| ภาพวาดประกอบนำมาจาก สมุดบันทึกของ กมล โกมลผลิน |
| เรื่องเขียนที่น่าสนใจ |
| ประเทศที่ไม่คิดอยากไป
เมืองที่ไม่เคยใฝ่ฝัน
|
| โดย
ชี่-วิด" |
|
Spendid Wren |
ลุงทอม เดอลานี่ มาดูนกกับพวกเราที่เมืองไทยหลายครั้ง มีภรรยาเป็นคนไทย จึงมีลูกหลานและความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนไทยมาก แต่ลุงทอมก็ไม่เคยเปลี่ยนความเป็นฝรั่งชาวออสเตรเลียเลยเพราะยังพูดภาษาไทยได้ไม่ดีนัก แต่พอฟังออก และอ่านพอได้บ้าง ก็น่าแปลกที่ยังไม่ชินกับอาหารไทยเท่าไรนักแม้จะ ก็ทานได้ ลุงทอมจะบอกแบบนี้เสมอ
ลุงทอมมาเมืองไทยทุกปีในช่วงปลายปี และต้นปี เพราะอากาศบ้านเราช่วงนั้นสบาย ขณะที่เมืองเพริธ ของลุงจะร้อน เราเคยถามว่าช่วงคริสมาสต์ที่นี่จะมีบรรยากาศอย่างไร เพราะอากาศไม่หนาว ลุงพูดเล่นๆว่า ซันตาจะมาทางเซิฟบอร์ด
ลุงทอมอายุมากแล้ว แต่ยังแข็งแรง ชอบดูนก ไปทุกที่ที่เราจัดไปในช่วงที่ลุงมาเมืองไทย ความสัมพันธ์ของเรากับท่านก็เพียงร่วมไปดูนกด้วยกัน มิได้ไต่ถามอะไรกันมากนักเกี่ยวกับประเทศของลุง และเมืองที่ท่านอยู่ อาจเป็นเพราะว่าเราไม่ค่อยสนใจประเทศออสเตรเลียนัก เรารู้สึกว่าประเทศใหม่ๆจะไม่มีวัฒนธรรม ผู้คนย้ายมาจากที่อื่นมาตั้งถิ่นฐานใหม่ ผู้คนหน้าตาไม่สวยงาม อาจไม่มีชีวิตชีวาเหมือนอย่างที่เห็นในประเทศแถบยุโรป ชีวิตความเป็นอยู่ ผู้คนคงจะน่าเบื่อหน่าย นกส่วนใหญ่ก็คงเป็นพวกนกแก้ว
|
|
ลุงทอม เดอลานี่ คนขวามือ |
ลุงทอมพูดถึงออสเตรเลียเหมือนกัน แต่ไม่มากนักเพราะท่านเป็นคนพูดน้อย แต่ก็จะชวนเราทุกครั้งที่ท่านมา ว่า เมื่อไรจะไปออสเตรเลีย ซักทีล่ะ ปีล่าสุดได้ถึงกับส่งข้อมูลที่พัก ที่เที่ยว ยานพาหนะมาให้เมื่อท่านกลับไปเพริธ เราก็ยังดูอย่างเฉยๆ และยุ่งกับงานของเราต่อไป
เมื่อต้นๆเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ลุงส่งอีเมล์มาว่า จะมาเพริธกันหรือเปล่าล่ะ ตอนนี้บ้านไม่มีใครอยู่นอกจากท่าน รถก็ว่าง พาไปไหนต่อไหนได้แต่ต้องมาแค่สามคนเพราะรถเล็ก อาหารการกินก็ไปซื้อทำเองที่บ้านก็ได้ ถ้าจะทานอาหารไทยก็มีขายอยู่หลายร้าน ลุงเขียนมาอย่างคะยั้นคะยอ
จริงๆแล้วเราก็มีงานยุ่งๆอยู่เหมือนกัน แต่เมื่ออ่านที่ลุงเขียนมารู้สึกว่าท่านอยากให้ไปจริงๆ
ไปก็ไป เราจึงติดต่อสอบถามวันเวลาเดินทางและราคาตั๋วเครื่องบินหลายแห่งเพื่อจะได้ที่ถูกทีสุด สอบถามเรื่องการทำวีซ่า
มาตรวจดูพาสปอร์ตเห็นว่าหมดอายุไปแล้ว
เออเราไม่ได้เดินทางต่างประเทศนานแล้วเหมือนกันน๊ะ ตั้งแต่เศรษฐกิจตกต่ำเราก็ตกไปด้วย เลิกคิดเรื่องเดินทางต่างประเทศไปเลย ดีเหมือนกันจะได้ไปเปิดสมองอีกสักที
โดยเสียเงินไม่มากนัก
ทุกอย่างจัดแจงเสร็จภายในหนึ่งอาทิตย์
ไม่รู้จักเราซะแล้ว
แจ้งลุงทอมไปว่าเราจะเดินทางไปปลายเดือนสิงหาคม ถึงต้นกันยายน เบ็ดเสร็จแล้ว 11 วัน ลุงดีใจตอบตกลงและบอกว่าจะเริ่มวางแผนไปไหนต่อไหนให้ เพราะเราบอกว่าเราไม่ได้ศึกษาอะไรเลย จุดมุ่งหมายไปเยี่ยมลุง และถ้ามีโอกาสก็ขอให้ลุงพาไปดูนกเท่าที่จะทำได้ ไม่อยากให้วุ่นวาย
แล้วเราก็จัดแจงเตรียมงานต่างๆไว้ล่วงหน้าเพราะจะไม่อยู่หลายวัน ไม่ได้ตื่นเต้นที่จะไป
ถ้าไม่มีลุงทอม หรือไม่ถือว่าเป็นภาระกิจที่จะต้องไป (ตามคำชวน) ก็คงไม่อยากไปออสเตรเลีย
» วันแรก ออกเดินทาง
แล้วเราสามคนก็พบกันแต่เช้าตรู่ที่สนามบินดอนเมือง วันเดินทางก็ตื่นเต้นบ้างเพราะไม่ได้เดินทางมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้คาดหวังกับจุดหมายที่ไป บนเครื่องบินเรามักชอบนั่งดูแผนที่ที่สายการบินบินไป ยังใฝ่ฝันถึงสถานที่ที่อยากไป (ดูนก) เหมือนเดิมๆ
จากกรุงเทพฯเดินทางไปเพริธนั้นใกล้นิดเดียว เดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง เครื่องออกเวลา 07.00 น. ไปถึงสนามบินเพริธ เวลา 15.20 เวลาเขาเร็วกว่าเรา 1 ชั่วโมง ก่อนไปได้ความรู้สึกไม่ดีในการที่ประเทศนี้เคร่งครัดกับกฏระเบียบมาก ตั้งแต่การทำวีซ่าแล้ว เห็นข้อเขียนเด่นชัดอยู่หลายแห่งว่า อยู่ได้ถึง
ห้ามอยู่ต่อ
ห้ามทำงานโดยเด็ดขาด
ห้ามนำอาหาร
ห้ามโน่น
ห้ามนี่
กฏเกณฑ์มากเหมือนไม่อยากให้ไป ดูจะจุกจิกมากกว่าประเทศอื่นๆ ทำให้เราไม่เอาอะไรไปเลยนอกจากเสื้อผ้าไม่กี่ตัว
แต่ต้องมีของจำเป็นกล้องดูนกและเทเลสโคป
กระเป๋าแต่ละคนจึงใบเล็กนิดเดียว |
|
|
Australia Magpie (western) |
คู่มือดูนกออสเตรเลีย ที่นำไปใช้ |
เมื่อถึงสนามบินเพริธ ความรู้สึกหงุดหงิดก็ค่อยๆหายไป เจ้าหน้าที่ตรวจพาสปอร์ตทักทาย พูดจาเป็นกันเอง ถามว่ามีอะไรที่ห้ามติดมาหรือเปล่าครับ (ใส่ครับให้รู้สึกว่าสำเนียงที่เขาพูดเป็นกันเอง ใจดี) เราบอกว่าไม่มีหรอก ไม่กล้าเอาอะไรมาหรอกเพราะประเทศคุณเคร่งครัดมาก เขาหัวเราะ เมื่อรับกระเป๋าแล้วไปถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองเขาจะมีเครื่องเอ็กซเรย์ เจ้าหน้าที่ทำงานในบรรยากาศที่สบายๆไม่เคร่งเครียด ท่าอากาศยานไม่ใหญ่โต มีระเบียบ
เดินออกไปที่จุดรอรับผู้โดยสาร เห็นลุงนั่งรออยู่ รีบเข้าไปทักทาย ลุงพาลูกชายและหลานมาด้วยกับรถอีกคัน เพราะคาดว่าคนไทยมักจะมีกระเป๋าใบใหญ่ ขนของมามากมาย รถลุงเล็กอาจใส่กระเป๋าไม่หมด เมื่อเห็นกระเป๋าที่พวกเราถือไปใบเล็กๆแล้วก็โล่งใจ ให้ลูกชาย (พูดภาษาไทยได้) กลับไปได้เลย
|
เมื่อออกมานอกอาคาร อากาศกำลังเย็นสบาย ไม่หนาว ลุงพาไปที่ลานจอดรถ หยอดเงินค่าจอดแล้วขับพาเข้าเมืองเพริธ
ภูมิประเทศคล้ายๆกับที่เคยเห็นมาก่อนในภาพ เป็นป่าละเมาะ ต้นยูคาลิป ตลอดทางเข้าเมือง เมืองเงียบๆ รถไม่มากนัก ผู้คนไม่ขวักไขว่ อาจเป็นเพราะวันอาทิตย์ เราคิด
ระหว่างทางนกตัวแรกๆที่เห็นคือนกพวกอีกา Australian Raven, Western Australian Magpie และเป็นนกสีขาวดำที่สวยงามมากที่สุดตัวหนึ่ง นกที่ดูตอนแรกคล้ายๆนกอีแพรดบ้านเรา นก Willy Wagtail และนก Magpie-lark คล้ายนกแม๊กพาย แต่ขนาดเล็ก
ต้องขอขอบคุณ อาจารย์จินตนา หย่างอารีย์ เป็นอย่างมากที่ให้หนังสือเป็นของฝากจากออสเตรเลียเมื่อปีก่อน ได้ใช้อย่างคุ้มค่าคราวนี้นี่เอง
บ้านลุงอยู่ในทำเลที่สะดวกสบาย บนถนนสายหลัก ไฮเวย์ เชื่อมระหว่างใจกลางเมืองไปนอกเมือง หน้าบ้านก็มีรถเมล์ผ่านที่จะเข้าเมืองเมื่อไรก็ได้ มีปั้มน้ำมัน ไปรษณีย์ ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า อู่ซ่อมรถ และร้านขายไวน์
ให้เห็นว่าสะดวกสบายแต่ไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง
ลุงทอมพาเราเข้าไปในบ้าน พาดูห้องต่างๆ และห้องนอน ที่ให้เราอยู่รวมกัน เป็นห้องนอนต่อกับห้องรับแขก ห้องนอนมี เตียงเดี่ยวเล็กๆ 2 เตียง อีกคนจึงต้องนอนในห้องรับแขกโดยใช้ที่นอนพับเก็บได้ เวลาอื่นก็ใช้นั่งคุย ดูทีวี ทำเช็คลิสนกที่ไปดูกันมา
ลุงพาไปสวนหลังบ้าน ที่เคยปลูกผักทานเอง มีต้นส้มแมนดารินกำลังออกลูก พุ่มไม้ ดอกไม้ต่างๆ และบริเวณกำจัดขยะอินทรีย์สาร สามารถเปลี่ยนขยะอินทรีย์สารเป็นปุ๋ยในเวลาไม่ถึงปี
ให้ดูนกในสวน และมองออกไปตามต้นไม้ใหญ่ในสวนบ้านคนอื่น มีนก Red Wattlebird, นกกะลา (Galah) อ่านกะลาจริงๆ, Ringneck เป็นนกแก้วตัวสีเขียว มีแถบคอสีเหลืองที่พบเห็นได้ทั่วไป
แล้วลุงทอมก็พาพวกเรานั่งรถไปแนะนำเมืองเพริธ ขณะขับไปก็บอกว่าถนนหลักนี้ชื่ออะไร เวลาเข้าเมืองต้องลงรถเมล์ป้ายไหน ที่ซื้อของอยู่ที่ไหน
การขนส่งในเมืองนี้ใช้รถส่วนตัว รถเมล์ รถไฟจากชานเมือง แต่ไม่มีรถใต้ดิน ภายในใจกลางเมืองมีรถเมล์นั่งฟรีระยะสั้นๆ เพราะใจกลางเมืองหาที่จอดรถยากเหมือนเมืองใหญ่ๆทั่วไป แต่เมืองเพริธดูไม่ใหญ่มากและไม่วุ่นวายเหมือนเมืองใหญ่อื่นๆ
ลุงขับพาไปสวนสาธารณะชื่อ คิงส์พาร์ค ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ระหว่างทางเห็นนกนางนวล Silver Gull เป็นระยะๆ
หยุดลงชมวิวเมืองเพริธและแม่น้ำสวอน ที่สนามหญ้ามีนก Ringneck, นกแก้วหลากสี Rainbow Lorikeet บินอยู่ทั่วไป ลุงแนะนำพันธ์ไม้พื้นเมือง เช่น Kangaroo Paw เขาว่าคล้ายอุ้งตีนจิงโจ้ และต้นยูคาลิปชนิดหนึ่ง (ต้องบอกชนิดหนึ่งเพราะมีต้นยูคาลิปเป็นร้อยชนิด)
อากาศเริ่มหนาวเมื่อตกเย็น ลุงยังขับรถพาดูเมืองอีกหลายแห่ง แล้วจึงกลับบ้าน ทำอาหารง่ายๆให้ทาน แต่บอกว่าคงจะทำให้มื้อเดียวเพราะทำอาหารไม่เก่ง มื้ออื่นๆเราทำกันเองน๊ะ
เรามีนักวาดรูปนก ที่ชอบทำกับข้าวไปด้วย ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ
เราคิดในใจ |
|
Ringneck (western) |
อากาศตอนกลางคืนหนาว ต้องเปิดเครื่องแอร์ที่ทำความร้อน ปรับไว้ที่อุณหภูมิ 25 องศา บ้านส่วนใหญ่ใช้เครื่องทำความร้อนด้วยพลังแสงอาทิตย์ หรือโซล่าเซลล์ บ้านลุงก็มีเช่นกันแต่บางครั้งในฤดูหนาวแสงแดดไม่มาก ต้องเปิดเครื่องทำความร้อนเพิ่มถ้าต้องการใช้น้ำอุ่นสำหรับอาบน้ำ
แต่ลุงไม่ค่อยใช้ เราได้เห็นชีวิตที่อยู่อย่างประหยัด รู้ว่าจะใช้อะไรเมื่อไรเพื่อความประหยัด แต่อยู่ได้อย่างสุขสบาย ประเทศออสเตรเลียแผ่นดินใหญ่ประกอบด้วย 6 รัฐ มีรัฐวิคตอเรีย เมืองสำคัญคือเมลเบอร์น รัฐนิวเซ้าท์เวลส์ เมืองสำคัญคือซิดนี่ รัฐควีนส์แลนด์ เมืองสำคัญคือบริสเบน รัฐนอร์ทเทอน เทอริทอรี่ เมืองสำคัญคือดาร์วิน รัฐออสเตรเลียใต้ เมืองสำคัญคือ อาดีเลด และ ออสเตรเลียตะวันตก เมืองสำคัญคือ เพริธ แคนเบอร่าเป็นเมืองหลวงของประเทศอยู่ในรัฐนิวเซ้าท์เวลส์ ความที่ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศใหญ่ พื้นที่ในแต่ละด้านของประเทศจึงมีสภาพพื้นที่ อากาศและเวลา ต่างกัน เขาก็มีป่าดิบชื้นอยู่เหมือนกันทางด้านตะวันออกของประเทศ ในรัฐควีนส์แลนด์
รัฐออสเตรเลียตะวันตก เรียกย่อว่า WA ประชากรทั้งหมดในรัฐนี้ประมาณหนึ่งล้านเก้าแสนคน อาศัยอยู่ใน 6 เมือง ตามแนวชายฝั่งทะเล มีเพริธ เป็นเมืองสำคัญและใหญ่ที่สุด มีประชาการประมาณหนึ่งล้านสี่แสนคน เมืองอื่นๆมีประชากรน้อยแค่ไม่กี่หมื่นคนเท่านั้น ผู้คนไม่ได้อาศัยในพื้นที่ในแผ่นดินหรือที่เรียกว่า inland เพราะส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย
ช่วงฤดูหนาวอยู่ในเดือนมิถุนายน ถึงสิงหาคม ช่วงนี้มีฝนตกมากกว่าช่วงอื่น ฤดูใบไม้ผลิเริ่มเดือนกันยายน ถึงพฤศจิกายน ฤดูร้อนในเดือนธันวาคม ถึงกุมภาพันธ์ และฤดูใบไม้ร่วงในเดือนมีนาคม ถึงพฤษภาคม ช่วงที่น่าไปเที่ยวเพราะอากาศดี ไม่มีฝน นกดี และดอกไม้ป่าออกมาก คือช่วงฤดูใบไม้ผลิในเดือนกันยายน ถึง พฤศจิกายน
» วันที่สอง บึงจูนดาลับ (ตอนเหนือ) - สวนเซอร์เจมส์ มิเชลล์ |
|
เมื่อทานอาหารเช้าง่ายๆ ซึ่งได้แก่ คอร์นเฟค มูสลี วีทบิสกิต นม ขนมปัง มาการีน แยมโฮมเมด ชา กาแฟ ผลไม้ แล้วต้องเตรียมตระกร้าสำหรับไปปิคนิค ใส่กระติกน้ำร้อน เครื่องชากาแฟ บิสกิต ชอคโกแล็ด ผลไม้ มีส้ม แอปเปิล ลูกแพร์
ออกจากบ้านเวลาประมาณ 08.30 น. ลุงขับรถพาไปทะเลสาบ หรือบึงน้ำขนาดใหญ่จูนดาลับ อยู่ทางทิศเหนือของเพริธ ระยะทางประมาณ 30 กม. ก่อนออกนอกเมืองเห็นถนนฝ่ายตรงข้ามเส้นทางที่มุ่งเข้าเมืองรถติดเป็นทิวแถวเหมือนกัน แต่ลุงบอกติดแป๊บเดียวไม่เหมือนในกรุงเทพฯหรอก สองข้างถนนไฮเวย์ได้เห็นพืชพันธุ์ไม้ ที่มีไม้พุ่ม ดอกไม้ป่าสวยงาม ต้นยูคาลิป ต้นแบ้งค์เซีย (Banksia) ต้นแปรงขวด (Bottlebrush) ทั้งแบ้งค์เซียและแปรงขวด ก็มีหลายชนิดเช่นกัน
เขาขับรถชิดซ้ายแบบบ้านเรา มีการจำกัดความเร็วทุกแห่ง ความเร็วสูงสุดที่เห็นมีแค่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วทั่วไปตามนอกเมืองประมาณ 80 กิโลเมตร ใกล้ๆเมืองประมาณ 60 กิโลเมตร จนถึงในเมือง 40 กิโลเมตร ตามสี่แยกหลายเส้นทางมีกล้องถ่ายรูปดักถ่ายผู้ที่ขับเกินความเร็วที่กำหนด จึงไม่ค่อยเห็นคนขับรถเร็วมาก ดูแล้วการขับรถค่อนข้างง่าย ไม่เครียด เพราะไปกันตามระเบียบ ความเร็วพอๆกัน โดยปกติเขาจะให้ขับชิดซ้ายกัน ทุกระยะจะมีบริเวณให้แซง (overtaking) ซึ่งจะแจ้งล่วงหน้า คนส่วนใหญ่ปฏิบัติตามกฏ แต่ก็มีเหมือนกันที่ขับรถเร็ว แต่เห็นน้อยมาก |
|
|
ดูนกในทะเลสาบ |
Australian Shelduck |
มาถึง นีล ฮอกินส์ พาร์ค อยู่ริมทะเลสาบจูนดาลับ มีนกหลายชนิดหากินอยู่บนสนามหญ้าใกล้ที่จอดรถ เช่น เป็ดดำ Pacific Blackduck, Laughing Kookaburra คล้ายนกกะเต็นบ้านเราแต่ขนาดใหญ่, Sulphur-crested Cockatoo, Western Corella, Little Corella นกคอเรลลา เป็นนกกระตั้ว (Cockatoo) ขนาดใหญ่สีขาว, Crested Pigeon นกเขามีหงอนสวยงามแปลกตามากและ Laughing Turtle-Dove เห็นได้ทั่วไป ก็สวยดี
เมื่อเหยี่ยว Brown Goshawk บินมานกพวกนี้ก็บินพลึบพลับกันสักพักหนึ่ง
เดินเข้าไปดูต้นไม้ตามริมป่า ที่เด่นมีต้นแบล็คบอย (Blackboy) ที่จะเห็นทั่วไปเป็นสัญญลักษณ์หนึ่งของออสเตรเลีย มาจากลักษณะที่ดูแล้วคล้วยชนพื้นเมืองของออสเตรเลีย (Aborigin) แต่ลุงบอกว่าเขาเปลี่ยนชื่อเป็น Grasstree เพราะกลัวว่าแบล็คบอยจะเป็นชื่อเหมือนดูหมิ่นชนพื้นเมือง แต่เราว่าแบล็คบอยฟังดูน่ารักกว่า
เริ่มรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งต่างๆที่เห็น พันธุ์ไม้ และนกหน้าตาและชื่อแปลกๆ นกแก้วที่ไม่เคยสนใจมาก่อน เพราะบ้านเราเห็นอยู่แต่ในกรง แต่ที่นี่บินกันอย่างอิสระ สวยงามเพิ่มสีสันให้ธรรมชาติ
แล้วเดินไปดูนกที่ริมทะเลสาบ มีหงส์ดำ (Black Swan) เป็นสัญญลักษณ์ของออสเตรเลียตะวันตก, เป็ด Muskduck เป็ดสีดำ ที่ตัวผู้หน้าตาตลกเพราะมีถุงอยู่ที่คอ ไว้เป่าให้โป่งเพื่อเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย, Australian Shelduck, เป็ดผีสองชนิดชื่อ Hoary-headed Grebe และ Australasian Grebe คล้ายเป็ดผีบ้านเรา, นก Welcome Swallow คล้ายนก Pacific Swallow บ้านเรา บินร่อนโฉบไปมาบนผิวน้ำ |
มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทางยาว 1.2 กม. มีนกตามพุ่มไม้ เขาเรียกรวมๆว่า นกพวก bushbirds ที่เห็นตื่นตาตื่นใจมาก และที่สวยที่สุดเห็นจะได้แก่นก Spendid Wren นกตัวเล็กสีน้ำเงิน ฟ้า สเปนดิด หรือสวยวิเศษจริงๆ นอกนั้นก็มีนก Shining Bronze Cuckoo คล้ายๆนกคักคูมรกต, นก Western Gerygone อ่านว่า เจริกอนี่, นก Rufous Whistler, นก Inland Thornbill ปากเล็กแต่แหลม, นกอีแพรด Grey Fantail, Silvereye คล้ายๆนกแว่นตาขาวบ้านเรา และนก Spotted Pardalote หากินอยู่ตามซอกหิน หลืบพุ่มไม้ สวยงามมาก, นก Brown Honeyeater เห็นได้บ่อยทั่วๆไป นกพวกกินน้ำหวาน (honeyeaters) มีหลายชนิด มีปากคล้ายนกกินปลี บ้านเราแต่ตัวใหญ่กว่านกกินปลี และเล็กว่านกปรอดเล็กน้อย บนท้องฟ้ามีนกแอ่น Tree Martin เห็นตะโพกขาวๆ
เริ่มเห็นว่านกที่นี่สวยงาม และน่าสนใจมากขึ้น รวมทั้งธรรมชาติ แม้จะไม่มีป่าหนาแน่นแบบบ้านเรา แต่ในป่าโปร่งยูคาลิป และพุ่มไม้ที่รักษาธรรมชาติไว้อย่างดีนี้ก็มีนกอาศัยอยู่หลายชนิด ท้าทายเหมือนกันไม่ได้เห็นง่ายนัก คนดูนกเท่านั้นจึงจะพอรู้ว่ามีนกแอบซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ คนทั่วไปก็เดินเล่นอย่างเดียว ไม่ค่อยเห็นนก
เหมือนบ้านเรา
|
|
คุณกมล ลุงทอม คุณเอ้ หน้าต้นแบล็คบอย |
ระหว่างทางมีเนินขึ้นไปชมวิว มีป้ายเขียนว่า On the Rock อธิบายความสำคัญ และความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ย่อๆ ป้ายลักษณะนี้จะมีอยู่ตามสวนสาธารณะ ซึ่งมักเป็นแหล่งอนุรักษ์แทบทุกแห่ง แบบเดียวกับที่เห็นตามพื้นที่อนุรักษ์ในประเทศอังกฤษ
หลายอย่างคิดว่าปรับปรุงมาจากสิ่งที่ทำกันในประเทศอังกฤษ คนส่วนใหญ่มีรกรากเดิมจากอังกฤษ หรือไอร์แลนด์ แต่ก็เห็นชาวเอเซีย และคนชาติอื่นๆมากเหมือนกัน
สักพักฝนเริ่มตก แรงบ้าง ซาบ้าง จึงกลับบ้าน ถึงบ้านราวบ่ายโมง ทำอาหารกลางวันง่ายๆทานกัน ก็บะหมี่สำเร็จรูปนะแหละ แต่ปรุงใหม่ ใส่ผักเยอะๆ
ช่วงบ่ายคุณลุงจะต้องมีหน้าที่ไปรับหลานที่โรงเรียนพากลับบ้านเขา ลุงอาสาลูกชายทำสิ่งนี้สัปดาห์ละ 2 วัน เพื่อจะแบ่งเบาภาระลูกและได้พบหลานปู่เป็นประจำ ลุงทอมให้ความสำคัญความสัมพันธ์ในครอบครัวมาก จึงพาเราไปส่งไว้ที่ supermarket ชื่อ Coles ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ เพราะเราขอไปซื้ออาหารเข้าบ้าน ลุงจะมารับภายใน 2 ชั่วโมง
สินค้าในห้างมีบางอย่างที่ถูกมากเมื่อเปรียบกับบ้านเรา โดยเฉพาะสิ่งที่ผลิตในออสเตรเลีย เช่น มาการีน ชอคโกแล้ค วิตามินต่างๆ แคร๊กเกอร์ หรือบิสคิด ผักเช่น แคร้อค ถูกจริงๆ ผลไม้เช่น แอปเปิ้ลก็ถูกมาก ส่วนลูกแพร์แพงกว่าแอปเปิลแต่ถูกกว่าบ้านเราประมาณ 3 เท่า สด และกรอบ เขามีการจัดสินค้าลดราคาทุกอาทิตย์แบบบ้านเรา ถ้าซื้อของอยู่ในรายการลดราคาในแต่ละอาทิตย์ก็จะทำให้ประหยัดเงินได้มาก
ใกล้ๆกันมี supermarket เล็กกว่า สำหรับอาหารชาวเอเซีย เช่น ข้าว บะหมี่ เครื่องปรุงอย่างที่เราใช้ในเมืองไทย อื่นๆอีกมากมาย หาได้หมด |
|
Black-tailed Native Hen |
ลุงมารับ เข้าบ้านเอาของเข้าที่เข้าทางแล้ว จึงขับรถพาไปสวนสาธารณะชื่อ เซอร์เจมส์ มิเชลล์ อยู่ริมแม่น้ำสวอน ในเมืองเพริธนั่นเอง ปกติลุงจะพาหมาเจ้า เจสซี่ ออกไปเดินเล่นทุกเย็นอยู่แล้ว
สวนนี้แม้จะอยู่ในเมือง มีบ้านอยู่โดยรอบ เป็นสถานที่สำหรับเดินเล่น ออกกำลังกาย และเป็นที่ดูนกด้วย ได้เห็นนกหลายชนิด
ลุงพาไปดูรังของหงส์ดำ มีลูกเล็กๆแล้ว นอกจากนั้นมีนกอ้ายงั่ว Australian Darter, นกกาน้ำเล็ก Little pied Cormorant, เป็ด Hardhead, นกกระทุง Australia Pelican นกกระทุงตัวใหญ่ลอยน้ำ เดินเล่นอยู่ในธรรมชาติใกล้ผู้คนอย่างสบาย ไม่มีใครทำร้าย, ได้เห็นนกที่ลุงบอกหายากชื่อ Black-tailed Native-hen ก็ไม่ได้สวยงามอะไรมากลักษณะคล้ายนกอีลุ้ม แต่เตี้ยกว่า สีตุ่นๆแต่เป็นนกหายาก ก็ยังหัวเราะและล้อกันตลอดถึงนกตัวนี้ ที่ไม่ค่อยสวยงามนักแต่คนเห็นดีใจว่าได้พบ
อากาศเริ่มหนาว ลมแรง และฝนก็ตกพรำๆ ทำให้ยิ่งหนาว จึงกลับบ้าน
ได้เริ่มเห็นชีวิตของคนที่นี่ที่อยู่กันสุขสบาย มีธรรมชาติอยู่ใกล้ตัว มีสวนสาธารณะมากมาย ได้เห็นสีเขียว ได้เดินออกกำลังกาย
อยากให้บ้านเรามีบ้าง
อาหารเย็นมื้อนี้เป็น แกงเขียวหวาน และผัดผักรวม ฝีมือศิลปินของเรา อร่อย ก่อนอาหารเย็นทุกมื้อจะเริ่มด้วยการดื่มไวน์แดงออสเตรเลีย คนละแก้ว...สองแก้ว
(บางคนสามแก้ว)
ที่ซื้อมาจากร้านใกล้บ้าน ราคาไม่แพง รสชาดดี
เชียส์
หมายเหตุ นกส่วนใหญ่ไม่เหมือนเมืองไทย ที่ใช้ชื่อภาษาไทยกำกับบ้างก็เพื่อให้เข้าใจว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน และจะกล่าวถึงเฉพาะนกที่เห็นว่าน่าสนใจ หรือสวยงามเท่านั้น
» วันที่สาม โบลพาร์ค - บึงบูรากูน - อ่าวอัลเฟรด
ตื่นกันแต่เช้าก่อนหกโมงเช้า เพราะนอนกันเร็วมาก สองสามทุ่มก็นอนแล้ว นับแล้วนอนราว 8-9 ชั่วโมงทีเดียว ล้างหน้าล้างตาดื่มน้ำบริสุทธิ์สองสามแก้วกันแล้ว ก็ออกไปเดินเล่นออกกำลังกายกัน ลุงจะพาเดินเปลี่ยนเส้นทางทุกครั้ง อากาศหนาวตอนแรกที่ออกเดินแล้วก็เย็นสบายเมื่อเดินไปได้สักพัก ดูบ้านโน้นบ้านนี้ไปตลอดทาง ส่วนใหญ่บ้านเขาจะปลูกชั้นเดียว มีบ้านรุ่นใหม่ปลูกทันสมัยและสองชั้น บ้านรุ่นโบราณจริงๆจะเป็นบ้านไม้ มีบันไดเตี้ยๆขึ้นบ้าน มีระเบียงหน้าบ้านใหญ่ อย่างที่เคยเห็นในหนังออสเตรเลียที่เกี่ยวกับยุคบุกเบิก ใกล้ๆบ้านลุงมีโรงพยาบาล มีห้องสมุด มีสถานีตำรวจ เป็นบริเวณที่เขามีการระวังภัย เห็นป้ายตามมุมถนน neighbourwatch รายละเอียดเป็นอย่างไรไม่ได้ถาม แต่คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยของตำรวจในแต่ละย่าน
เราเดินกันไปจนถึงสวนสาธารณะริมแม่น้ำ แล้วเดินกลับ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที เห็นบางคนเตรียมตัวจะออกไปทำงาน บางคนขี่จักรยานออกกำลังกาย หรืออาจขี่ไปที่ทำงานเลยก็ได้ ถนนยังไม่มีรถวิ่งขวักไขว่เพราะยังเช้าอยู่ |
|
|
แผ่นพับนกในโบลด์พาร์ค |
White-cheeked Honey-eater |
วันนี้ลุงต้องไปทำงานอาสาสมัครให้แก่องค์กรอนุรักษ์นกของออสเตรเลีย ที่เรียกว่า Birds Australia แต่ที่เพริธเป็นสาขาหนึ่งเติมคำว่า Western Australia Group (WAG) เข้าไปอีก ที่ทำการเป็นอาคารชั้นเดียวเล็กๆอยู่ที่ โบลพาร์ค
ลุงขับรถพาไปผ่านใจกลางเมืองเพริธไปเมืองชานเมืองซูเบียโก (Subiaco) เพื่อไปโบลพาร์ค แล้วพาพวกเราไปส่งไว้ที่ Reabold Hill เพื่อปล่อยให้เราเดินดูนกกัน จนกว่าจะทำงานเสร็จจะกลับมารับในเวลาอีก 2 ชั่วโมง บนเนินเขารีโบลด์ มองเห็นทะเลอินเดีย (Indian Ocean) ที่นี่เป็นแหล่งดูนกที่ลุงว่าดีมากที่สุดแห่งหนึ่ง ที่เห็นป่าค่อนข้างทึบและสมบูรณ์ มีพันธ์ไม้ ดอกไม้ป่าสวยงาม เช้านี้ได้เห็นนกใหม่อีกชื่อ White-cheeked Honeyeater และ Pallid Cuckoo ได้ยินเสียงร้องก็รู้ว่าเป็นนกคัคคู, นกแก้วหลากสีอีกชนิดหนึ่ง Red-capped Parrot และนกเร็นที่สวยงามมากอีกชนิดหนึ่ง Variegated Wren กระโดดอยู่ตามกิ่งของพุ่มไม้แห้ง หลบหลีกไปมา ลักษณะของนกเร็นชอบกระดกหางที่ยาวเรียวเป็นแนวตั้ง เมื่อบอกลุง ลุงบอกว่าเห็นไม่ได้ง่ายไม่เคยรู้ว่ามีที่นี่ แต่เจ้าหน้าที่ที่องค์กรนก ว่าเคยมีคนพบเหมือนกัน |
ได้เข้าไปเยี่ยมที่ทำงานขององค์กร BAWAG เขาทำงานด้วยอาสาสมัครทั้งหมด บางครั้งมีโครงการก็มีเงินจ้างคนมาทำงาน แต่พอหมดเงินหมดงานไม่หมดก็ทำต่อไป ลุงไปช่วยรวบรวมข้อมูลการสำรวจนกที่คนส่งมา ไม่ใช่เป็นรายงานการพบนกแต่เป็นการสำรวจนกในพื้นที่ใดที่หนึ่งอย่างต่อเนื่องอาจจะเป็นช่วงปี หรือสองปี ไม่ว่าจะนกอะไรก็ตามที่เห็นในพื้นที่นั้น มีสมาชิกส่งมามาก บางคนส่งมาครั้งละเป็นร้อยใบ อาสาสมัครมาช่วยงานนี้หลายคนสลับวันกัน หรืออาทิตย์ละวัน หรือสองวัน ที่สำนักงานนี้มีกิจกรรมสองกลุ่ม กลุ่มนกและกลุ่มดอกไม้ป่า มีสินค้าขายเหมือนกันแต่เขาไม่ค่อยโชว์ เพิ่งมาเห็นในวันหลังที่กลับไปซื้อหนังสือ มีสินค้าลายนกและดอกไม้ป่าอยู่มากมายในห้องเก็บสินค้า เตรียมจะไปออกร้านตามงานต่างๆ มีหนังสือ การ์ด ถ้วยกาแฟ จาน ฯลฯ สวยงามหลายอย่าง หาที่อื่นไม่ได้
องค์กรอนุรักษ์นกในออสเตรเลียใช้ชื่อว่า Birds Australia (B.A) หรือ Royal Australasian Ornithologists Union (R.A.O.U) เป็นเครือข่ายขององค์กร Birdlife International เหมือนบ้านเรา (หรือบ้านเราเหมือนเขา) BA ก่อตั้งเมือ ค.ศ. 1901 หรือ 100 ปีมาแล้ว เขาใช้คำจำกัดความองค์กรเขาว่า ความรู้สู่การอนุรักษ์ (Conservation Through Knowledge) มีจุดมุ่งหมายย่อๆว่า มุ่งการศึกษาค้นคว้า และอนุรักษ์นกและพื้นที่ธรรมชาติ (
dedicated to the study and conservation of native birds and their habitats
) |
|
นิตยสารวิงสแปน |
ค่าสมาชิกปีละ 68 เหรียญ หรือประมาณ 1580 บาท สมาชิกจะได้รับหนังสือแม๊กกาซีน 4 สี่ ประมาณ 40 หน้า ชื่อ วิงสแปน (Wingspan) ออกทุก 3 เดือน หรือปีละ 4 ฉบับ ถ้าต้องการรับหนังสือ Emu เป็นหนังสือทางด้านวิชาการ ออกทุก 3 เดือนเช่นกัน ค่าสมาชิกต้องเปลี่ยนเป็นปีละ 118 เหรียญ หรือ 2750 บาท BA มีที่ทำงานศูนย์กลางอยู่ที่เมืองฮอร์ธอร์น อีส ในรัฐวิคตอเรีย
ตามที่อ่านในวิงสแปน เขาโฆษณาหาสมาชิกโดยชักชวนดังนี้ มี 1. องค์กรทำงานตลอดเวลาเพื่อค้นคว้า และอนุรักษ์นกออสเตรเลีย ในฐานะเป็นสมาชิกจะได้ช่วยอนุรักษ์นกที่อยู่ในภาวะอันตรายได้ 2. จะได้รับหนังสือวิงส์แปน และ อีมู 3. เข้าแหล่งอนุรักษ์นก ของ BA ได้ฟรี 4. ถ้าจำนวนสมาชิกมากจะได้ช่วยทำให้องค์กรมีพลังในการต่อสู้ในเรื่องต่างๆได้ 5. ความอยู่รอดของนกในออสเตรเลียอยู่ในมือของพวกเราเหล่าสมาชิก สมาชิกจะได้รับทราบข้อมูลอันถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและนกออสเตรเลีย จะความรู้อันถูกต้องเหล่านั้นจะนำไปแก้ปัญหาอย่างได้ผล
ไม่รู้รายละเอียดมากไปกว่านี้ว่าเขาทำงานลักษณะใด
มีคอลัมน์คล้ายๆรายงานการพบนกของเรา ในวิงสแปนใช้ชื่อคอลัมน์ว่า Twitchers' Corner เป็นรายงานมาจากทั่วประเทศออสเตรเลีย เขาเขียนชี้แจงไว้เด่นชัดว่า รายงานในที่นี้เป็นรายงานไม่เป็นทางการ นักวิชาการต้องตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง สาขาที่เพริธใช้ชื่อว่า W.A.Group มีสมาชิกประมาณ 800 คน จัดทำข่าวสารชื่อ Birdnotes จัดพิมพ์ง่ายๆแจกให้แก่สมาชิก (ไม่ได้ถามว่าต้องเสียค่าสมาชิกที่นี่อีกหรือเปล่า) นอกจากนั้นทุกอาทิตย์ยังจัดออกไปดูนกไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ต่างคนต่างขับรถไปกันเอง พบกันที่จุดนัดพบใกล้สถานที่ดูนก มีประกาศอยู่ในข่าวสารว่าจะไปไหนเมื่อไรและใครเป็นคนนำ มีทั้งทริพวันเดียวและค้างคืน ส่วนใหญ่จะนอนเต็นท์ที่ต่างคนต่างเอาไป จัดการทุกอย่างกันเอง มีประชุมประจำเดือน มีงานอาสาสมัครให้สมาชิกได้ร่วมมีส่วน เช่น งานในโครงการต่างๆ งานสำรวจนก รวบรวมรายงานการพบนก งานเอกสาร งานขายของ เป็นต้น ส่วนใหญ่จะเห็นแต่ผู้ใหญ่ หรือคนสูงอายุมาช่วยทำงาน น่าจะเป็นเพราะมีเวลา ไม่ได้ทำงานแล้วคงอยากทำอะไรสักอย่างที่มีประโยชน์
|
กลับไปทานอาหารกลางวันที่บ้าน วันนี้ลุงจะทำขนมปังโดยใช้เครื่องทำขนมปังอัตโนมัติ ใส่ส่วนผสมตามที่ชอบ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า คำนวนดูเวลาว่าถ้ากลับมาจากดูนกในช่วงเย็นก็เสร็จพอดี
พวกเราสนใจเครื่องทำขนมปังบ้างลุงเลยพาข้ามถนนไปดูร้านขายเครื่องไฟฟ้าที่อยู่ตรงข้ามบ้าน ยี่ห้อเดียวกับที่ลุงใช้อยู่ ราคา 150 เหรียญออสเตรเลีย คิดเป็นเงินไทยประมาณ 3,500 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญ ประมาณ 23 บาท) ดูเฉยๆ ไม่ได้ซื้อ
บ้านเราที่เห็นมีขายอยู่ราคาประมาณ 5000 บาท |
|
|
บึงบูรากูน |
ป้ายอธิบายพื้นที่และนกที่อ่าวอัลเฟรด |
บ่ายนี้ลุงขับรถพาไปเมืองใกล้ๆชื่อ Melvill ไปที่บึงบูรากูน เป็นแหล่งนกน้ำเล็กๆในเมือง มีบ้าน มีถนนรถวิ่งกันขวักไขว่อยู่รอบๆบึง ที่นี่มีนกช้อนหอย Sacred Ibis และ Little pied Cormorant มาก นอกนั้นมีนกอีล้ำ Dusky Moorhen, นกคู๊ด Eurasian Coot, นกอีโก้ง Swamhpen |
|
Red-necked Avocet |
แล้วพาไปอ่าวอัลเฟรด (Alfred Cove) อยู่ไม่ห่างจากบึงบูรากูน เป็นทุ่งหญ้าริมอ่าวแม่น้ำสวอน มองเห็นตึกของเมืองเพริธอยู่ฝั่งตรงข้าม มีหาดทรายเล็กๆอยู่กลางอ่าว เห็นนกกระสา White-faced Heron, นกอัญชัน Buff-banded Rail หากินอยู่ริมตลิ่งที่มีหญ้าสูง, นกตีนเทียน Black-winged Stilt ชื่อแบบบ้านเรา คล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน ลุงอยากเห็น Banded Stilt ที่มีลายแถบคาดที่อก แต่ไม่เจอ, มีนกแอฟโวเซท Red-necked Avocet จากหัวถึงคอสีน้ำตาล ลำตัว ขาว ดำ ดูแล้วสวยมากกว่า Pied Avocet, Pied Oystercatcher, และเป็ดผีใหญ่ Great Crested Grebe, ส่องไปส่องมาเจอเป็ด Chestnut Teal ที่ลุงบอกหายาก เขาก็เลยดีใจอีก บริเวณนี้ในช่วงย้ายถิ่นก็อาจจะได้พบนกชายเลนดีหลายชนิด มีป้ายแสดงอธิบายความสำคัญของแหล่งน้ำนี้และมีนกชนิดไหนบ้างที่อาจจะได้พบ ที่สนามหญ้าใกล้ๆกันเป็นที่เยาวชนมาเล่นฟุตบอลออสเตรเลีย (คล้ายๆรักบี้ เล่นเฉพาะที่ออสเตรเลีย) รอบๆสนามหญ้าเป็นที่ดูนก ทุกอย่างจัดสรรได้อย่างง่ายดาย คน และสัตว์ป่า อยู่ร่วมกันได้อย่างสบายๆ
เย็นนี้ลุงทอมจะต้องไปทานอาหารกับครอบครัวลูกสาว เพราะเป็นวันเกิดของหลานชาย จะไม่กลับมาทานอาหารเย็นด้วย อาหารมื้อนี้ของพวกเราเป็นทอดปลา และผัดเผ็ดผัก
แต่ละวันผ่านไป ได้รู้ได้เห็นนก และสิ่งต่างๆมากขึ้น
อ้าว! แอบเห็นกระดาษโน๊ตของลุงวางอยู่บนโต๊ะโดยบังเอิญ เป็นรายการที่จะพาเราไป วางแผนไว้เต็มเหยียดทุกวัน
ไหนอายุมากแล้ว สมองยังว่องไว และแอ็คทีฟเหลือเกิน
แล้วไหนพวกเราว่าจะไม่วุ่นวาย แอบดูโน๊ตลุงทุกวัน ว่าพรุ่งนี้จะพาไปไหน
» วันที่สี่ ฮิลไซด์ฟาร์ม - เอลลิส บรูค แห่งเทือกเขาดาริ่ง |
|
| ลุงทอม ลุงเลซ คุณเอ้ คุณปุ๊ ที่ฮิลล์ไซด์ฟาร์ม |
วันนี้ไม่ได้ออกไปเดินออกกำลังกายตอนเช้า เพราะต้องออกไปดูนกเร็วกว่าวันอื่นๆ มื้อเช้านี้ได้ทานขนมปังทำเอง สดใหม่ ฝีมือลุง (ผ่านเครื่อง) อร่อยกว่าขนมปังซื้อตามร้านมาก
เช้านี้ลุงขับรถพาไปทางทิศตะวันออก ผ่านเมืองอุตสาหกรรม Welshpool มุ่งไปเทือกเขา Darling Range เป็นเทือกเขาทอดยาวเหยียดทางตะวันออกของเพริธ คล้ายกับเรามองเห็นเทือกเขาตะนาวศรีเมื่อขับรถไปภาคใต้ผ่านเพชรบุรีไปแล้ว อยู่ที่เมืองกอสเนลส์ (Gosnells) ระหว่างทางเห็นจิงโจ้ วิ่งอยู่ในธรรมชาติมีลูกอยู่ในถุงที่อก ถ้าแค่อ่านก็คงจะไม่ตื่นเต้น เพราะเห็นเป็นภาพชินตาตามหนังสารคดี แต่พอมาเห็นตัวจริงก็ดีใจเหมือนกันน๊ะ
|
|
|
Red-capped Robin |
Scarlet Robin |
ที่ไปชื่อ Hillside Farm และป่าอนุรักษ์ Ellis Brook เป็นพื้นที่เหมาะสำหรับดูนกมาก เป็นป่าโปร่งที่กว้างใหญ่ มีทางเดินมากมาย ดอกไม้ป่า พืชพันธ์ไม้สวยงาม ต้นมารี ที่มีลูกไม้คล้ายกระดิ่ง ต้นแบล็คบอย มีอยู่ทั่วไป
เวลาอยู่ที่ออสเตรเลยจะรักต้นแบล็คบอย และรู้สึกว่าเหมือนมีชนพื้นเมืองเจ้าของพื้นที่มองดูเราอยู่ทุกหนแห่ง
เริ่มเคยชินกับสภาพป่าของที่นี่แล้ว ถ้าดูจากบ้านเรา ก็จะคิดว่าไม่น่าสนใจพื้นที่ป่าโปร่ง พุ่มไม้ ขณะที่บ้านเราเป็นป่าดิบมีชนิดนกและ พืชพันธุ์หลากหลายมากกว่า แต่ก็ได้เห็นความสำคัญของธรรมชาติที่มี สัตว์ป่า พืชพันธุ์ไม้ชนิดต่างๆอาศัยอยู่ในพื้นที่แตกต่างกันทุกแห่งในโลกใบนี้
|
ลุงทอมนัดกับลุงเลซ (Les) อ่านว่า เลซซ ลุงเลซรูปร่างผอมเกร็ง ใส่หมวกออสเตรเลียปีกกว้าง กระฉับกระเฉง ชอบเดินฮัมเพลง หรือผิวปาก ขับรถกะบะ ข้างหลังทำเป็นโครงมีผ้าใบคลุมเหมือนจะรถบรรทุกของ แต่ลุงทอมบอกลุงเลซเอาไว้เป็นที่นอนเวลาเดินทางไปดูนกไกลๆ เราว่าเข้าท่าดี
เมื่อไปถึงลุงเลซรออยู่แล้ว พาเข้าไปดูนกที่ ฮิลไซด์ฟาร์ม ที่นี่เป็นสถานที่ให้พวกไม่มีงานทำ (unemployed) ที่รัฐต้องอุดหนุนเงินทุกสัปดาห์ ให้มาทำงานบ้าง แทนที่จะได้เงินฟรีๆ ถ้ามีคนไม่ทำงานหลายคนรวมตัวกันสักแค่กลุ่มหนึ่ง ก็เช่าบ้าน จะอยู่กันแบบสบายๆไม่ต้องทำอะไร ตื่นสายๆ ไม่เป็นประโยชน์อันใด ได้พบเจ้าหน้าที่ชื่อ สตีฟ คล่องแคล่วมาก เขาเป็นผู้ฝึกฝนงานให้คนพวกนี้ และสนใจนกในพื้นที่ด้วย รู้ว่านกอะไรอยู่ตรงไหน เห็นรังนกก็จะติดโบว์ไว้เป็นที่หมาย
ลุงเลซนำดูนกในวันนี้ พูดเก่ง และคล่องแคล่วสมตัว ได้เห็นนกสวยงามมากเช่นนก Red-eared Firetail คล้ายนกฟินซ์สีสด, นก Mistletoebird คล้ายนกกาฝากบ้านเรา, นก Scarlet Robin หน้าผากขาว อกแดง, ลุงเลซมาตามหานก Red-capped Robin แล้วในที่สุดก็ได้เห็น เป็นนกที่น่ารักมากตัวเล็กแบบนกจับแมลง หน้าผากแดง อกแดง
หลังจากนั้นเดินไปป่า Ellis Brook ที่อยู่ติดกัน บรูค (Brook) หรือครีค (Creek) หมายถึงทางน้ำเล็กๆแบบลำธาร ป่าที่นี่สวยงามมากเพราะมีดอกไม้ป่าหลากสีขึ้นอยู่ทุกหนแห่ง พอตกสายๆอากาศค่อนข้างร้อนและค่อนข้างเหนื่อยเพราะเราเดินอยู่ในที่โล่ง และเดินขึ้นเขาตลอด ได้เห็นนก New Holland Honeyeater และนกคุ่ม Painted Button-quail และนก common Bronzewing เป็นนกในกลุ่มนกเขา นกพิลาบ
เราต้องกลับกันแล้ว แต่ลุงเลซจะอยู่ดูนกต่อ
ถึงบ้านราวบ่ายโมง หลังจากทำอาหารกลางวันทานกันแล้ว ลุงต้องไปรับหลาน เราจึงนั่งรถเมล์ไปเมืองเพริธ ค่ารถราคา 1.90 เหรียญ หรือประมาณ 45 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ตั๋วจะใช้กลับได้ฟรี ภายใน 2 ชั่วโมง ไปเดินเล่นที่ถนนย่านช้อปปิ้งชื่อ Hay Street และ Murrey Street โดยเฉพาะร้านหนังสือ ใช้เวลา 2 ชั่วโมงพอดี ไม่ได้ซื้ออะไร ไม่มีอะไรน่าสนใจ
ทานอาหารเย็นวันนี้ด้วยกัน เป็นไก่ทอด ผัดผัก แล้วลุงต้องไปเลี้ยงหลาน (baby sit) ของลูกอีกบ้านหนึ่ง
ก่อนนอนของทุกวัน กิจกรรมของพวกเราคือ เปิดทีวีดูข่าว จดบันทึก วาดภาพบันทึก (ทำคนเดียว) ศึกษานกที่เห็นในวันนี้ ศึกษาเส้นทางที่ไปมา
รวมทั้งอ่านหนังสือเกี่ยวกับนกออสเตรเลียที่ลุงทอมวางให้อ่านมากมาย
โอย
วันเวลาผ่านไปไม่มีเวลาคิดอะไรอื่นเลย
» วันที่ห้า เมืองทุดเย - ป่าจูลิมาร์ |
|
บริเวณทานอาหารกลางวันที่ป่าจูลิมาร์ |
ได้ออกไปเดินออกกำลังกายตอนเช้า
วันนี้จะต้องเดินทางไกล ราว 60-70 กม. ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ สู่เมือง Toodyey เป็นเมืองโบราณสมัยบุกเบิก ลุงแวะลงถามทางที่จะไปป่าจูลิมาร์ เพราะลุงเองก็ยังไม่เคยไป เมื่อพวกเราได้เห็นศูนย์ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว จึงแวะเข้าไปดูและซื้อของที่ระลึกอย่างที่ชอบ ในเมืองไม่ค่อยมีของสวยๆพวกนี้
ลุงขับรถต่อ ผ่านแม่น้ำเอวอน เป็นสายหนึ่งของ แม่น้ำสวอน ไปทางเมือง Cittering เข้าถนนจูลิมาร์ เป็นถนนหลักผ่านพื้นที่ของป่า Julimar Conservation park นานๆจะมีรถวิ่งมาสักคัน ลุงหาถนนแยกเข้าป่าไม่เจอ เลยต้องแวะทานอาหารกลางวันที่เตรียมมาข้างๆทาง ได้เห็นนก Long-billed Black Cuckatoo เป็นนกแก้วขนาดใหญ่สีดำ นก Little Wattlebird ไม่มีติ่งแดง และเล็กกว่านก Red Wattlebird และเหยี่ยว Wedge-tailed Eagle ขณะทานอาหาร ซึ่งมักจะไม่ได้นั่งทานอย่างเป็นสุข ถ้าอยู่ในป่า เดี๋ยวนกตัวโน้นมา เดี๋ยวนกตัวนี้มา
|
|
สภาพป่าจูลิมาร์ |
ขับรถย้อนกลับ เจอถนน Heine ที่มองหา ขับเข้าป่าโปร่งที่สวย มีลำธารน้ำแห้งตามจุดต่างๆ หยุดดูนกตามบริเวณเหล่านี้ ได้เห็นนกสเปนดิดเรน สุดที่รักอีก และนกเปลือกไม้ Rufous Treecreeper ไม่เห็นเหมือนนกเปลือกไม้บ้านเราตัวอ้วนกว่า และชอบอยู่ตามไม้ล้ม กระโดดไปมามากกว่าไต่ไม้, Western Spinebill สวยจริงๆคล้ายนกระวังไพรบ้านเรา, นก Golden Whistler หัวดำสนิท ท้องเหลืองสด, นก Yellow-plumed Honeyeater, นกพาร์ดาโลตอีกชนิดหนึ่งชื่อ Striated Pardalote ชื่อนกชนิดนี้ชื่อแปลกเรียกผิดทุกที เขาอธิบายไว้ในคู่มือว่า ชื่อมาจากภาษากรีกแปลว่า จุด จึงเป็นนกที่ต้องมีจุด ไม่ว่าจะบนหัว หรือตัว ยกเว้นเจ้าตัวนี้ Striated
ตอนแรกนึกว่ายกเว้น แต่เพิ่งเห็นว่ามีจุดอยู่ที่ปีกอยู่จุดเดียว
อย่างไรก็ขอให้ได้มีจุด
ฝนตกมาปรอยๆ จึงกลับ ขากลับผ่านเมือง Guideford เมืองเก่าอีกเมืองหนึ่ง และผ่าน Swan valley ที่ปลูกองุ่น ทำเหล้าไวน์กันมาก..กลับถึงบ้านราวห้าโมงเย็น ลุงต้องไปซื้อของที่ Coles พวกเราเลยแวะเข้าไปซื้อของเข้าบ้านเพิ่มอีก...ขากลับแวะร้านแฮมเบอเกอร์ ชื่อ Hungry Jacks ขับเข้าไปด้านหลัง ดูเมนูตามป้ายแล้วสั่งออกไปเลยจากหน้าต่างรถ แล้วขับรถไปจ่ายเงินและรับของที่ทางออก
ลุงสร้างบรรยากาศขับรถพาไปนั่งทานแฮมเบอเกอร์ที่สวนสาธรณะริมน้ำสวอน เพราะตอนกลางคืนมองเห็นเมืองเพริธประดับไฟสวยงามอยู่ฝั่งตรงข้าม อากาศหนาวและลมแรง แต่ได้บรรยากาศดี
กลับมาทำ checklist วันนี้เข้านอนยิ่งเร็วกว่าปกติเพราะเดินทางกันมากกว่าวันอื่นๆ
» วันที่หก เรย์ มาร์แชล พาร์ค แหล่งนกธรรมชาติ อีริค ซิงเกิลตัน |
|
บรรยากาศที่ เรย์ มาร์แชล พาร์ค |
เช้านี้ได้ออกไปเดินเล่นอีก
ขณะที่เขียนนี้ ยังคิดถึงกิจกรรมนี้อยู่
บ้านเรามีสวนสาธารณะใกล้บ้านน้อย
นึกไม่ออกว่าพวกเราอยู่กันมาได้อย่างไรกับสภาพของเมืองที่แออัด
เอาละอย่าเครียดดีกว่า ลุงขับรถพาไปทางเมืองกิลฟอร์ด ไป Ray Marshall Park เป็นสวนสาธารณะ พื้นที่ธรรมชาติ ริมแม่น้ำสวอน สำหรับผู้คนมาเดินเล่น หรือดูนกในธรรมชาติ
มีเป็ดมัลลาร์ดว่ายน้ำเล่น เป็ด Australia Grey Teal นั่งไซ้ขนอยู่ริมตลิ่ง
เหยี่ยวเคสเตรล Australian Kestrel ล่อนอยู่เหนือทุ่ง
อากาศหนาวเย็น และมีฝนตกปรอยเป็นระยะ หยุดบ้าง ตกบ้าง ลุงจะพาไปหานกปากกบ Tawny Frogmouth ตามต้นกระดาษ (Paperbark) ลำต้นเหมือนกระดาษแต่ไม่ได้มาทำกระดาษหรอก และต้นยูคาลิป แต่ไม่เจอ
ตามทุ่งมีเหยี่ยวปักหลัก Black-shouldered Kite ชื่อเหมือนบ้านเราและคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน ตามบริเวณชุ่มน้ำเจอนกชายเลน Black-fronted Dotterel คล้ายนกหัวโต (plover) บ้านเรา |
|
Pink-eared Duck |
ขากลับแวะเมือง Bayswater เพื่อเข้าไปดูแหล่งนกธรรมชาติ อีริค ซิงเกอร์ตัน (Eric Singleton Bird Sanctuary) เป็นพื้นที่ที่นายอีริค ต่อสู้เพื่อให้รัฐให้พื้นที่นี้เป็นที่อยู่ของนกน้ำจนสำเร็จ จึงเป็นสถานที่ทางการอนุรักษ์ไว้สำหรับนกน้ำมาอาศัยมากมายหลายชนิด และยังเป็นพื้นที่ทดลองการสร้างรังของนกเป็ดน้ำ มีเรือนไม้เป็นบังไพร (hide) สำหรับดูนก ที่เห็นมี Australasian Shoveler, Blue-billed Duck เป็ดปากสีฟ้า และ Pink-eared Duck ฟังชื่อนึกว่าจะเห็นสีชมพูที่หูมากหน่อย
โถ มีแค่จุดเล็กๆเท่านั้น แทบจะไม่เห็นเลย
ตอนบ่ายนั่งรถเมล์ไปเที่ยวเมืองฟรีแมนเทิล (Fremantle) เป็นเมืองคู่ของเพริธ อยู่ริมทะเล ปากอ่าวแม่น้ำสวอน เมื่อได้ไปในธรรมชาติมาแล้ว การเข้าเมืองดูจะเป็นเรื่องเหนื่อยหน่าย โดยเฉพาะเมืองที่ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ
สิ่งที่เราเคยคิดไว้แต่แรกมีส่วนถูกต้องบ้างเหมือนกันตรงที่ชีวิตเมือง (ย่านใจกลางเมือง) ที่นี่ค่อนข้างน่าเบื่อหน่ายจริงๆด้วย
» วันที่เจ็ด ป่าเซอร์เพนไทน์ |
|
สภาพป่าเซอร์เพนไทน์ |
ได้ออกไปเดินเล่นตอนเช้า สูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นอีก
วันนี้ลุงทอมมีธุระในช่วงครึ่งวันเช้า เราจึงนั่งรถเมล์ไปเที่ยวในเพริธเพราะไม่รู้จะทำอะไร กะว่าจะใช้เวลา 2 ชั่วโมงเหมือนเดิม ว่าจะไปดูอะไรที่เป็นประโยชน์เสียหน่อยมากกว่าไปย่านชอปปิ้ง เพราะก็ไม่เห็นซื้ออะไรกัน จึงไปศูนย์ศิลป Art Gallery และห้องสมุดประจำเมือง และไปเดินอีกย่านหนึ่งของเมือง ไม่มีอะไรน่าสนใจ
เหมือนเดิม บรรยากาศทุกแห่งดูซึมๆ ถ้าเป็นประเทศแถบยุโรป หรือบ้านเราก็ตื่นเต้นกว่าแล้ว |
|
Red-winged Wren |
ตอนบ่ายลุงขับรถพาไปวัดไทย ชื่อว่าวัดโพธิญาณ ลุงคงไปวัดไทยกับครอบครัวบ่อยๆจึงพบแหล่งดูนกเข้า วัดนี้อยู่ใกล้ Serpentine Fall National Park บนเนินเขา ใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมง
กะว่าจะมีโอกาสไปไหว้พระสักหน่อย แต่พอไปถึงก็พบว่าวัดปิดในวันนี้พอดี
ไม่เป็นไร ปกติลุงก็ไม่ได้ดูนกในวัดหรอก แต่ดูที่ป่าใกล้ๆวัด เพื่อจะมองหานก Red-tailed Black-Cockatoo และ Western Yellow Robin ที่หาค่อนข้างยาก แต่ก็ไม่เจอ ลุงขับรถพาต่อเข้าไปในป่าเรื่อย บริเวณนี้เรียก state forest เป็นพื้นที่ทำไม้ของรัฐ แวะพักดูนกเป็นระยะๆ โดยเฉพาะบริเวณใกล้ธารน้ำ มีดอกไม้ป่าสวยๆมากมาย ได้เห็นนกเร็นสุดสวยอีกชนิดหนึ่ง ชื่อ Red-winged Wren หัวสีฟ้าอ่อน ปีกมีแถบสีแดง ไม่เคยอยู่นิ่งหลบซ่อนอยู่ตลอดเวลา แต่บางครั้งก็กระโดดขึ้นเกาะยอดพุ่มไม้คงจะมาดูเราบ้าง แต่เป็นช่วงเวลาชั่ววินาทีดียวเท่านั้น ต้องรวดเร็วจึงจะได้เห็นความสวยงามของเขาเต็มที่ พวกเรารู้สึกชอบนกเร็นมากที่สุด
พยากรณ์อากาศคืนนี้บอกว่าในระยะสองสามวันต่อไปนี้จะมีฝนตกมากขึ้น
เลยต้องทำใจ เพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันที่จะได้ร่วมออกทริพกับกลุ่มอนุรักษ์นกออสเตรเลียตะวันตก BAWAG
ถ้าฝนตกก็คงกร่อย
ดีนะที่เราได้ดูนกตุนเอาไว้บ้างแล้ว
คืนนี้ คุณกมล เริ่มวาดรูปนกแม๊กพาย ที่ลุงบอกว่าเป็นนกที่ชอบที่สุดเพื่อมอบให้เป็นที่ระลึกแก่ลุงก่อนกลับ
» วันที่แปด ทริพสุดสัปดาห์กับกลุ่มอนุรักษ์นก อ่างเก็บน้ำมันดาริ่ง - ฟรีแมนเทิล |
|
กลุ่มที่ไป(กางร่ม)ดูนกด้วยกัน |
วันนี้ออกจากบ้านกันแต่เช้า เพราะมีนัดไปดูนกกลับกลุ่ม BAWAG ขับรถไปทางตะวันออกเฉียงเหนือจากเพริธ ทางไปอ่างเก็บน้ำ Mundaring Weir อ่างเก็บน้ำนี้มีท่อน้ำที่มีความยาวมากส่งไปใช้ในเมืองเพริธ สถานที่นี้จึงมีความสำคัญมากสำหรับชีวิตของคนที่นี่
เราใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมง ถึงจุดนัดพบทางเข้าถนน Fein
ฝนตกตลอดทาง ไปถึงมีรถมารอแล้ว สองคัน เป็นรถตู้ของลุง Brian และแฟน (ไม่สาว) ชื่อมาจอรี แต่งตัวเท่แม้จะอายุมากแล้ว และอีกคันเป็นชาวโปแลนด์ และแฟนชาวพม่า ที่มาอยู่อาศัยทำงานที่นี่นานแล้ว
สักพักก็มีลุง Brian ชื่อเหมือนกัน อีกคนมาสบทบ เคยมาเมืองไทย เคยไปดูนกแต้วแล้วท้องดำที่เขานอจู้จี้ อายุมากแล้วแต่งตัวเท่เช่นกัน ไม่กางร่มแต่มีเสื้อฝนอย่างดี และใช้ไม้เท้ากิ่งไม้ที่ขัดมัน
รวมทั้งหมดในกลุ่ม 9 คน ลุง Brian คนแรกจะเป็นคนนำดูนก ท่านเคยเป็นประธานของกลุ่มดูนกนี้ ปัจจุบันอายุมากแล้ว
|
|
ตามหานก Western Yellow Robin |
รถทั้ง 4 คันขับตามกันเข้าไปตามถนนลูกรังในป่า เมื่อเจอทางแยก ป้ามาจอรี ก็จะเอาป้ายชี้ทางไปตอกไว้ เผื่อถ้ามีสมาชิกตามมาจะได้รู้ว่าพวกเราไปทางซ้ายหรือขวา
ฝนยังตกตลอดเวลา แต่ก็กางร่มดูนกกัน ไม่มีใครบ่น ป้ามาจอรี กล่าวว่า ฝนตกฉันไม่ว่าอะไร เพราะอ่างเก็บน้ำจะได้มีน้ำมากๆ
เป็นความรู้สึกที่ดีว่า ในความคิดของมนุษย์ไม่ควรคิดถึงแต่ว่าตนเองจะสุขสบายหรือไม่อย่างเดียว ควรคิดถึงส่วนรวมด้วย
ฝนตกทำให้เห็นนกไม่มากนัก
ไม่เป็นไร...เราก็คิดอย่างป้ามาจอรี (เข้าเมืองตาหลิ่ว)
แต่ก็ได้พบนกที่คาดไว้ คือนก Hooded Robin ตัวขาวดำ แต่ก็สวยดี เขามองหานก Western Yellow Robin แต่ไม่เจอ นกโรบินคล้ายๆนกจับแมลง ชอบบินขึ้น บินลงจับแมลงตามพื้น เห็นนกเปลือกไม้ Rufous Treecreeper ไต่ไม้วันนี้
ฝนไม่มีที่ท่าจะหยุด เลยต้องเข้ารถ แล้วแยกย้ายกัน
ลุงทอมพาไปแวะทานอาหารกลางวันที่ Fred Jacoby Park ใกล้ๆอ่างเก็บน้ำมันดาริ่ง อาหารกลางวันที่เราเตรียมกันมามี ขนมปัง ใส้กรอก เนย ประกบทำเป็นแซนวิสอย่างง่ายๆ และผลไม้
ขณะนั่งทานแซนวิสกันอยู่ เห็นนกตัวดำๆคล้ายอีกา แต่ตัวเรียวกว่า บินมาเป็นกลุ่มเกาะที่ต้นไม้ ลุงบอกว่านกคุรวง Grey Currawong ฟังชื่อนกตอนแรกต้องย้ำถามว่า อะไรน๊ะ อ๋อ นึกว่าคีรีวงก์
ฝนยังตกปรอยๆอยู่ ขากลับแวะซื้อส้มแมนดาริน ที่เขาตั้งขายอยู่ริมถนน |
|
ดูนกต้านลมหนาวที่ฟรีแมนเทิล |
เมื่อได้กลับบ้านพักผ่อนกันพอสมควรแล้ว ตอนเย็นลุงพาไปดูนกทะเลที่เมืองฟรีแมนเทิล ที่บริเวณท่าเรือริมทะเล North Quay ได้เห็นนก กาน้ำใหญ่ Pied Cormorant เกาะอยู่ตามหลักและตามเรือที่จอดอยู่ในอ่าว
ลมแรงและหนาวเย็นมาก แต่ก็ได้เห็นนกแกนเนท Australian Gannet ตามที่อยากมาเห็น
วันนี้ (1 ก.ย.) เป็นวันพ่อในออสเตรเลีย
ลุงบอกไม่สำคัญอะไร ไม่เหมือนวันแม่
แต่ลูกสาวก็เชิญลุงไปที่บ้านเพื่อทำอาหารทานกันในวันพ่อ วันนี้พวกเราจึงทานอาหารเย็นกันตามลำพัง
คุณกมล วาดรูปนกแม๊กพาย ที่จะให้ลุงต่อ
» วันที่เก้า บึงเฮอดส์แมน
เช้านี้ลุงพาไป Herdsman Lake อยู่รอบเมืองเพริธ มองเห็นตึกต่างๆที่ใจกลางเพริธอยู่ไม่ไกล เป็นบึงน้ำที่ลุงว่าดีมากที่สุดแห่งหนึ่ง มักมีนกแปลกๆมาให้เห็นเสมอๆ
ไม่ทันที่รถจะจอดสนิท ก็ได้เห็นนกกระติ๊ด Chestnut-breasted Mannikin แต่ในหนังสือคู่มือไม่มีนกชนิดนี้อยู่ด้านตะวันตก ลุงทอมจึงบอกว่าอาจเป็นนกหลุด หรือบางทีนกได้ออกลูกออกหลานกลายเป็นของที่นี่ไปในที่สุดก็ได้ |
|
เด็กๆกำลังชุลมุนอยู่กับการจำแนกสัตว์น้ำ |
ออกเดินได้สักพักเห็นนกช้อนหอย Glossy Ibis หลายตัว แต่ลุงก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร บอกว่าเห็นไม่ยากนัก แต่ตื่นเต้นที่เห็นนกปากช้อน Yellow-billed Spoonbill มากกว่า ที่กำลังเดินอยู่ริมตลิ่ง
และเป็ด Freckled Duck ตัวผู้และตัวเมียลอยอยู่ในบึง
เหยี่ยวทุ่ง Swamp Harrier ร่อนอยู่เหนือบึงน้ำ |
|
Muskduck |
บึงเฮอดส์แมน เป็นแหล่งน้ำอนุรักษ์แห่งแรกของเมืองเพริธ สร้างเมื่อ ค.ศ. 1984 โดยทุนจากกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF)
เราเดินไปที่สำนักงานที่เรียกว่า Gould League สำหรับให้เยาวชนมาศึกษาเรื่องนกน้ำและชีววิทยาบึงน้ำ ไปถึงมีเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังทำกิจกรรม pond watch กันชุลมุนอยู่ แต่ไม่รู้ว่าที่นี่เขาเรียกกิจกรรมนี้ว่าอะไร เด็กๆจะตักน้ำจากบึงน้ำธรรมชาติ ครูจะแจกคู่มือสัตว์น้ำ เด็กก็ตักสัตว์น้ำจากภาชนะขึ้นมาพิจารณากันว่ามันเป็นตัวอะไร
ดูเด็กๆสนุกกันมาก ยิ่งเราเข้าไปถามว่า ตัวอะไรน๊ะ เขายิ่งคุยโวใหญ่ ว่าตัวนั้น ตัวนี้
ข้างในอาคารเป็นที่แสดงธรรมชาติของบึงน้ำ คล้ายที่หน่วยงานอนุรักษ์นกน้ำ และแหล่งน้ำธรรมชาติ (Wildfowl and Wetland Trust) ที่สลิมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ที่นี่แม้จะเล็กกว่าแต่ก็มีข้อมูลและจัดนิทรรศการไว้ได้ดีทีเดียว
มีของที่ระลึกเป็นเข็มกลัดนกน่ารักหลายแบบ หนังสือนก และธรรมชาติ ทั้งสำหรับผู้ใหญ่และเด็กจำหน่าย
ดีใจที่ได้เห็นสิ่งนี้ที่ออสเตรเลียด้วย
ก่อนกลับบ้าน เราขอให้ลุงขับรถพาไปสำนักงาน BAWAG อีกครั้งเพราะเราขอไปซื้อหนังสือแหล่งดูนก หนังสือดอกไม้ป่า เพราะมองหาในเมืองอยู่หลายรอบแล้วไม่มี
ช่วงบ่ายไม่มีรายการดูนก เราขอไปซื้อของที่ Coles บางอย่างก็ซื้อเข้าบ้านลุง ทดแทนที่ใช้ไป บางอย่างก็ซื้อของตนเอง และถือโอกาสใส่กรอบรูปที่คุณกมลวาดเสร็จแล้วให้ลุงด้วย
.คืนนั้นหลังทำเชคลิสแล้ว จึงได้มอบรูปนกแม็กพายที่ใส่กรอบเรียบร้อยสวยงามให้ลุงทอมไว้เป็นที่ระลึก
ลุงจะกำลังมองดูอยู่หรือเปล่าหนอ
» วันที่สิบ บึงจูนดาลับ (อีกครั้ง) เอ็กลิงตัน ฮีท
วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่จะอยู่ที่นี่
ในช่วงเช้าคุณกมลขอเลือกไปบึงจูนดาลับอีกครั้งเพราะมีนกมาก และดูได้ง่าย อยากไปนั่งสบายๆ วาดรูปสักพัก โดยไม่ต้องเร่งรีบ
ตอนบ่าย ลุงพาไปอีกสถานที่หนึ่งเพื่ออยากให้เราเห็นนก Tawny-crowned Honeyeater
ขับรถไปสักพักเดียวก็ถึง Eglington Heath เป็นพื้นที่แห้งแล้งป่า (ป่า heat) แต่เราว่าที่นี่สวยมาก เพราะมีดอกไม้สวยงามเต็มท้องทุ่ง แม้จะมีต้นไม้ไม่มาก นอกจากต้นแบล็คบอย และต้นหญ้าอื่นๆ มองเห็นทะเลอยู่ไม่ไกล ถนนที่เราขับไปสิ้นสุดตรงป่านี้ ต้องเดินข้ามป่าละเมาะไปจึงจะถึงทะเล ไม่มีรถอื่นวิ่งมาเลย นอกจากรถของเรา
ได้เห็นธรรมชาติแปลกๆ เราคิด
เห็นเหยี่ยว Square-tailed Kite บินร่อนอยู่เหนือทุ่ง, นก White-breasted Robin บินไปมาตามพุ่มไม้ ได้เห็นนก Variegated Wren อีกครั้งหนึ่ง ไม่ได้เห็นนกทอนนี่ คราวน์ ฮันนี่อีทเตอร์ ตามที่หวัง
แต่พวกเรารู้สึกว่าชอบที่นี่กันมาก |
|
นกแก้วริงเนคชอบยุ่งไปทั่ว |
กลับมาถึงบ้าน เมื่อลุงเข้าไปพักผ่อนแล้ว พวกเราถือโอกาสนี้ทำความสะอาดบ้าน ล้างรถ เพื่อให้ลุงสบายใจว่าเมื่อภรรยา และลูกชายท่านกลับมาจะไม่เห็นว่ามีอะไรเปลี่ยนไปมากนัก
ช่วงเย็นลุงพาไปเดินเล่น ที่สวนสาธารณะ และพื้นที่อนุรักษ์นกอยู่ริมน้ำในเมืองเพริธ ชื่อ Mill Point Reserve ได้ดูนกตัวสุดท้ายของทริพนี้ เป็นนกชายเลน Red-capped Plover (หรือ Dotterel) คล้ายนกหัวโตพันธุ์มาลายูบ้านเรา
นกในประเทศออสเตรเลียทั้งประเทศประมาณ 756 ชนิด ส่วนที่พบในออสเตรเลียตะวันตกประมาณ 516 ชนิด นกที่พวกเราได้เห็นในครั้งนี้รวมได้ 118 ชนิด
เย็นนี้เป็นช่วงที่ได้เดินเล่นในสวนสาธารณะ และได้ดูนกไปด้วย เป็นครั้งสุดท้าย
เมื่อกลับบ้านแล้วก็จะไม่มีสถานที่ลักษณะนี้ในเมือง ให้เดินอีก
พอมองเห็นแล้วว่าทำไมหลายคนจึงย้ายมาอยู่ออสเตรเลีย ค่าครองชีพที่ถูกกว่าประเทศเจริญระดับเดียวกัน พื้นที่มาก คนน้อย ไม่ต้องแก่งแย่งกัน มีอากาศให้หายใจได้มากกว่า ประเทศเกิดทีหลังได้ประโยชน์จากประสพการณ์ของประเทศอื่น จัดระบบ ระเบียบเข้าที่ได้รวดเร็ว พื้นที่อยู่อาศัย และพื้นที่ธรรมชาติประสานกลมกลืนกัน เมืองที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย (แต่อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความตื่นเต้นของชีวิตเมือง)
ขอบพระคุณลุงทอมในความมีน้ำใจ และชักชวนมาให้ได้เห็น
|
|
ถ่ายกันพร้อมหน้าหน้าบ้าน |
» วันที่สิบเอ็ด กลับบ้าน เครื่องบินออกเวลา 07.00 น. ทำให้ต้องตื่นแต่มืดไปถึงสนามบินแต่เช้าตรู่ รถขนกระเป๋าที่นั่นถ้าใช้ต้องเสียสตางค์ ไม่เหมือนบ้านเรา จึงไม่มีความจำเป็นสำหรับกระเป๋าของพวกเรา
เวลาบินขากลับใช้เวลา 6 ชั่วโมง 50 นาที บนเครื่องบินพบเด็กลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลียหลายครอบครัว ส่วนใหญ่แม่เป็นไทย พ่อเป็นออสเตรเลีย
ถึงกรุงเทพฯเวลา 13.00 น.
กลับถึงบ้านแล้ว ขอหยุดพักคิดถึงลุงทอมและเพริธอยู่อีกสักพัก
ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งใกล้ๆเพริธ และในออสเตรเลียตะวันตกที่น่าสนใจ ทั้งพื้นที่ด้านอื่นอีกมากมายในประเทศอันกว้างใหญ่นี้ให้ท่องไปในธรรมชาติ ศึกษา ดูนกชนิดต่างๆ
ไม่ได้มีแค่นกแก้วอย่างที่เคยคิด
พืชพรรณไม้ ดอกไม้ป่าสวยงาม มีมากกว่าที่เห็นที่ใด
รู้สึกสบายใจอย่างไม่รู้ตัวขณะอยู่ที่นั่น
นี่หรือประเทศที่ไม่เคยคิดอยากจะไป...เมืองนี้หรือที่ไม่เคยใฝ่ฝัน
|
|
ป้ายช่วยกันอนุรักษ์นกกระตั้วดำ (Black Cockatoos) |
| "ชี่-วิด"
ก.ย. 2545 |