเร็วอีกด้วย จากการเคลื่อนที่อย่างอิสระนี้เอง ทำให้นกเป็นสัตว์ที่เราสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย และทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นในเมือง และในสภาพธรรมชาติลักษณะต่างๆ เมื่อเปรียบเทียบกับสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ นอกจากนั้น นกยังเป็นตัวบ่งชี้ ถึงความเป็นไปในธรรมชาติ เช่น ฤดูกาล และสภาพแวดล้อม ฯลฯ เช่น เมื่อฤดูหนาวเริ่มต้น ในราวเดือน ตุลาคม จนถึงเดือนมีนาคม เราจะสังเกตเห็นนกบางชนิดที่แปลกหน้า และไม่ค่อยคุ้นเคย ที่เรียกว่า นกย้ายถิ่นในฤดูหนาว (Winter visitors) มาปรากฏอยู่ระแวกบ้าน และที่ต่างๆ เช่น นกอีเสือสีน้ำตาล (Brown Shrike) นกนางแอ่นบ้าน (Barn Swallow) ซึ่งมาถึงเมื่อต้นฤดูหนาว และนกจับแมลงอกแดง (Red-breasted Flycatcher) เป็นต้น นกย้ายถิ่นเหล่านี้ เป็นสัญลักษณ์ของความหนาวเย็นที่กำลังเคลื่อนลงมาจากตอนบนของทวีปเอเซีย เราจะไม่พบนกเหล่านี้ในปลายฤดูร้อนหรือในต้นฤดูฝน ส่วนนกที่ทำรังวางไข่ และพบได้ตลอดทุกฤดูกาล เราเรียกว่า นกประจำถิ่น (Residents) เมื่อใดที่มองเห็นนกน้ำ เช่น นกอีโก้ง หรือฝูงเป็ดแดง บินมุ่งหน้าไปทางทิศใด ย่อมหมายถึงว่ามีแหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์อยู่ในทิศนั้น นกเงือกเป็นนกขนาดใหญ่ ต้องทำรังในโพรงไม้ ขนาดใหญ่ การได้พบเห็นนกเงือกในป่านั้น ย่อมหมายถึงป่ายังมีความสมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่ และมีพื้นที่กว้างใหญ่ พอควรแก่ฝูงนกเงือกที่จะอาศัยได้

» นกให้ประโยชน์อย่างไร

นกเป็นส่วนหนึ่ง ของระบบนิเวศ ดังกล่าวแล้ว เช่น นกช่วยในการผสมเกษรดอกไม้ เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ของต้นไม้ โดยกลุ่มนกดื่มน้ำหวาน พวกนกกินปลี นกปลีกล้วย และนกเขียวก้านตอง ซึ่งขณะดื่มน้ำหวานละอองเกษรตัวผู้จะติดปลายปากอันแหลมยาวเรียวนั้นไปตกลงในดอกที่มีเกษรตัวเมีย เกิดการผสมกันขึ้น พวกนกจับแมลง (Flycatchers) และนกกินแมลง (Babblers) คอยช่วยลดและควบคุมจำนวนแมลง ไม่ให้มีมากเกินไป ที่กัดกินทำลายต้นไม้ในธรรมชาติได้ พวกเหยี่ยว และนกเค้า (Hawks and Owls) สลับเวลากันหากินในการควบคุมจำนวนสัตว์กัดแทะ (Rodents) พวกหนู ซึ่งมีทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน รวมทั้งแมลงเปลือกแข็งต่างๆ ที่อาจกัดกินต้นพืชเกิดความเสียหาย พวกนกกินผลไม้สุก ก็ช่วยได้อีกทางหนึ่ง คือ ช่วยแพร่กระจายเมล็ดพันธ์พืช (Seed dispersal) โดยถ่ายมูลเมล็ดของลูกไม้ที่กินเข้าไปตกลงในที่ต่างๆ ขณะบินผ่าน เมื่อตกลงในที่ว่า ของบริเวณป่า ก็เกิดการงอกเจริญเติบโตแทนต้นไม้ที่หายไป นับเป็นการซ่อมแซมป่าโดยวิธีของธรรมชาติเอง ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องพึ่งมนุษย์ และนกรู้ว่าต้นไม้ชนิดใด ขึ้นได้ที่ไหน ในขณะที่คนมักนำต้นไม้ต่างถิ่น เข้าไปปลูกในอีกที่หนึ่ง ทำให้เกิดการปะปนและแปรปรวน และบางครั้งเป็นอันตรายต่อพืชท้องถิ่นนั้น (Native species)

» เริ่มต้นดูนกอย่างไร

การเรียนรู้เรื่องราวของนก ที่ดีที่สุด คือการออกไปดูในธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ เริ่มต้นโดยการศึกษาจากหนังสือ ภาพและสิ่งอื่นๆ โดยการรู้จักกลุ่ม วงศ์ และชนิดของนก ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีอุปนิสัยที่สัมพันธ์กับรูปร่าง และการดำรงชีวิตของตัวเอง เช่น นกขายาว ย่อมแสดงถึงการหากินบนพื้นดินที่มีน้ำท่วม หรือบนพื้นเลนโคลน หรือต้องเดินไปในกอหญ้า เป็นต้น

ดูเมื่อไร มีนกที่สำรวจพบในประเทศไทยประมาณ 960 ชนิด นับได้ว่าเป็นจำนวนค่อนข้างมาก เพราะประเทศไทยมีธรรมชาติที่แตกต่างกันหลายลักษณะ เช่น ทุ่งหญ้า ป่าชายเลน ป่าสน ป่าเต็งรัง ทะเล ฯลฯ จึงทำให้มีนกที่พบเห็นจำนวนซึ่งอาศัยหากินอยู่ในสภาพธรรมชาติอันแตกต่างเหล่านี้ แต่บัดนี้สภาพแหล่งอาศัย (Habitats) ของนกลักษณะต่างๆกำลังถูกทำลาย เปลี่ยนสภาพ และกำลังหมดไป

ดูที่ไหน เมื่อเข้าใจอุปนิสัยของนกบางกลุ่ม ก็จะมีความรู้ว่าจะพบนกชนิดนั้นชนิดนี้ได้ในสภาพธรรมชาติแบบใด เช่น กลุ่มนกกระจาบ และนกกระติ๊ด (Weavers and Munias) มักอาศัย และหากินดอกหญ้าอยู่ในทุ่งโล่ง ละเมาะไม้ในที่โล่ง หรือบึงน้ำมากกว่าป่าทึบ และในทางตรงกันข้ามนกป่า เช่น นกเงือก ก็จะไม่พบในทุ่งหญ้า ป่าละเมาะ เช่นเดียวกัน

คุณสมบัติของนักดูนก สายตาดีช่างสังเกต อดทน ไม่ส่งเสียงอึกทึก มีสุขภาพดี มีความสนใจต่อเนื่อง

การแต่งกาย เพื่อโอกาสที่จะได้เห็นนกได้อย่างชัดเจน และในระยะที่ไม่ไกลเกินไป จึงควรที่จะต้องแต่งกายสีกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ไม่ทำให้เป็นที่สะดุดตาแก่นก สีที่ควรใช้จึงเป็นสีหม่น เช่น สีเขียวขี้ม้า สีกากี สีน้ำตาล สีเทา ไม่ควรใส่สีฉูดฉาด ตัดกับสภาแวดล้อม เช่น สีขาว สีเหลือง แดง ส้ม ชมพู เพราะรูปร่างของคนเป็นอันตรายต่อสัตว์ เสมอ สัตว์จึงมีการถ่ายทอด สัญชาตญาณ ของรูปร่างอันตรายนี้ สืบทอดกันไปตลอดเวลา รวมทั้งการเคลื่อนไหว ที่ต่างไปจากสัตว์ ทำให้นกมักอยู่ห่างไม่กล้าเข้าใกล้คน

อุปกรณ์ที่ใช้ เนื่องจากรูปร่างของคนเป็นอันตรายต่อนก เราจึงไม่มีโอกาสอยู่ในระยะใกล้กับนก และนกมักตื่นกลัวหนีออกไปไกลตลอดเวลา กล้องส่องทางไกล แบบ 2 ตา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดูนก เพราะกล้องช่วยให้เห็นรายละเอียดของนก แม้อยู่ในระยะ กล้องส่องทางไกลแบบ 2 ตา (Binoculars) ควรมีขนาดตั้งแต่ 8x30 เนื่องจาก 8 คือแรงขยายที่สามารถทำให้ภาพนกที่ได้รับการขยายถึง 8 เท่าชัดเจนขึ้น 30 คือความกว้างของเลนเป็นมิลลิเมตร หรือขนาด 10x40 เป็นขนาดของกล้องที่ขยายได้เพิ่มขึ้นอีกแต่น้ำหนักก็มากขึ้นด้วย กล้องขยายแบบตาเดียว (Telescope) ใช้ส่องเพื่อการเห็นนกจากระยะที่ไกลมากๆขึ้นไปอีก นอกนั้นก็คงมีคู่มือดูนก สมุดบันทึกเพื่อการบันทึกหรือ สเก็ตภาพ หมวกหรือร่มพับ ขนมขบเคี้ยว ยาทากันแมลง และอื่นๆ ที่จำเป็นส่วนตัว

» การจำแนกชนิดนก

จำแนกโดยความแตกต่างของกลุ่มและวงศ์ เริ่มโดยการทำความรู้จักและเรียนรู้กลุ่มนกที่คุ้นเคยพบเห็นง่าย เช่น กลุ่มนกเอี้ยง นกสาริกา (Mynas & Starlings) ซึ่งเป็นนกที่ปรับตัวในการอาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้เป็นอย่างดี โดยเริ่มทำรังตามอาคารและสิ่งก่อสร้าง ชอบเดินหากินตามพื้นดิน และอยู่รวมกันเป็นฝูง กลุ่มนกนางแอ่น (Swifts) ตัวเรียวปีกยาวเรียว บินร่อนหากินแมลงกลางอากาศ และกลุ่มอื่นๆที่มีลักษณะเด่น เช่นความแตกต่างระหว่างนกหัวขวาน (Woodpeckers) กับนกไต่ไม้ (Nuthatches) นกกินแมลง (Babblers) กับนกกระจิ๊ด (Warblers) ซึ่งมีความคล้ายคลึงกัน แต่หากินอยู่ในบริเวณที่ต่างกันเป็นต้น และบางกลุ่มซึ่งมีลักษณะเด่นชัด เช่น นกหัวขวานส่วนใหญ่ เกาะด้านตั้งของลำต้น ใช้ตีนในการขยับเคลื่อนตัว และใช้หางเป็นเครื่องยึด ทรงตัวโดยกดอยู่กับลำต้นตลอดเวลา ซึ่งขนหางของนกหัวขวานนี้เป็นขนแข็งใช้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ และช่วยได้เป็นอย่างดี เมื่อมีลมแรง และการเคลื่อนตัวไปข้างหน้า หรือไปข้างหลังของนกหัวขวาน มีลักษณะของการกระตุก คือไปแล้วหยุด แล้วไปต่อ แต่สำหรับนกไต่ไม้ เกาะโดยเอาหัวลงเป็นแนวดิ่งกับต้นไม้ ไต่วนเคลื่อนไหวไปรอบต้นรอบกิ่งอย่างสบายๆไม่กระตุก และไม่ใช้หางยึดกับลำต้นไม้ เหล่านี้เป็นลักษณะพิเศษที่นกแต่ละกลุ่มมีอยู่ (Distinctive characters) อาจปรากฏชัดเจนมากน้อยต่างกัน

จำแนกโดยรูปร่างและขนาด เช่น รูปร่างป้อม ผอม คอยาว หางสั้น ตาใหญ่ ขายาว ตัวอย่างเช่น นกเขา มีหัวเล็ก คอเล็กเรียว หน้าอกกว้าง หางยาว ขาสั้น ขนาดเท่านกกางเขนบ้าน (ดังกล่าวเป็นลักษณะของนกเขาเล็ก หรือนกเขาชะวา)

จำแนกโดยสีและลาย เช่น มีลายขวางข้างคอ ท้องขาวมีจุดดำบนหน้าอก แล้วจุดเล็กลงเรื่อยๆเมื่อถึงท้อง หัวถึงคอสีเทา โคนหางสีน้ำตาลแดง

จำแนกโดยอากัปกริยา อุปนิสัย นกบางชนิด เช่น กลุ่มนกขมิ้นน้อย (Iolars) นกติ๊ด (Tits) ชอบเกาะพลิกตัวห้อยหัวลงจิกหนอนใต้ใบไม้ นกเด้าดินทุ่ง (Pipits) เดินไปช่วงหนึ่งแล้วหยุดสลับกันเช่นนี้ เพื่อพรางตา สัตว์ผู้ล่า เป็นต้น

จำแนกโดยจดจำเสียง นกแต่ละพวก แต่ละกลุ่ม มีเสียงร้องเป็นแบบฉบับของตัวเอง ถึงแม้แต่ละชนิดในกลุ่มหรือวงศ์นั้นจะมีเสียงไม่เหมือนกันทีเดียว แต่ก็พอจับลักษณะเฉพาะของเสียงร้องนั้นได้ เช่น กลุ่มนกกา จะมีเสียงดังแหบห้าวรุนแรง เป็นที่สังเกต กลุ่มนกแต้วแล้ว มีเสียงร้อง 2-3 พยางค์สั้นๆติดต่อกันเป็นส่วนใหญ่ ฯลฯ

จำแนกโดยจำลักษณะสภาพแวดล้อม เช่น พบในกอหญ้าสูง (กก) ใกล้บึงน้ำ เกาะอยู่บนยอดสูงสุดของต้นไม้แห้ง พบที่ข้างทางเดินเข้าไร่

จำแนกโดยฤดูกาล เช่น นกย้ายถิ่น โดยทั่วไปหรือตามปกติ จะพบอยู่ในช่วงเวลาตั้งแต่เดือนกันยายนเรื่อยไปจนถึงเดือนพฤษภาคม สำหรับนกประจำถิ่นก็พบเห็นได้เกือบตลอดหรือตลอดปี แต่มีบางกรณี เช่นบางชนิด เป็นนกที่เข้ามาทำรังในเมืองไทย มีลูกแล้วย้ายไปในประเทศใกล้เคียงซึ่งเป็นการย้ายถิ่นระยะใกล้ๆเรียกว่านกย้ายถิ่นเข้ามาทำรัง (Breeding visitors) เช่น นกปากห่าง (Asian Openbill) นกแต้วแล้วธรรมดา (Blue-winged Pitta)

สีและลายขนที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล เช่น นกชายเลนจะผลัดเปลี่ยนขนมีสีสดใส ในช่วงฤดูผสมพันธ์ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน สีขนของนกเหล่านี้ตรงกันข้ามกับสีขนในฤดูหนาว ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน ซึ่งเป็นสีหม่นไม่สดใส

จำแนกโดยสีขนของวัยที่ต่างกัน สีขนของลูกนก มีความสำคัญต่อสภาพแวดล้อมที่นกอยู่ เพราะเมื่อมีอายุน้อยจะช่วยตัวเองไม่ได้ จึงสีมีกลมกลืน กับสภาพแวดล้อม แล้วจึงเปลี่ยนสีเมื่อเจริญวัยขึ้น เช่น ลูกนกแขวกเกิดใหม่มีสีดำ ซ่อนอยู่ในกอหญ้า เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลลายขาวข้าวตอกทั้งตัวเมื่อเป็นนกวัยรุ่น และเป็นเทาและขาวตัดกันเมื่อเป็นนกวัยหนุ่ม หรือโตเต็มวัย

กลับไปหน้าแรก
© Copyright http://www.lamnaoprai.com All rights reserved.