| อุปกรณ์ดูนกอันได้แก่กล้องสองตา และกล้องตาเดียว ไม่ใช่ของราคาถูกๆ จึงควรดูแลรักษากล้องที่ซื้อมาราคาแพงนั้นให้ไช้ได้ดีและทนนาน หลังจากซื้อกล้องมาแล้ว กรอกใบรับประกัน เอาฝาปิดเลนส์ไกลตาออก ใช้เฉพาะกล่องใส่กล้อง (case) เท่านั้น เพราะป้องกันกล้องได้เพียงพอแล้ว ใส่สายคล้องคอ และที่ปิดกันฝนเอาไว้
รักษากล้องอย่างไร
ศัตรูสำคัญของกล้องคือ ความชื้น ฝุ่น การตกหล่น และถูกขโมย
ในต่างประเทศเขามีการประกันกล้องกัน แต่ไทยเราคงยังอีกนานเพราะกล้องคุณภาพดีราคาแพงของเรายังไม่อยู่ในระบบครบเหมือนในต่างประเทศ เพื่อให้มีกล้องใช้กันในราคาถูก ในบางประเทศราคากล้องจึงแพงกว่าเรามาก
ไม่วางทิ้งไว้ไกลตัว ควรคล้องคอไว้เสมอกันลืม
ถ้าไม่ใช้ควรใส่กล่อง ปัองกันฝุ่น
ไม่ทิ้งไว้กลางแดด ไม่เฉพาะจะทำลายที่เคลือบตัวกล้องเท่านั้น แต่ถ้าแสงแดดส่องผ่านเลนส์ ไฟจะไหม้ได้
เช็ดให้แห้งหลังจากเปียกฝน ถ้าความชื้นอยู่ภายใน วางผึ่งไว้ในที่แห้ง อย่าใส่กล่องตอนที่ยังเปียก
ถ้าหากมีการตกหล่น ควรตรวจสอบว่าเลนส์เคลื่อนหรือไม่ ถ้าเคลื่อนควรส่งร้านซ่อม สายตาเราจะยอมรับการเคลื่อนของเลนส์ได้เล็กน้อยเท่านั้น ถ้าปล่อยไว้สายตาจะเสีย
ทำความสะอาดภายนอกของเลนส์สม่ำเสมอ แต่ไม่ควรบ่อยนัก ควรซื้อแปรงปัดฝุ่น (blower brush) และผ้าหรือกระดาษเช็ดเลนส์ ก่อนเช็ดให้แน่ใจว่าไม่มีเกล็ดฝุ่นทราย หรือเกลือเหลืออยู่ โดยใช้แปรงปัดฝุ่น แล้วจึงเช็ดเลนส์เบาๆ ถ้าเลนส์ยังเลอะอยู่ให้ใช้น้ำยาและการดาษเช็ด ห้ามใช้กระดาษทิชชูธรรมดา หรือผ้าเช็ดหน้าเช็ด
ไม่ควรถอดชิ้นส่วนกล้องออกเอง ควรปล่อยเป็นหน้าที่ของผู้ที่ชำนาญ (ยกเว้นถ้ากล้องหล่นน้ำทะเล ควรล้างเกลือออกด้วยน้ำจืด แล้วรีบส่งช่างซ่อม)
เริ่มใช้กล้องหลังจากซื้อมาจากร้าน
เมื่อซื้อกล้องมาแล้วควรปรับให้เข้ากับสายตาของเราดังนี้
ปรับความกว้างของตัวกล้อง ให้พอดีกับระดับตาเรา
ปรับ eyepiece ทั้ง 2 ข้างให้พอดีกับสายตาทั้ง 2 ข้างของเรา โดยปิดหน้าเลนส์ไกล้วัตถุ (objective lens) ข้างขวาด้วยมือ แล้วใช้ตาซ้ายมองตาเดียว แล้วปรับระยะภาพ (focus) ไปที่รั้วบ้าน เสาไฟ ระยะห่างสัก 25-30 เมตร ปรับภาพให้คมชัด แล้วปิดหน้ากล้องไกล้วัตถุด้านซ้ายด้วยมือ ใช้ตาขวาดูตาเดียว ไปยังที่เดิม แล้วปรับระยะภาพให้คมชัดเช่นกัน ก็จะได้จุดมองภาพของสายตาเรา (ปกติจะอยู่ตรง eyepiece ด้านขวา) ครั้งต่อไปที่จะใช้กล้อง เราก็ปรับไปจุดนั้นทุกครั้ง วิธีนี้ใช้ได้กับกล้องทุกชนิด
ฝึกใช้กล้องว่าควรจะ focus ไปทางใด ปกติจะทวนเข็มนาฬิกา กล้องญี่ปุ่นอาจปรับตรงกันข้าม
สายคล้องกล้อง อาจจะมีการขาดเสื่อม ถ้าไช้ไปนานๆ ต้องเปลี่ยนใหม่ เลือกที่เราชอบ สายหนังเป็นที่นิยมที่สุด บางคนก็ใช้สายแบบคล้องกล้องถ่ายรูป หรือแบบพลาสติก
ที่ปิดกันฝน (rainguard) อาจจะไม่ได้มาพร้อมกล้องแต่จำเป็นจะต้องใช้ จึงต้องหาซื้อเพิ่ม ควรซื้อขนาดให้พอดีกับเลนส์ใกล้ตา (eyepiece lens) ของเรา
เวลาไปดูนกไม่ควรเอากล้องใส่ไว้ในกล่อง (case) ควรคล้องตลอดเวลา เพราะเรามักจะพลาดนกดีๆเวลาไม่มีกล้องคล้องอยู่เสมอ
เวลาส่องหานก ควรดูด้วยตาเปล่าก่อนแล้วจึงยกกล้อง ไม่ควรใช้กล้องหาโดยไม่มีจุดหมาย ให้คอยสังเกตสิ่งเคลือนไหวแล้วจึงส่องกล้องไป ไม่ควรท้อเมื่อผู้อื่นเห็นนกก่อนในเวลาเดียวกันหรือดูนกขณะบินแล้วแยกชนิดได้ สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยความชำนาญและเวลาการออกดูนกมากขึ้น
คนสวมแว่น ส่วนมากจะยกแว่นขึ้นลงขณะใช้กล้องดูนก ควรซื้อกล้องที่มียางที่เลนส์ใกล้ตา (eyecups) เป็นยางพับได้ ไม่ควรยกแว่นขึ้นลง เพราะจะดูนกไม่ทัน
ปฏิบัติตนให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม เราจะใช้อุปกรณ์ดูนกให้มีประสิทธิภาพต้องประกอบกับการปฏิบัติตน ให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมด้วย โดยใส่เสื้อผ้าสีกลมกลืน กับพื้นที่ เคลื่อนตัวอย่างระมัดระวัง เงียบ อย่ายืนเด่นให้นกเห็น มีความอดทน ตื่นตัว สังเกตสิ่งเคลื่อนไหว ฟังเสียงนก ศึกษาพฤติกรรมนกโดยการสังเกต อ่าน ดูภาพยนตร์ ฟัง และคุยกันคนดูนก หรือผู้มีประสบการณ์
ดูนกควรต้องตื่นแต่เช้า ถ้าไปดูนกชายทะเลให้ดูเวลาน้ำขึ้น น้ำลง ด้วย
ควรจำไว้เสมอว่า จะไม่รบกวนนก โดยเฉพาะนกที่กำลังสร้างรัง หรือมีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ |