| ประเทศไทย ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 5 องศา 37 ลิปดาเหนือ และเส้นรุ้งที่ 20 องศา 30 ลิปดาเหนือ และอยู่ระหว่างเส้นแวงที่ 97 องศา 20 ลิปดาตะวันออก และเส้นแวงที่ 105 องศา 39 ลิปดาตะวันออก ระยะทาง 1,500 กิโลเมตรจากเหนือจดใต้ และ 806 กิโลเมตร จากตะวันออกสุดถึงตะวันตกสุด ตั้งอยู่ในเขตสัตว์ภูมิศาสตร์เขตโอเรียนตัล ซึ่งเขตนี้มีความหลากหลายของนกมากเป็นอันดับสองรองลงมาจากเขตนีโอทรอปิคัลของอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ที่ตั้งของไทยอยู่ราวกึ่งกลางของเขต ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของเขตย่อยอินโดจีนและเขตย่อยซุนดา โดยมีเส้นรุ้งที่ 11 องศา 40 ลิปดาเหนือ เป็นเส้นแบ่งเขตย่อยทั้งสอง และอยู่ประมาณคอคอดกระของไทย ปริมาณชนิดนกของไทยมีประมาณ 1 ใน 10 ของนกที่พบทั่วโลก มากกว่านกของทวีปอเมริกาเหนือทั้งทวีป และมากกว่าทวีปยุโรป ถ้าคิดสัดส่วนกับเนื้อที่ของไทยซึ่งมีเพียง 513,115 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น
ประเทศไทย แบ่งแหล่งสัตว์ภูมิศาสตร์ ตามการกระจายพันธุ์ สภาพพื้นที่ และตามชนิดพรรณพืช ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้เป็นสากลเช่นเดียวกับการแบ่งสัตว์ภูมิศาสตร์ของโลก แต่ เป็นการแบ่งย่อยลงมาโดยแยกเฉพาะเป็นลักษณะของประเทศไทย ซึ่งก็ยังมีอิทธิพลของแหล่งสัตว์ภูมิศาสตร์โลกปรากฏให้เห็นอยู่ ทำให้เข้าใจได้ง่ายว่า นกชนิดใดจึงมีอยู่ในภาคนั้น แต่ไม่พบหรือพบน้อยในภาคอื่น
แหล่งสัตว์ภูมิศาสตร์ของประเทศไทย แบ่งเป็น 6 ภาค ได้แก่
1 ภาคเหนือ เป็นพื้นที่ที่ประกอบด้วยภูเขาความสูงตั้งแต่ 1,000 เมตร มีสภาพป่าอันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหรือแหล่งที่พบนกหลายแบบ เช่น ป่าดงดิบเขา ป่าสนเขา ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง ทิศเหนือจรดประเทศพม่า ทิศตะวันตกจรดพม่า ทิศใต้จรดภาคกลาง หรือตั้งแต่เส้นละติจูด 17 องศา 47 ลิปดาเหนือขึ้นไป ทิศตะวันออกจรดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือที่เส้นลองติจูด 101 องศา 30 ลิปดาตะวันออก ภาคเหนือประกอบด้วยพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก และสุโขทัย จัดอยู่ในเขตย่อยอินโดจีน
Deignan (1945)ได้แบ่งภาคเหนือออกเป็น 3 ส่วน คือ ภาคเหนือตอนเหนือ ได้แก่บริเวณต้นน้ำของแม่น้ำ ปิง วัง ยม และ น่าน ในส่วนที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ภาคเหนือตอนตะวันตก ได้แก่ บริเวณด้านตะวันตกของภูเขาขุนตาลทั้งหมด และ ภาคเหนือตอนตะวันออก ได้แก่ บริเวณด้านตะวันออกของภูเขาขุนตาลทั้งหมด นอกจากนี้ King (1975) ยังได้จัดบริเวณจังหวัดเชียงรายตอนบนเป็นภาคเหนือตอนบนสุดอีกด้วย ในภาคนี้เนื่องจากสภาพเป็นเขาสูงจึงมีนกในเขตย่อยไซโนหิมาลายัน แพร่กระจายจากแถบเทือกเขาหิมาลัยหลายชนิด เช่น นกนิลตวาใหญ่ นกปีกแพรเขียว ปีกแพรม่วง นกอีแพรดท้องเหลือง นกพิราบเขาสูง นกกินปลีหางยาวเขียว นกสิวะหางสีตาล นกเดินดงเล็กปากยาวและนกไต่ไม้สีสวย เป็นต้น
2 ภาคกลาง ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม มีลำน้ำหลายสาย บึงน้ำจืดขนาดใหญ่ หรือเป็นภูเขาเตี้ย ปัจจุบันเหลือสภาพป่าสมบูรณ์น้อยมาก เป็นที่ประกอบกิจกรรมต่างๆ ส่วนใหญ่ถูกบุกเบิกเป็นที่ทำเกษตรกรรม เช่น นา สวน และไร่ ภาคกลางมีทิศเหนือจรดเส้นละติจูด 17 องศา 47 ลิปดาเหนือ ทิศตะวันตกจรดภาคตะวันตก หรือประมาณเส้นลองจิจูด 99-100 องศาตะวันออก ทิศใต้ จรดภาคใต้ หรือเส้นละติจูด 12 องศาเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ทิศตะวันออกจรดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือที่เส้นลองจิจูด 101 องศา 30 ลิปดาตะวันออก นกส่วนใหญ่เป็นนกทุ่ง นกน้ำ และนกที่ปรับตัวเข้ากับที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้
3 ภาคตะวันตก ลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาเตี้ยๆ ภูมิอากาศค่อนข้างแห้งแล้ง เนื่องจากเป็นบริเวณอับน้ำฝนของเทืองเขาตะนาวศรีที่กั้นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรัง และป่าไผ่ ภาคตะวันตกมีอาณาเขตทิศเหนือจรดภาคเหนือ ทิศตะวันตกจรดพม่า ทิศใต้จรดภาคใต้ และทิศตะวันออกจรดภาคกลาง ประกอบด้วยพื้นที่ของจังหวัดตากบางส่วน จังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์บางส่วน
4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบสูง มีภูเขาเตี้ยๆ ไม่ค่อยมีภูเขาสูง ช่วงฤดูฝนสั้น สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรัง ป่าสนเขา ป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาเล็กน้อย อาณาเขตทิศเหนือจรดแม่น้ำโขง ซึ่งกั้นเขตแดนระหว่างไทยกับลาว ทิศตะวันตกจรดภาคเหนือและภาคกลาง หรือที่เส้นลองจิจูด 101 องศา 30 ลิปดาตะวันออก ทิศใต้จรดภาคตะวันออกเฉียงใต้และประเทศกัมพูชา โดยมีเทือกเขาพนมดงรักกั้นเขตแดน ทิศตะวันออกจรดประเทศลาวและกัมพูชา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยใช้แม่น้ำชีและแม่น้ำมูลเป็นหลักแบ่ง บางครั้งก็เรียกอีสานเหนือและอีสานใต้
5 ภาคตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ พื้นที่ 6 จังหวัด คือ ปราจีน สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรีและตราด มีอาณาเขตทิศเหนือจรดภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศตะวันตกและทิศใต้จรดอ่าวไทย และทิศตะวันออกจรดประเทศกัมพูชา ปริมาณน้ำฝนในภาคนี้ค่อนข้างสูง ชนิดของพันธุ์พืชและสัตว์คล้ายกับภาคใต้
6 ภาคใต้ ตั้งแต่เส้นรุ้งที่ 11 องศา 40 ลิปดาเหนือ ได้แก่ บริเวณตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือเส้นละติจูดที่ 12 องศาเหนือ ลงไปจนจรดประเทศมาเลเซีย ทิศตะวันตกจรดทะเลอันดามันในมหาสมุทรอินเดีย และทิศตะวันออกจรดอ่าวไทย ภาคใต้มีฝนชุกมากและฤดูฝนยาวนาน โดยฝั่งตะวันตก ฤดูฝนจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤศจิกายน และฝั่งตะวันออก ฤดูฝนจะอยู่ในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนมกราคม สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบชื้น บางส่วนเป็นสวนยางพาราและพื้นที่เกษตรกรรม มีป่าชายเลนทางด้านตะวันตกของชายทะเลภาคใต้ ป่าโกงกาง และป่าตามเกาะแก่งในทะเลอันดามัน King (1975) ยังได้แบ่งจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งติดต่อกัประเทศมาเลเซีย ออกเป็นภาคใต้ตอนล่างสุด เนื่องจากส่วนของภาคใต้ตอนบนเป็นส่วนหนึ่งของเขตย่อยซุนดา ลักษณะเป็นป่าดิบชื้น เราจะพบนกที่คล้ายกับในมาเลเซียและอินโดนีเซีย เช่น นกเงือกหัวหงอก ไก่จุก ไก่ฟ้าหน้าเขียว นกแต้วแล้วยักษ์ นกพญาไฟเล็กคอดำ นกหัวขวานแดง เป็นต้น ส่วนภาคใต้สุดตั้งแต่ระดับเส้นรุ้งที่ 6 - 7 องศาเหนือ จนถึงชายแดนติดมาเลเซีย ลักษณะเป็นป่าดิบแบบมลายู เนื่องจากฝนชุกกว่า และตกเกือบตลอดปี ที่เรียกว่าฝนแปด แดดสี่ คือเป็นฤดูฝนเสียแปดเดือนในหนึ่งปี พรรณไม้เป็นชนิดเติบโตเร็ว พืชชั้นล่างรกทึบ มีนกที่ชอบอาศัยอยู่เฉพาะในป่าแบบมลายูนี้ ได้แก่ นกหกเล็กปากดำ นกเงือกหัวแรด นกเขนน้อยปีกดำ นกตบยุงพันธุ์มลายู และ นกกินแมลงปากหนามีป่าชนิดที่เรียกว่าป่าพรุ คือมีน้ำท่วมขังตลอดปี และนกที่ชอบอยู่ในป่าพรุเ ช่น นกกางเขนดงหางแดง และนกจับแมลงสีฟ้ามลายู เป็นต้น ตามชายหาดเลนและหาดทรายชายทะเล ยังมีนกแต้วแล้วป่าโกงกาง นกจับแมลงป่าโกงกาง นกกะเต็นใหญ่สีน้ำตาล ตามเกาะแก่งในทะเลอันดามัน มีนกชาปีไหน และ นกลุมพูขาว เป็นต้น |