ใบประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/903 หน้าแรก   I   กำหนดการดูนก   I   วาดภาพธรรมชาติ  I  ละเมาะไม้  I  ติดต่อเรา  
นกขัติยา
» ผู้ที่สนใจหรือเริ่มต้นดูนก
ดู นก ทำไม ?
การดูนก การจำแนกชนิดเบื้องต้น
การเลือกซื้อกล้องส่องทางไกล
แหล่งดูนกในประเทศไทย
ดูนกในป่า
» ผู้ที่ดูนกอยู่แล้ว
คู่มือรายชื่อนกพื้นที่ต่าง ๆ
คู่มือรายชื่อนกประเทศไทย
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของโลก
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของไทย
» ความรู้เกี่ยวกับนก
สถานภาพนกแบ่งตามฤดูกาล
สถานภาพนกแบ่งตามการอนุรักษ์
New Bird Recoeds for Thailand 1989-1999
» เรื่องเขียนที่น่าสนใจโดย :
กมล โกมลผลิน
ชี่-วิด
ฟิลลิป ราวด์
» สมุดเยี่ยม
ทักทาย
เยี่ยมชม
ภาพวาดประกอบนำมาจาก สมุดบันทึกของ กมล โกมลผลิน
มุมเรียนรู้ : ผู้ที่สนใจหรือเริ่มต้นดูนก
ดูนก ทำไม?
โดย กมล โกมลผลิน

การดูนก (Birdwatching, Birding) เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่แสดงถึงการให้ความสนใจต่อสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ นกเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมนั้น และเป็นสิ่งบ่งบอกถึงคุณภาพของสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา การได้รู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับนก และมีการดูนกอย่างถูกต้อง จะนำไปสู่การรู้จักสภาพแวดล้อมของมนุษย์มากขึ้น

การดูนกในประเทศไทย เริ่มต้นเมื่อศตวรรษที่ 19 เมื่อ Sir Robert Schomburgk, Boden Kloss, Count Nils Gyldenstolpe และคณะได้เข้ามาศึกษาสำรวจนกในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และในประเทศไทยเพื่อหาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ชีววิทยา และอื่นๆรวมทั้งเพื่อความเพลิดเพลิน ต่อมามีนักวิทยาศาสตร์ไทยและผู้สนใจรวมกล่มกันขึ้นนำโดย นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุลแห่งนิยมไพรสมาคม ได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับนกในเมืองไทยโดยจัดทำหนังสือ & คู่มือดูนกในประเทศไทย (Bird Guide of Thailand) ร่วมกับคุณกิตติ ทองลงยา ประมาณ 2 ปี ต่อมา ได้เรียบเรียงใหม่เป็นเล่มพิมพ์ครั้งที่ 2 และในปี พ.ศ. 2534 ได้ร่วมกับนาย Philip D. Round, มงคล วงศ์กาฬสินธุ์ และกมล โกมลผลิน จัดพิมพ์หนังสือคู่มือดูนกในเมืองไทยเล่มปัจจุบัน (A Guide to the Birds of Thailand)

คำพูดที่เคยได้ยิน ยิงนกตกปลา เข้าป่าล่าสัตว์ เป็นคำพูดในอดีตเมื่อครั้งผู้คนยังมีความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ การล่าสัตว์เพียงเพื่อเป็นอาหารและความอยู่รอด เป็นความสมดุลที่เหมาะสมในสมัยก่อน แต่ในปัจจุบันการกระทำเช่นนี้เป็นการรุกรานทำลายธรรมชาติ เพราะพื้นที่ธรรมชาติเหลือน้อยลง เนื่องจากหลายสาเหตุที่เกิดจากมนุษย์ จึงเกิดมีกลุ่มคนที่มีความเข้าใจ สำนึก จึงได้ก่อตั้งเป็นกลุ่ม องค์กร ติดตามศึกษา ค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมธรรมชาติ อันเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า เช่น นกในธรรมชาติ มิได้มีชีวิตขึ้นอยู่กับต้นไม้เพียง 2-3 ต้น หากแต่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆทั้งระบบในป่าอย่างซับซ้อนละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นนกกับงู นกกับใบไม้ และแม้แต่นกกับก้อนหิน ก็มีความสัมพันธ์กันทั้งสิ้น

การดูนก เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายและเพลิดเพลิน มีสุขภาพร่างกายและจิตใตที่ดีและยังช่วยให้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมธรรมชาติด้วย นอกจากนั้นการดูนกยังได้รับรู้ปัญหาในพื้นที่เพราะได้เดินทางไปตามที่ต่างๆ อาจเป็นการเข้าใจผิดที่ว่านักดูนกคือกล่มคนที่มีเวลาว่างมาก มีเงินทอง เที่ยวชมความงามของนกไปในที่ต่างๆเรื่อยไปเท่านั้น จึงต้องอธิบายคำถามที่ว่า ดูนกทำไม และดูนกได้ประโยชน์อะไร

สำหรับผู้ที่รัก และสนใจในธรรมชาติ การดูนกเป็นหนทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การรู้จักสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ การดูนกของนักดูนก (Bird watchers, Birders) ไม่ใช่การรู้จักตัวนกเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องรับรู้ถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆของนกด้วย ซึ่งทุกอย่างล้วนมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน เช่น ป่าหรือพื้นที่ธรรมชาติคือที่อยู่ของนกแต่ละชนิดที่แตกต่างกันเช่น นกบางชนิดอาศัยในป่าชายเลน เช่น นกกะเต็นคอขาว (White-collared Kingfisher) นกหลายชนิดกินแมลงเป็นอาหารเช่น นกกินแมลง (Flycatchers) นกเกีอบทุกชนิดนอกจากจะอาบน้ำแล้วยังอาบฝุ่นดิน (dust bath) เพื่อป้องกันตัวไรที่จะเข้ามาเกาะขน หรือนกจะส่งเสียงเป็นการให้สัญญาณเตือนภัยสัตว์อื่นๆให้รู้ว่ามีอันตรายอยู่ใกล้ๆ เป็นต้น เหล่านี้ทำให้เราเกิดความรู้ใหม่ๆจากสิ่งแวดล้อมของเรา นกยังเป็นสิ่งบอกให้เราทราบถึงความเป็นไปในธรรมชาติ เช่น แม่น้ำเจ้าพระยาทวีความเน่าเสียมากขึ้นจนกระทั่งไม่เห็นนกนางนวลแกลบ(Terns) 2-3 ชนิดที่เคยบินร่อนลงหากินเป็นฝูงใหญ่ในฤดูหนาวเหมือนแต่ก่อน หรือลำใยในสวนนี้ผลดกงาม ไม่มีร่องรอยนกหรือค้างคาวมากินเลย เพราะเจ้าของใช้ยาฆ่าแมลงฉีดป้องกันไว้ พื้นที่ใดมีนกเงือกแสดงว่าบริเวณนั้นเป็นป่าดิบค่อนข้างสมบูรณ์ เมื่อพบนกเอี้ยงดำ หรือนกเอี้ยงสาลิกา ย่อมแสดงถึงมีการตั้งถิ่นที่อยู่อาศัยของผู้คน และมีการเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น

ประโยชน์ของการดูนก พอสรุปได้ดังนี้

1. ทำให้รู้จัก เข้าใจลักษณะพื้นที่ธรรมชาติ ป่าไม้ และพืชพันธุ์ไม้

การที่จะได้เห็นนกชนิดต่างๆ มีความจำเป็นต้องออกเดินทางไปในพื้นที่หลายแห่ง ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมแตกต่างกัน เพราะนกแต่ละชนิดแต่ละวงศ์ อาศัยอยู่ในป่าที่แตกต่างกัน เช่น ป่าดงดิบ ป่าเต็งรัง ป่า ชายเลน ป่าพรุ หรือป่าพงหญ้าริมน้ำ เป็นต้น

2. ได้รับความรู้ เข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆของนก

สภาพแวดล้อมธรรมชาติ แหล่งอาศัยที่แตกต่างกัน มีส่วนทำให้พฤติกรรมของนกแต่ละชนิด แต่ละกลุ่มแตกต่างกันด้วย ทั้งนี้เพื่อการดำรงชีวิตให้สอดคล้องกับพื้นที่และดำรงเผ่าพันธุ์สืบต่อไป อาจจะมีนกบางชนิดสามารถปรับตัวเมื่อแหล่งอาศัยหากินถูกทำลายเปลี่ยนสภาพไป แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับชนิดที่สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติเพราะ ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้

พฤติกรรมของนกมีความหมายและสื่อถึงความรู้สึกต่างๆ เช่น เวลาหยุดหากินชั่วคราว ในช่วงบ่ายนกมักลงอาบน้ำ บางตัวลงมาจากยอดไม้สูง เกาะไซ้ขน และส่งเสียงร้องเพลงเบาๆอยู่ครู่ใหญ่ เป็นลักษณะการพักผ่อนก่อนเริ่มหากินรอบใหม่

การหากินโดยใช้ประโยชน์ร่วมกันบนต้นไม้ต้นหนึ่งของนกหัวขวาน (Woodpecker) และนกไต่ไม้ (Nuthatch) คือการมีเส้นทางขึ้นลงสวนทางกับบนลำต้น นกหัวขวานจะไต่ขึ้นหากินตามเปลือกไม้ที่มีร่องห่างด้านล่าง ในขณะที่นกไต่ไม้ไต่โดยเอาหัวลง หากินตามรอยแยกของเปลือกไม้ด้านบนเช่นกัน พฤติกรรมเหล่านี้สืบทอดมา มีความน่ารัก เร้นลับ น่าคิดชวนให้ติดตาม เราสามารถใช้โอกาสเวลาออกไปดูนกสังเกตพฤติกรรมเหล่านี้ได้ด้วยตนเอง

3. ได้ความรู้ เข้าใจ เกี่ยวกับความเป็นไปในธรรมชาติ

เมื่อออกดูนกย่อมหมายถึงการมีโอกาสสังเกตเห็นสิ่งต่างๆในธรรมชาติรอบๆตัวเรา ซึ่งอาจมีความสัมพันธ์กับนก โดยทางตรง หรือทางอ้อมก็ได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล บางคนมีประสาทสัมผัสไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศ แต่มีบางคนทราบความเปลี่ยนแปลงนั้นๆโดยสังเกตจากนกย้ายถิ่น (Winter visitors) ที่เข้ามาเมื่อเริ่มต้นฤดูหนาว เช่น นกอีเสือสีน้ำตาล (Brown Shrike) โดยเฉพาะในพื้นที่ราบทั่วไป อาจพบนกอีเสือสีน้ำตาลได้ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม พร้อมๆกับลมเย็นหลายละลอกที่พัดมาจากทิศเหนือ นอกจากนั้นมีการทะยอยเข้ามาของนกนางแอ่นบ้าน (Barn Swallow) นกกระจิ๊ดธรรมดา (Inornate Warbler) และนกอื่นๆ ขณะเดียวกันระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองเริ่มสูงขึ้น และในฤดูน้ำหลากของปี เราก็สามารถพบเห็นนกเหล่านี้ได้แม้กระทั่งในสวนสาธารณะในกรุงเทพฯนี้เอง

ถ้าเราใช้ความสังเกตมากขึ้น อาจทำให้มีความเข้าใจได้ว่านกสามารถช่วยปลูกป่า และขยายพันธุ์พืชได้ด้วย กล่าวคือ มูลของนกกินแมลง กับนกกินเมล็ดพืช มีความแตกต่างกัน ในมูลของนกกินเมล็ดพืช จะยังคงเหลือเมล็ดพืชอยู่โดยเฉพาะเมล็ดเล็กๆของไทร มะเดื่อ ตะขบ ฯลฯ และเมื่อนกถ่ายมูลเมล็ดนี้ลงไปในที่ต่างๆ ขณะที่นกบินผ่าน เมล็ดพืชเหล่านี้ก็สามารถงอกเจริญขึ้นมาเป็นต้นไม้ ดังที่เราพบเห็นทั่วไป ตามหลังคา หรือส่วนต่างๆของอาคารสิ่งก่อสร้าง หรือแม้แต่ในทุ่งนา เช่น ต้นกร่าง ไทร หว้า ที่ขึ้นเป็นร่มเงาอยู่นั่นเอง ทำให้เราพอนึกภาพออกว่าถ้าพื้นที่เหล่านี้เป็นป่าที่เสื่อมสภาพ หากยังมีนกอยู่ในแหล่งใกล้เคียงโอกาสที่จะมีป่ากลับคืน มีพันธุ์ไม้เพ่มขึ้นอีกย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน เพราะนอกจากช่วยในการซ่อมแซมป่า พวกนกกินแมลงยังช่วยในการควบคุมจำนวนแมลงกินพืช ในพื้นที่เกษตรกรรมได้

4. ได้รับความเพลิดเพลิน และนำความรู้ ความเข้าใจ ไปใช้ประโยชน์ต่อสังคม

โดยทั่วไปเรามักเริ่มสนใจนกเพราะสีสัน ความงาม และเสียงอันไพเราะ การดูนกทำให้มีความสุข ความเพลิดเพลิน และผ่อนคลายความตรึงเครียด การเดินทางไปแหล่งอาศัยของนกตามพื้นที่ธรรมชาติต่างๆ เช่น ชายทะเล บึงน้ำ ทะเลสาบ หรือป่าชนิดต่างๆ และเมื่อใช้โอกาสสม่ำเสมอมากขึ้น ประสพการณ์ก็จะทำให้เราพบเห็นสิ่งต่างๆมากขึ้น มิใช่เฉพาะนกเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มีหลายสิ่งที่สามารถเชื่อมโยงกันเข้าสู่ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ทำให้รู้ถึงความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิต ระบบ หรือวงจรของธรรมชาติ เช่น นกยาง (Egrets) มิใช่จะจงใจเดินเหยียบย่ำต้นกล้าของชาวนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยกินปูที่จะกัดกินต้นกล้าอ่อนของชาวนาด้วย เหยี่ยวขาว (Black-shouldered Kite) ช่วยลดจำนวนหนูนาที่กัดกินเมล็ดข้าว ได้อย่างเห็นผล และมีนกแสก (Barn Owl) และนกเค้าแมวอีก 2-3 ชนิด ช่วยจับหนูกินเป็นอาหารอีกแรงหนึ่งในเวลากลางคืน แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นกเหล่านี้ถูกกำจัด โดยบุคคลที่มองไม่เห็นประโยชน์เหล่านี้ จนเกิดการเสียสมดุล หนูนาไม่มีตัวควบคุม เกิดการแพร่จำนวนอย่างเสรี และเข้าทำลายพืชสวนไร่นา จนเกิดปัญหา เราสามารถพบเห็นการปฏิบัติงานของนกที่มีคุณค่าตามระบบของธรรมชาติเหล่านี้ด้วยตนเอง และนำความรู้จากประสพการณ์เหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมได้ ยังมีนกอีกหลายชนิดที่ทำหน้าที่และมีประโยชน์ตามระบบของธรรมชาติ ซึ่งเราสามารถนำความรู้เหล่านี้มาใช้ในการอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นที่ธรรมชาติอันเป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตทั้งมวลได้

กลับไปหน้าแรก
© Copyright http://www.lamnaoprai.com All rights reserved.