เมื่อเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา ได้ไปดูนกที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน นกที่ตั้งใจอยากจะได้เห็นก็มีพวกนกกระสาชนิดต่าง ๆ และไก่ฟ้าพญาลอ เพราะชนิดนกที่พบที่เขาอ่างฤาไนคล้ายกับที่เขาใหญ่ แต่ที่มีจำนวนมากชนิดและส่วนมากเป็นชนิดที่พบได้ทั่วไป แต่มีชนิดพิเศษที่หายาก เช่นนกกระสาคอขาว นกตะกรุม นกกาบบัว แต่จะพบได้ง่ายในพื้นที่บริเวณสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นป่าที่ลุ่มต่ำและป่าดิบแล้งและบางแห่งเป็นป่าที่หมดสภาพแล้ว ซึ่งกำลังจะรวมเข้าเป็นอาณาเขตของเขตรักษาพันธุ์ฯเขาอ่างฤาไนในเร็ว ๆ นี้ ในป่าเขตอ่างฤาไนจะพบนกโกโรโกโสและไก่ฟ้าพญาลอ นกเงือกกรามช้าง นกหัวขวาน และนกพญาปากกว้าง ส่วนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีชะนีมงกุฎ และกระรอกสวยงามหลายชนิด จะมีอะไรอีกบ้างนั้นควรมีการสำรวจเพิ่มขึ้น เราเดินทาง เข้าไปที่หน่วยพิทักษ์ป่าบ่อทอง ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในใจกลางป่า 26 กิโลเมตร จากหมู่บ้านหนองคอก โดยได้รับความอนุเคราะห์ยานพาหนะจากสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทราระหว่างทางใกล้ ๆ จะถึงหน่วยบ่อทองเวลาประมาณ 5 โมงเย็น ต้องรีบหยุดรถ เพราะมีไก่ฟ้าพญาลอตัวเมียอยู่กลางทาง กำลังง่วนอยู่กับการกินลูกไทรที่หล่นอยู่ตามพื้นดิน ลำตัวสีน้ำตาลแดงมีลายทางสวยงาม นกไม่ตื่นทุกคนในกลุ่มจึงได้เห็นเป็นเวลานานพอสมควร และได้ทราบว่าบริเวณนี้มีต้นไทรใหญ่ที่กำลังมีลูกสุกอยู่เราจึงนัดกันว่าจะมารอดูไก่ฟ้าพญาลออีกในวันรุ่งขึ้น วันต่อมา ทุกคนตื่นตั้งแต่ยังไม่สว่าง และรีบไปที่บริเวณใต้ต้นไทรนั้น เราเข้าซ่อนในที่กำบังเตรียมตัวไว้...ขณะเฝ้ารอเงียบ ๆ ได้เห็นพฤติกรรมของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบริเวณนั้น เป็นภาพที่ตื่นเต้นที่ได้เห็นความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่เกื้อกูลแก่สิ่งมีชีวิต โดยมีต้นไทรใหญ่เป็นศูนย์กลางของหลายชีวิตที่นั่น ไทรต้นนี้มีขนาดใหญ่และสูงมากที่โคนต้นมีรากค้ำใหญ่ มีสัตว์ต่าง ๆ เข้ามาหากินตั้งแต่เรือนยอดจนถึงพื้นดิน บนเรือนยอดมี นกหลายชนิดบินเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ขณะที่พื้นดินได้เห็น พังพอนกินปู (Crab-eating Mongoose) เดินเข้าไป นกที่เห็นบินเข้าออกบนเรือนยอด มีนกแก๊ก นกเขียวคราม ขมิ้นท้ายทอยดำ และฝูงนกเขาเปล้าธรรมดามากกว่าสามร้อยตัวรุมกันเข้ามากินลูกไทรเมื่อเวลาประมาณ 7 โมงเช้า ส่งเสียงจ๊อกแจ๊ก จอแจ...ดังมาก กินลูกไทรอย่างเอร็ดอร่อย ประมาณ 15 นาที ก็พร้อมใจบินออกไปพร้อมกันเสียงดังสนั่น พลึบ... เราที่นั่งเฝ้ารออยู่ เหมือนผู้มาเยือนรู้สึกเป็นส่วนรองของบริเวณนั้น สัตว์ต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าถิ่นกำลังแสดงบทบาทของเขาที่เรารู้สึกว่าต้องเคารพและจะต้องจากไปอย่างเงียบ ๆ ไม่รบกวน หลังจากนั้น ทุกอย่างก็เงียบสงบ... ไก่ฟ้าพญาลอ เริ่มปฏิบัติการหากิน เพราะขณะที่นกเปล้ากินลูกไทรกันอย่างรีบเร่งเหมือนกลัวใครจะมาแย่งนั้น ลูกไทรได้ร่วงหล่นลงพื้นจำนวนมากดังเม็ดฝนเกิดเสียงดัง...กราว เราได้ยินเสียงร้อง อุก..อุก และกระพือปีกของไก่ฟ้าใต้ต้นไทรใกล้ ๆ ที่เราแอบอยู่ คุณกมลบอกให้เตรียมตัวและว่าไก่ฟ้ากำลังจะออกมาแล้ว อีกไม่นานเวลาประมาณ 7.30 น. มีไก่ฟ้าตัวสีเทาหม่นสีสันไม่เด่นและกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมมาก หน้าและขาสีแดง และมีพู่บนหัวกระดกสวยงาม รูปร่างเพรียว สูงสง่า ออกมาที่ทางถนนในป่าอย่างเงียบ ๆ ไม่ให้เป็นที่สังเกตได้ ค่อนข้างเปรียวและเขามองซ้ายที ขวาที แล้วรีบหลบ ไปข้างทางตรงกันข้ามทันที..นั่นคือ ไก่ฟ้าพญาลอตัวผู้ที่เราต้องการได้เห็นในธรรมชาติ นั่นเอง.. ทุกอย่างตั้งแต่วินาทีที่เริ่มต้นเข้าที่ซ่อน ได้ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำอย่างไม่มีวันลบเลือน ชี่-วิด
มกราคม 2536 |