ใบประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/903 หน้าแรก   I   กำหนดการดูนก   I   วาดภาพธรรมชาติ  I  ละเมาะไม้  I  ติดต่อเรา  
นกขัติยา
» ผู้ที่สนใจหรือเริ่มต้นดูนก
ดู นก ทำไม ?
การดูนก การจำแนกชนิดเบื้องต้น
การเลือกซื้อกล้องส่องทางไกล
แหล่งดูนกในประเทศไทย
ดูนกในป่า
» ผู้ที่ดูนกอยู่แล้ว
คู่มือรายชื่อนกพื้นที่ต่าง ๆ
คู่มือรายชื่อนกประเทศไทย
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของโลก
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของไทย
» ความรู้เกี่ยวกับนก
สถานภาพนกแบ่งตามฤดูกาล
สถานภาพนกแบ่งตามการอนุรักษ์
New Bird Recoeds for Thailand 1989-1999
» เรื่องเขียนที่น่าสนใจโดย :
กมล โกมลผลิน
ชี่-วิด
ฟิลลิป ราวด
» สมุดเยี่ยม
ทักทาย
เยี่ยมชม
ภาพวาดประกอบนำมาจาก สมุดบันทึกของ กมล โกมลผลิน
มุมเรียนรู้ : ผู้ที่สนใจหรือเริ่มต้นดูนก
ดูนกในป่า
โดย กมล โกมลผลิน

ป่า หรือป่าไม้ คือพื้นที่ธรรมชาติลักษณะหนึ่ง ที่แตกต่างไปจากพื้นที่ลักษณะอื่นๆเช่น ทะเล หรือทุ่งหญ้า เพราะในป่าประกอบด้วยต้นไม้ สัตว์และแมลง ใหญ่น้อยมากมาย อยู่รวมกันอย่างมีระบบ เป็นอาณาจักรธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ป่าเป็นที่อยู่ของนกมากชนิดกว่าในพื้นที่ธรรมชาติลักษณะอื่นๆ เพราะมีปัจจัยสำหรับการดำรงชีวิตของนกเกือบทั้งหมด เช่น แหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร พื้นที่สำหรับเคลื่อนย้ายเปลี่ยนแหล่งหากิน นอกจากนั้นป่า ยังรวมพื้นที่ธรรมชติที่ปลีกย่อยไว้ด้วย เช่น ทุ่งหญ้าธรรมชาติ ภูเขาที่มีระดังความสูงแตกต่างกัน โขดหิน หน้าผา น้ำตก ถ้ำ บึง ลำธารในที่โล่ง และลำธารน้ำในที่ทึบไว้ด้วย เป็นต้น

ต้นไม้ในป่ามักมีสีเขียวทึบเป็นร่มเงามีแสงน้อย ยกเว้นที่โล่งบางแห่งในป่า ทางเดินอาจเป็นทางด่านสัตว์ หรือทางเดินป่าที่ทำขึ้น มีความราบ เป็นเนิน เป็นหุบลึก หรือขึ้นสูงชัน ต้นไม้พื้นล่าง อาจจะมากหรือน้อย บางครั้งต้องอาศัย ลำธารเป็นทางสัญจร มีพืชหนาม พืชมีขน แมลงและสัตว์เลื้อยคลานที่อาจเป็นพิษ เหล่านี้เป็นความแตกต่าง เมื่อเปรียบเทียบกับการดูนกในพื้นที่ลักษณะอื่นๆ

» การเตรียมตัวดูนกในป่า

การดูนกในป่าเปรียบเสมือนการออกผจญภัยอย่างหนึ่งแม้ว่าจะไม่ได้สมบุกสมบันเหมือนกิจกรรมการเดินป่า เพราะป่ามักอยู่ห่างไกลจากความสะดวกสบาย ฉะนั้นจึงควรเตรียม ร่างกาย จิตใจ และอุปกรณ์พักแรมในป่า ให้พร้อมไว้ เพราะโอกาสหามาเพิ่มเติมมีน้อย ยกเว้น บางแห่งมีที่พักที่สะดวก

เมื่อสุขภาพร่างกายพร้อม ก็จัดเตรียมเสื้อผ้าสำหรับใช้ในป่า ของใช้ตั้งแต่แปรงสีฟันจนถึงถ้วยใส่น้ำที่ใส่ได้ทั้งร้อนและเย็น ช้อน จานอาหารสำหรับตัวเอง กระติกน้ำ เครื่องนอน ถุงนอน ไฟฉาย เทียน ไม้ขีดไฟ มีดพับ ยากันแมลงกันทาก ถุงพลาสติกป้องกันของเปียก ร่มพับน้ำหนักเบา และอื่นๆที่ที่จำเป็นส่วนตัว

สำหรับเสื้อผ้าควรเป็นเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับอากาศ ใส่สบาย และสีกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม ไม่ใส่สีฉูดฉาด เพราะนกจะเห็นเราก่อนทำให้เราเสียโอกาสในการเห็นนกไป ในเวลากลางวันอากาศโดยทั่วไปร้อน ยกเว้นตอนเช้าตรู่และกลางคืน เสื้อผ้าที่ใส่จึงไม่ควรหนาหรือบางเกินไป เพราะอาจมีหนาม พืชแหลมคม เกี่ยวทำให้เกิดบาดแผล ควรเป็นเสื้อเชิ๊ตแขนยาวมีกระเป๋า กางเกงก็ควรมีกระเป๋าหลายใบ สีที่ควรใช้ เช่น สีเขียวขี้ม้า น้ำตาลอ่าน หรือแก่ สีเทา ฯลฯ ไม่ควรเป็นสีขาว แดง เหลือง ส้ม ชมพู หมวกปีกนิ่มหรือแข็งจะช่วยป้องกันแสง รองเท้าน้ำหนักเบาๆหุ้มส้น หรือหุ้มข้อ ถุงเท้าป้องกันการเสียดสี ถุงเท้ากันแทกในบางสถานที่ นอกจากนั้นก็ควรคำนึงถึงฤดูกาล ความเหมาะสมอื่นๆ

» การปฏิบัติตัวในการดูนก

การดูนกในป่าต้องใช้พความพยายามมากกว่าในที่โล่ง เนื่องจากการเห็นตัวนก มักมีสิ่งกีดขวาง เช่น กิ่งไม้ ใบไม้ และแสงสว่างน้อย เห็นภาพไม่ถนัด สีและส่วนที่น่าสังเกตบนตัวนกอาจคลาดเคลื่อนหลอกตา เมื่อเห็นนกชนิดนั้นในครั้งแรก โดยเฉพาะเมื่อนกอยู่ในเงาร่มไม้หรืออยู่ในที่แสงจัด จะดูแตกต่างไปตามความเข้มอ่อนของแสงแดด จึงควรมีการปฏิบัติตัวที่อาจกล่าวได้ดังนี้

1. เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียง หรือเกิดน้อยที่สุด และระงับการใช้เสียงพูดคุยที่ไม่จำเป็น

2. เดินด้วยความระมัดระวัง และไม่ชิดคนหน้าเกินไป ในกรณีที่ทางเดินแคบ ใช้สายตาในการสังเกตตามทางเดิน ข้างทาง และที่สูงบนต้นไม้ ใช้กล้องบ่อยๆเมื่อเห็นบางสิ่งที่สงสัยว่าจะเป็นนกหรืออื่นๆ

3. ผู้แนะนำ (leader) ถือได้ว่ามีบทบาทสำคัญมากที่ผู้ร่วมกลุ่มจะต้องให้ความสังเกตอยู่เสมอ และพยายามทำความเข้าใจต่อสัญญาณ การบอกถึงตำแหน่งที่นกปรากฏอยู่

4. เมื่อหาตำแหน่งที่นกอยู่ไม่พบ ขอให้ผู้แนะนำช่วยบอกอีกครั้ง โดยไม่ใช้เสียงดัง หรือเลี่ยงการแย่งชิงโอกาส โดยคำนึงถึงผู้ร่วมกลุ่มคนอื่นด้วย เมื่อได้เห็นนกพอสมควรแล้วควรชี้บอกตำแหน่งแก่ผู้ที่ยังไม่ได้เห็นด้วย

5. ในกรณีดูจากกล้องขยายตาเดียว (telescope) ไม่ควรใช้นานเกินไป แบ่งปันให้ผู้ร่วมกลุ่มได้ใช้ด้วยทั่วกัน

6. ควรมีความสามัคคี ความเอื้อเฟื้อ ต่อสมาชิกในกลุ่ม

การออกไปดูนกตามลำพัง หรือเป็นกลุ่มเล็ก 2-4 คน การปฏิบัติตัวก็คล้ายกับการออกดูนกเป็นกลุ่มใหญ่ แต่จะคล่องตัวกว่า ผู้ดูนกอาจต้องมีสุขภาพแข็งแรง เพราะอาจต้องเดินทางระยะไกลและแบกสัมภาระเอง มีสายตาว่องไว ช่างสังเกต มีความจำในการฟังเสียงร้องของนก อุปกรณ์เครื่องใช้เพิ่มเติมได้แก่ เข็มทิศ แผนที่ นกหวีด ในกรณีหลงทาง พยายามตั้งสติ และอย่าเดินห่างจากจุดที่รู้ตัวว่าหลงทาง ใช้เสียงนกหวีด เพราะในป่าเสียงกู่ตะโกนในระยะไกลจะกลมกลืนและคล้ายเสียงสัตว์

คุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการดูนกคือ ประสบการณ์ทีได้ออกไปดูนกบ่อยครั้ง และความอดทนในการรอคอยในกรณีต้องแอบซุ่มดูนกเป็นเวลานาน

» ชนิดนกที่พบได้ในป่า

นกที่พบในประเทศไทยมี นกประจำถิ่น (residents) และนกย้ายถิ่น (winter visitors) นกประจำถิ่น ทำรังและขยายพันธุ์ในประเทศไทยทำให้เราสามารถพบเห็นได้ตลอดปี นกย้ายถิ่น ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำรังและขยายพันธุ์ในประเทศไทย หรือเรียกว่า non-breeding visitors แต่เคลื่อนย้ายเปลี่ยนแหล่งอาหารลงมาจากตอนบนของทวีปเอเซียและยุโรป โดยเฉพาะเข้ามาหากินในบ้านเราในฤดูหนาว ช่างเดือนกันยายน-พฤษภาคม ซึ่งมีมากมายหลายชนิด

มีบางชนิดเป็น นกย้ายถิ่นผ่าน (passage migrnats) ไปทางภาคใต้หรือเลยประเทศไทยไปจนถึงมาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งจะพบเห็นได้ก่อนและหลังนกย้ายถิ่น (winter visitors) พวกแรก เพราะจะเดินทางผ่านเข้ามาและผ่านกลับที่สร้างรังของมันก่อน ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน และกลับตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม เช่น นกพวกเหยี่ยว (buzzards, sparrowhawls) หลายชนิด นกกระจิ๊ดขั้วโลกเหนือ (Arctic Warbler) นกเดินดงสีเทาดำ (Siberian Thrush) นกจับแมลงหลายชนิดเช่น นกจับแมลงตะโพกเหลือง (Yellow-rumped Flycather) นกอีเสือลายเสือ (Tiger Shrike) นกิ้งโครงแกลบหลังม่วงดำ (Purple-backed Starling) เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมี นกย้ายถิ่นเข้ามาสร้างรังวางไข่ในประเทศไทยในบางช่วง เช่นเข้ามาในฤดูฝน (breeding visitors) เช่น นกแต้วแล้วธรรมดา (Blue-winged Pitta) เข้ามาในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม และเข้ามาในฤดูแล้ง หรือต้นปี เช่น นกปากห่าง (Asian Openbill) เป็นต้น

นกกลุ่มดังกล่าวกระจายอาศัยหากินตามพื้นที่ธรรชาติหลากหลายที่มีอยู่ในประเทศ แต่ชนิดที่พบเห็นในป่าแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ นกกินพืชผลไม้ ได้แก่ พวกนกแก้ว (Parakeets) นกเขา นกพิราบ (doves, pigeons) ฯลฯ และ พวกกินแมลง ได้แก่ พวกนกจับแมลง (flycatchers) นกกินแมลง (babblers) ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีนกกินเนื้อหรือนกล่าเหยื่อ (raptors and owls) เช่น พวกนกเค้า นกฮูก เหยี่ยว เป็นต้น

นกกินผลไม้และนกกินแมลง มีหลายชนิด หนาแน่น หรือน้อย ขึ้นอยู่กับสภาพป่าหรือฤดูกาล เช่น ในฤดูหนาว จะมีนกย้ายถิ่น (winter visitors, migrants) จำนวนมากมาสมทบกับนกประจำถิ่น (residents) ทำให้ฤดูหนาวเหมาะสมสำหรับการออกดูนก และฟื้นป่าเริ่มแห้งสะดวกในการเดินทางไปในที่กันดาร

นกกินผลไม้หลายชนิดกินแมลงเป็นอาหารประกอบนอกเหนือไปจากผลไม้ พบเป็นส่วนน้อยที่นกกินแมลงเป็นหลักกินผลไม้ด้วย ทำให้เห็นว่า เมื่อแมลงมีอยู่มากมาย ตัวจำกัดจำนวนแมลงก็จะต้องมีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

» ชนิดของป่าที่นกอาศัยอยู่

ธรรมชาติได้สร้างให้มีความสมดุลในการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ได้อย่างสมบูรณ์ โดยระดับความสูงของต้นไม้ ความสูงของพื้นที่ ลักษณะต่างๆของป่าที่เป็นแหล่งอาศัยของนกแตกต่างชนิดกันเช่น

ป่าดิบที่ราบต่ำ (lowlan evergreen) จะมีนกที่อาศัยหากินตามพิ้นดิน ได้แก่ นกแต้วแล้ว (pittas) นกจู๋เต้น (wren babblers) สูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่งมีพวกนกกินแมลง (babblers) หากินเป็นฝูงตามพุ่มไม้ชั้นล่าง สูงขึ้นไปอีกเป็นพวกนกจับแมลง (flycatcher) ขึ้นไปส่วนกลางของลำต้นเป็นพวกนกขุนแผน (trogons) และสูงขึ้นไประดับยอดไม้เป็นพวกนกพระยาปากกว้าง (braodbills) นกเขียวก้านตอง (leafbirds) และพวกนกกระจิ๊ด (warblers) เป็นต้น

ป่าเบญจพรรณ (mix deciduos) ชนิดของนกมีความใกล้เคียงกับนกในป่าดิบที่ราบ และเริ่มพบพวกนกหัวขวาน (woodpeckers)

ป่าเต็งรัง (deciduous) เริมมีความแห้งโปร่ง ใบไม้มีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นไม้ผลัดใบ ในฤดูแล้วมักเกิดไฟป่า เหล่านกที่พบได้คือ นกหัวขวาน นกไต่ไม้ (nuthatches) เฉี่ยวบุ้ง (cuckoo shrikes) นกอีเสือ (shrikes) เป็นต้น

ป่าสน (pine) ชนิดนกมีความใกล้เคียงกับในป่าเบญจพรรณ และเมื่อระดับสูงขึ้นนกที่พบได้เช่น นกปีกลายสก๊อต (jay) นกขมิ้น (orioels)

ป่าดิบเขา (hill evergreen) เป็นป่าไม้ผลัดใบ มีความเขียวตลอดทั้งปี อยู่บนระดังสูงสุดในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ความสูง 1800-2500 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นจุดที่มีนกหนาแน่นเช่นเดียวกัน ทั้งนกประจำถิ่นและย้ายถิ่น เช่น พวกนกเดินดง (thrushes) นกเสือแมลง (shrike babblers) นกเขนน้อย (robins) เป็นต้น

» สภาพแวดล้อม และพฤติกรรมของนกที่ควรสังเกต

ป่าและสภาพธรรมชาติ ที่เป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของนก มีความแตกต่างกันออกไป เช่นเดียวกับชนิดและกลุ่มของนกที่มีพฤติกรรมต่างกัน ทั้งนี้เพื่อการดำรงชีวิตที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม นกที่หากินโดยการท่องน้ำ (waders) จะมีขาเรียวยาว นกทะเล (seabirds) มักมีสีไม่ฉูดฉาด และมีขนที่ไม่เปียกน้ำโดยง่าย นกกลางคืน (nocturnal) จะมีขนเบา นุ่ม บินมีเสียงเบามาก นกหัวขวาน (woodpeckers) มีปากแข็งแรงสำหรับเจาะหนอนตามต้นไม้กินเป็นอาหาร และมีขาและกรงเล็กสำหรับเกาะที่แข็งแรง นกที่หากินตามพื้นล่างของป่าดิบ ที่พันธุ์ไม้หนาแน่นมักมีปีกไม่แข็งแรง เนื่องจากบินในระยะสั้นๆ และเคลือนไหวโดยการกระโดดโลกเต้น หลนเร้นไปตามพุ่มไม้ เป็นต้น

กลับไปหน้าแรก
© Copyright http://www.lamnaoprai.com All rights reserved. .