ใบประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/903 หน้าแรก   I   กำหนดการดูนก   I   วาดภาพธรรมชาติ  I  ละเมาะไม้  I  ติดต่อเรา  
นกขัติยา
» ผู้ที่สนใจหรือเริ่มต้นดูนก
ดู นก ทำไม ?
การดูนก การจำแนกชนิดเบื้องต้น
การเลือกซื้อกล้องส่องทางไกล
แหล่งดูนกในประเทศไทย
ดูนกในป่า
» ผู้ที่ดูนกอยู่แล้ว
คู่มือรายชื่อนกพื้นที่ต่าง ๆ
คู่มือรายชื่อนกประเทศไทย
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของโลก
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของไทย
» ความรู้เกี่ยวกับนก
สถานภาพนกแบ่งตามฤดูกาล
สถานภาพนกแบ่งตามการอนุรักษ์
New Bird Recoeds for Thailand 1989-1999
» เรื่องเขียนที่น่าสนใจโดย :
กมล โกมลผลิน
ชี่-วิด
ฟิลลิป ราวด์
» สมุดเยี่ยม
ทักทาย
เยี่ยมชม
ภาพวาดประกอบนำมาจาก สมุดบันทึกของ กมล โกมลผลิน
เรื่องเขียนที่น่าสนใจ
“ป่าฝนที่บอร์เนียว”
โดย “ชี่-วิด"

ป่าเขตร้อนของโลก อยู่ในบริเวณเส้นศูนย์สูตร และบริเวณที่อยู่ระหว่างเส้นเขตเหนือของโซนร้อน (Tropic of Cancer) และเส้นเขตใต้ของโซนร้อน (Tropic of Capricon) มีความหลากหลายทางชีววิทยาที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก เป็นแหล่งทรัพยากรของโลกก็ว่าได้ ถ้าหากป่าในบริเวณนี้ถูกทำลายจะมีผลกระทบไปทั่วโลกทีเดียว ลักษณะเด่นของป่าเขตร้อน คือ ต้นไม้มีรากค้ำยัน ชนิดของพันธุ์ไม้และสัตว์ป่ามีมากมาย หลากหลาย อากาศร้อนชื้น แต่พื้นที่สูงตามภูเขาอากาศจะหนาวเย็น ยิ่งใกล้เส้นศูนย์สูตรมากเท่าใด อากาศโดยทั่วไปก็จะยิ่งร้อนชื้น ฝนตกตลอดปี มากเท่านั้น มักจะมีลมมรสุมทำให้เกิดฝนตกชุก พื้นที่เช่นนี้ เรียกว่าป่าฝนเขตร้อน (Tropic of Rainforest) จึงมีความจำเป็นที่จะต้องรักษาความสมดุลย์ของป่าชนิดนี้ไว้ และให้มีมากที่สุดพอที่จะอุ้มน้ำฝนไว้ไม่ให้เกิดน้ำท่วมและไว้หล่อเลี้ยงในหน้าแล้ง พื้นที่ในเขตร้อนนี้มีอยู่ในทวีปอัฟริกา อเมริกากลาง อเมริกาใต้ ตอนเหนือของออสเตรเลีย และในเอเซีย

ในเอเซีย ป่าฝนที่อยู่ในบริเวณเส้นศูนย์สูตรและบริเวณใกล้เคียงสันศูนย์สูตร อยู่ทางตอนใต้ของประเทศไทย ประเทศมาเลเซียฝั่งตะวันตก เกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซีย หรือที่เกาะสุมาตรา ชวา ประเทศปาปัว นิวกินี ในเรื่องนี้จะกล่าวถึงป่าฝนที่เกาะบอร์เนียว ด้านรัฐซาบา เท่านั้น

เกาะบอร์เนียว เป็นเกาะใหญ่เป็นอันดับสามของโลก อยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่พอสมควร มีสภาพป่าเป็นป่าฝนเขตร้อน แต่แบ่งสภาพทางการเมืองเป็นของ 3 ประเทศ คือรัฐซาบา ซาราวัค ของประเทศมาเลซีย รัฐกาลิมันตัน ของประเทศอินโดนีเซีย และมีประเทศบรูไน อยู่ระหว่างรัฐซาบา และซาราวัค

ที่ซาบา มีอุทยานแห่งชาติและพื้นที่อนุรักษ์อยู่หลายแห่ง ที่น่าสนใจแทบทั้งนั้นรวมทั้งภูเขาคินะบาลู ที่มีชื่อเสียงในเรื่องพันธุ์ไม้เขตร้อน ชนิดนกและการปีนเขาที่สูงที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากได้ไปดูนก ปีนเขา ที่คะนะบาลู แล้ว เราได้เดินทางต่อไปยังเมือง ลาฮัด ดาตู เพื่อไปเยือนป่าฝนที่ได้อนุรักษ์ไว้ มีศูนย์วิจัยสัตว์ป่า เรียกว่า ศูนย์วิจัยดานัม วัลเล่ย์ ตั้งอยู่ ดานัม วัลเล่ย์ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในหมู่นักศึกษาวิจัย เกี่ยวกับสัตว์ป่าและชนิดนกในเขตร้อนเป็นอย่างดี จึงมีผู้สนใจธรรมชาติ นักวิจัย เข้าไปเยือนอยู่เสมอ แต่ปัจจุบัน ดานัม วัลเล่ย์ อนุญาตให้เฉพาะนักวิจัยเข้าพักเท่านั้น เพราะที่พักเริ่มไม่เพียงพอนักท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไปจึงต้องไปเข้าพักที่โรงแรมกลางป่า เรียกว่า บอร์เนียว เรน ฟอเรส ลอด์จ

ศูนย์วิจัยฯ ดานัม วัลเล่ย์ และบอร์เนียว เรน ฟอเรส ลอด์จ เป็นงานด้านอนุรักษ์ และธุรกิจการท่องเที่ยวธรรมชาติ ของมูลนิธิซาบา ที่มีการดำเนินการในป่าฝนเขตร้อนที่ซาบา เกาะบอร์เนียวนี้มีอยู่อย่างสมบูรณ์ต่อไป เพราะป่าพื้นที่อื่น ๆ ที่มิใช่พื้นที่อนุรักษ์ส่วนใหญ่ในรัฐซาบา เริ่มหมดไปจากการสัมปทานตัดไม้ การบุกรุกพื้นที่ ป่าในบริเวณศูนย์วิจัยฯ และที่ เรน ฟอเรส ลอด์จ มีความน่าสนใจพอ ๆ กัน แต่ที่ เรน ฟอเรส ลอด์จ มีความสะดวกสบายมากกว่า

เราเดินทาง ไปถึงเมืองเล็ก ๆ อยู่ทางตอนใต้ของซาบา ชื่อเมืองลาฮัด ดาตู ในตอนเย็น ต้องเดินทางต่อโดยทางรถยนต์เข้าไปที่ เรน ฟอเรส ลอด์จ ใช้เวลาอีกประมาณ 2 ชั่วโมง ผ่านป่าสัมปทานและป่าทึบไปตลอดเส้นทางถนนลูกรังอัดแน่น เราไปถึงที่พักในตอนค่ำ มีผู้จัดการและเจ้าหน้าที่ออกมาต้อนรับ ที่บริเวณอเนกประสงค์ เป็นเรือนโล่งยกพื้นสูงกว้างขวาง ขณะนั้นมีนักท่องเที่ยวดูนกกลุ่มใหญ่จากประเทศในยุโรปกำลังประชุมรวบรวมรายชื่อนกที่ได้พบในวันนั้น ก่อนที่จะรับประทานอาหารกันอยู่ แล้วจัดเราให้เข้าที่พัก ห้องพักเป็นเรือนไม้ต่อออกไปเชื่อมด้วยสะพานจากห้องโถงใหญ่ หลังหนึ่งมีสองห้อง จัดแบบโรงแรมทันสมัยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ยกเว้นไม่มีเครื่องปรับอากาศ แม้ว่าจะดำเนินการทางธุรกิจแต่ยังคงสอดคล้องกันการอนุรักษ์ให้ควบคู่ไปกับดานัม วัลเล่ย์ เพราะมีผู้บริหารระดับสูงกลุ่มเดียวกันซึ่งก็เป็นที่พอใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าไปส่วนใหญ่เป็นนักดูนก และนักนิยมธรรมชาติ

ในตอนเช้า มองออกไปจากประตูหลังห้องพักดูแม่น้ำดานัมที่มีหมอกปกคลุมอยู่และเสียงน้ำไหลเซาะแก่งที่อยู่กลางน้ำ และเสียงนกกระติ๊ดสีเข้ม (Dusky Munia นกชนิดนี้ไม่มีในบ้านเรา) ร้องอยู่ตามกอหญ้า ฝั่งตรงข้ามเป็นป่าทึบ เป็นบรรยากาศและภาพที่สวยงามและน่าลงเล่นน้ำในตอนบ่ายเมื่อกลับจากการเดินป่า คงจะสนุกสนานอีกแบบหนึ่ง ได้เห็นนกอ้ายงั่วมานั่งผึ่งแดดยามเช้าที่ลำน้ำนี้

วันแรก เราออกเดินป่า เข้าไปในทางเดินที่ทึบ และชุ่มชื้นจึงมีทากอยู่บ้าง ก่อนเดินต้องทายากันทากป้องกันไว้ก่อน เราเดินผ่านสะพานลวดสลิงข้ามแม่น้ำดานัม ที่สวยงามอยู่กลางป่าลึก มีผู้นำทางชื่อ เดนิส เป็นเจ้าหน้าที่ของโรงแรมที่ชำนาญทางและสัตว์ป่าในบริเวณนี้ มีสัตว์ป่าและนกหลายอย่างที่เราคาดหวังไว้และอยากจะเห็น แล้วก็ไม่ผิดหวังเพราะเมื่อเริ่มเดินเพียงไม่นานก้ได้พบนกบอร์เนียนบริสเติล เฮด (Bornean Britlehead) นกเด่นที่สวยงามของเกาะบอร์เนียว ไม่มีในเมืองไทย และนกแต้วแล้วแดงมลายู (Garney Pitta) เกาะกิ่งไม้เตี้ยอยู่ลึกๆไม่สังเกตก็จะไม่เห็นนก ได้พบค่างสีส้ม (Red Maroon Langur) นั่งอยู่ที่ต้นไม้ไม่สูงจากพื้นดินมากนัก และในตอนเย็นวันนั้นได้เห็นลิงอุรัง อุตัง กำลังกินทุเรียนป่าอยู่บนยอดไม้สูงใหญ่อย่างมีความสุขและนั่งอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน ลิงอุรัง อุตัง จะสร้างรังทุกวันเพื่อจะนอนเพราะมันย้ายที่ไปเรื่อย ๆ เห็นรังของมัน บนต้นไม้นี้ด้วยและมีผู้พบ บนต้นไม้ต้นนี้ในช่วงเวลานี้หลายวันแล้ว จึงคาดว่ามันจะกินทุเรียนจนกว่าจะเบื่อหรือจนกกว่าจะหมดจึงหาที่พักใหม่ต่อไป ขณะดูลิงอุรัง อุตัง อยู่ นกชนหิน(Helrneted Hornbill) บินผ่านเข้ามาเกาะที่กิ่งไม้ข้างหน้าทั้งตัวผู้และตัวเมีย นับว่าโชคดี นกเงือกชนิดนี้ในเมืองไทยพบในภาคใต้ แต่ปัจจุบันนับเป็นนกที่หายากตัวหนึ่ง แต่ที่ป่าฝนที่บอร์เนียวนี้มีนกเงือกมากระหว่างทางเดินป่าจะได้ยินเสียงนกเงือกหลายชนิด เช่น นกเงือกหัวแรด นกชนหิน และนกเงือกหัวหงอก

หลังอาหารค่ำ เราออกเดินดูสัตว์เวลากลางคืน หรือเรียกว่า Night Walk เดนนิส เป็นคนนำทางให้อีก ไนท์ วอค จะเดินไปตามทางถนน ไม่ได้เข้าไปในป่าจึงไม่น่ากลัวแต่อย่างใด สัตว์ป่าที่ได้เห็นมี เก้ง เม่นใหญ่แผงคอยาว (Malayan Porcupine) กบต้นไม้ ชะมดแปลงลายแถบ (Banded Linsang) กระจง หมูป่าทางเกาะบอร์เนียวเป็นชนิด Bearded Pig ไม่เหมือนในเมืองไทยเป็นหมูป่ากีบเท้าใหญ่ หน้ายาวใหญ่กว่าของไทย การเดินในเวลากลางคืน อาจเห็นลิงลม และทาเซียร์ ด้วย

ทางเดินป่าที่ เรน ฟอเรส ลอด์จ มีหลายเส้นทาง ถ้ามีเวลานาน ๆ อาจเดินได้ทุกแห่ง ส่วนใหญ่เป็นเส้นทางที่ราบต่ำ มีเส้นขึ้นเขาสูงมองเห็นจุดชมวิวและเห็นที่พัก แต่ไม่ค่อยมีนกให้ดูมากนัก แต่จะมีน้ำตกเป็นแอ่งน้ำไหลแรง เรียกว่า จากุสซี่ ให้ลงเล่นได้ ทางที่ดีที่สุดน่าจะเป็นทางเดินป่าที่ขนานไปกับแม่น้ำเพราะจะได้พบนกและสัตว์ป่าได้หลายชนิด

เมื่อไปเยี่ยม ศูนย์ ดานัม วัลเล่ย์ ก่อนออกเดินป่ามีหัวหน้าศูนย์บรรยายเกี่ยวกับศูนย์และพื้นที่โดยย่อ สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดิบชื้น และดิบแล้ง เหมาะสำหรับการดูนก ชนิดนกที่รวบรวมไว้ว่าพบ 230 ชนิด อาจได้เห็นนกหว้า นกเงือกหลายชนิด นกจับแมลง โดยเฉพาะในฤดูย้ายถิ่นของนกระหว่างเดือนตุลาคม ถึง มีนาคม อาจได้เห็นนกย้ายถิ่นจากตอนเหนือของทวีปเอเซียที่น่าสนใจหลายชนิดได้ที่นี่ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติใกล้ ๆ ที่ทำการเป็นทางเดินวกกลับมาที่ทำการได้ มีสะพานข้ามแม่น้ำแบบผจญภัยให้เดินข้าม เรียกว่า Adventurous bridge เป็นสะพานลวดสลิงแคบ ๆ เดินได้ครั้งละหนี่งคน สร้างข้ามแม่น้ำอยู่ในหุบเขาสูง ในเส้นทางนี้มีหอบนต้นไม้ เขาทำบันไดให้ปีนไว้สูงถึง 30 เมตร มีที่นั่งบนต้นไม้เพื่อชมวิวป่า หรือศึกษาวิจัย ขึ้นได้ครั้งละ 4 คน ในมาเลเซีย จะมีความถนัดในการสร้างสะพานหรือสิ่งที่ทำให้เกิดการผจญภัยเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้เสมอ เช่นในอุทยานแห่งชาติแทบทุกแห่งจะมีทางเดินบนยอดไม้ (Canopy walkway) เป็นสะพานลวดสลิงสร้างทอดข้ามระหว่างต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งเป็นระยะทางยาว ให้ได้ชมป่าจากยอดไม้ ที่เรน ฟอเรส ลอด์จ ก็กำลังจะสร้าง และให้มีการล่องเรื่อชมธรรมชาติไปตามลำน้ำดานัมด้วย สำหรับเมืองไทยเราคงไม่ค่อยถนัดในเรื่องนี้ หรือสาเหตุอันใดก็ไม่ทราบที่สะพานลวดสลิงข้ามลำตะคลองที่เขาใหญ่ชำรุดมาเป็นปีแล้ว ยังไม่เห็นมีการซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ หรือเป็นนโยบายไม่ให้เดินข้าม

ป่าฝนที่เกาะบอร์เนียว ในซาบาเป็นตัวอย่างหนึ่งของป่าฝนเขตร้อนของโลกที่สมควรอนุรักษ์ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่น่าเสียดายที่ประเทศต่าง ๆ ในพื้นที่ป่าเหล่านี้เป็นประเทศที่กำลังพัฒนา จึงมีปัญหาเรื่องผลกระทบต่อป่าและสัตว์ป่าจากการพัฒนาให้เห็นอยู่เสมอ การท่องเที่ยวธรรมชาติอาจเป็นอีกทางหนึ่งที่มีส่วนช่วยให้เกิดการอนุรักษ์พื้นที่บ้าง เพราะมีรายได้เกิดจากการท่องเที่ยว แต่ทั้งนี้จะต้องมีความเข้าใจในการจัดพื้นที่แต่ละแห่งด้วย จึงจะดำเนินการโดยไม่มีปัญหาเหมือนในประเทศที่ประสพความสำเร็จมาแล้ว

"ชี่-วิด"
ก.ค. 2537

กลับไปหน้าแรก
© Copyright http://www.lamnaoprai.com All rights reserved.