ใบประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/903 หน้าแรก   I   กำหนดการดูนก   I   วาดภาพธรรมชาติ  I  ละเมาะไม้  I  ติดต่อเรา  
นกขัติยา
» ผู้ที่สนใจหรือเริ่มต้นดูนก
ดู นก ทำไม ?
การดูนก การจำแนกชนิดเบื้องต้น
การเลือกซื้อกล้องส่องทางไกล
แหล่งดูนกในประเทศไทย
ดูนกในป่า
» ผู้ที่ดูนกอยู่แล้ว
คู่มือรายชื่อนกพื้นที่ต่าง ๆ
คู่มือรายชื่อนกประเทศไทย
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของโลก
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของไทย
» ความรู้เกี่ยวกับนก
สถานภาพนกแบ่งตามฤดูกาล
สถานภาพนกแบ่งตามการอนุรักษ์
New Bird Recoeds for Thailand 1989-1999
» เรื่องเขียนที่น่าสนใจโดย :
กมล โกมลผลิน
ชี่-วิด
ฟิลลิป ราวด์
» สมุดเยี่ยม
ทักทาย
เยี่ยมชม
ภาพวาดประกอบนำมาจาก สมุดบันทึกของ กมล โกมลผลิน
เรื่องเขียนที่น่าสนใจ
นกสวย...จากสวรรค์ ที่ฮาลมาเฮร่า
โดย “ชี่-วิด"
ภาพวาดโดย กมล โกมลผลิน
ภาพถ่ายโดย ชี่-วิด และเอื้อ
Standardwing Bird of Paradise ที่ฮาลมาเฮร่า
Black-naped Fruit-dove ที่แทงโกโก

กลับจากฮ๊อกไกโด ญี่ปุ่นได้ไม่นาน ก็ถึงเวลาที่ต้องเดินทางไปดูนกที่เกาะสุลาเวสี และเกาะฮาลมาเฮร่า ประเทศอินโดนีเซีย กับเพื่อนๆรวม 11 คน ตามที่ได้วางแผนกันไว้นานแล้ว...ความรู้สึกสุขสบายแบบญี่ปุ่นมลายหายไป เหมือนเคยฝันไป เพราะได้มาเจอความจริงที่นี่ ทั้งสองแห่งมีความแตกต่างกันเหมือนหน้ามือหลังมือ ทั้งสภาพอากาศ ความเป็นอยู่...ถ้าไม่มีนกสวยๆที่ไม่สามารถเห็นที่ใดในโลก (endemic) มากชนิดที่สุดให้ดูแล้ว แต่ละวันคงได้แต่บ่นว่าเมื่อไรจะได้กลับบ้านเสียที... น่าแปลกที่ดูเหมือนจะไม่สบายกายขณะอยู่ที่นั่น แต่เมื่อกลับมาแล้ว เอ๊ะ ทำไมทำท่าจะลืม และอยากกลับไปอีกล่ะ...

สุลาเวสี (เดิมชื่อเซเลเบส Celebes) และฮาลมาเฮร่า เป็นเกาะในทะเลโมลุคคะ และทะเลฮาลมาเฮร่า ในทะเลแปซิฟิก อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะชวา ถัดจากเกาะกาลิมันตันไปทางขวา ทางขวามือเป็นเกาะปาปัวตะวันตก (เป็นของประเทศอินโดนีเซีย เดิมชื่ออิเรียน จายา) ติดกับนิวกีนี ทางใต้เป็นประเทศออสเตรเลีย...เกาะสุลาเวสี และฮาลมาเฮร่าตั้งอยู่บนเส้นศูนย์สูตรเป๊ะ ทำให้อากาศร้อนอบอ้าว และไม่ต้องสงสัยเลยว่าสภาพป่าดิบดั้งเดิม จะดีเพียงใด แม้ว่าได้ข่าวว่าป่าได้ถูกทำลายไปมาก แต่ก็ยังเห็นป่าสวยๆหลงเหลืออีกมากเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้จะอยู่ได้นานแค่ไหนเพราะที่ฮาลมาเฮร่าบริเวณที่เราไปดูนกก็ยังไม่ได้เป็นป่าอนุรักษ์ ได้ยินเสียงเลื่อยไม้ไฟฟ้าดังในป่าทุกวัน...เกาะต่างๆเหล่านี้มีภูเขาไฟเต็มไปหมด ทั้งที่ยังปะทุขึ้นมาได้และที่หลับสนิทไปแล้ว มาระยะหลังๆนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายแห่ง เมื่อถามผู้คนที่นี่ถึงสิ่งเหล่านี้เขาเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เขาอยู่ที่นี่กันมานานแล้ว ไม่สะทกสะท้านกับภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ...ก่อนไปเราได้ข่าวแผ่นดินไหวที่โน่น น้ำท่วมที่นี่ ภูเขาไฟระเบิดที่นั่น ทั้งไข้หวัดนกอีก ทำให้สมาชิกต้องคอยเช็คข่าวกันตลอดเวลา แต่เมื่อไปแล้วไม่เห็นมีสัญญาณอะไรเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เลย

เขตวัลเลเซีย

ดินที่นั่นเป็นสีดำเกิดจากลาวาภูเขาไฟ ชายหาดก็เป็นสีดำ น้ำทะเลใสเมื่อไปดูใกล้ๆ แต่ดูจากไกลๆน่ากลัวเพราะน้ำทะเลสีคล้ำเหมือนเป็นทะเลลึก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะพื้นทะเลเป็นทรายสีดำ มีแหล่งดำน้ำ ดูปะการัง และสิ่งสวยงามใต้น้ำมากมายเหมือนกันบริเวณนี้ ต้องถามนักดำน้ำเกี่ยวกับเรื่องทะเล... สภาพภูมิประเทศของเขาเราจะรู้สึกว่าแปลกเพราะเรามาจากสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างมาก ไปทางไหนก็เจอแต่ทะเล แต่มิใช่ทะเลสีฟ้าหาดทรายขาวชวนโรแมนติกแบบบ้านเรา ป่าก็อยู่ติดกับทะเลนั่นเอง ขณะดูนกบนเขาที่ฮาลมาเฮร่ามองลงมาที่ทะเล เห็นภูเขาไฟอยู่กลางทะเล (มีควันกรุ่นๆลอยอยู่บนยอดเขาด้วย) เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามมากเหมือนกัน...เราคิดว่าในโลกนี้ช่างมีพื้นที่ธรรมชาติที่สวยงามแตกต่างกันไป ความเป็นอยู่ของผู้คน วัฒนธรรมของเขาที่เป็นไปตามสิ่งแวดล้อมนั้นๆ เป็นสิ่งที่น่าได้เห็น ได้รู้จัก...เราจะหยุดตัวเองอยู่แต่ในบ้านได้อย่างไร (เอ เหมือนจะได้ฟังมาหลายหนแล้วนะ)

Superb Fruit-dove ที่แทงโกโก
Grosbeak Starling ที่แทงโกโก

หมู่เกาะเหล่านี้ มีสภาพภูมิสัตวศาสตร์ที่แยกออกไปเป็นอีกเขตหนึ่งของโลก เรียกว่า เขตวัลเลเซีย (Wallacea) ตั้งตามชื่อนักธรรมชาติวิทยาชื่อ อัลเฟรด รัสเซล วัลเลส เขาได้ศึกษาและสรุปว่าบริเวณนี้เป็นสภาพภูมิสัตวศาสตร์อีกแบบหนึ่ง ระบุเส้นแบ่งที่เรียกว่า Wallace's Line อยู่ระหว่างสภาพภูมิสัตวศาสตร์เขต Oriental และ Australasian ประกอบด้วยพื้นที่ 3 ส่วน

1. สุลาเวสี (Sulawesi) ในแผนที่ใช้อักษรย่อ S...รวมเกาะสุลาเวสี และเกาะทางเหนือ Talaud, Nenusa, Sangihe และทางใต้เกาะ Madu, Fores sea, Togian, Banggai, Tukangbesi และเกาะ Sula แต่เกาะสุลาเป็นพื้นที่พิเศษรอยต่อระหว่างเขตสุลาเวสีและโมลุคคะ สามารถเห็นนกของทั้งสองพื้นที่ได้…นกที่สุลาเวสีหลายชนิดจะขึ้นต้นชื่อว่า Sulawesi…
2. โมลุคคะ (Moluccas) ในแผนที่ใช้อักษรย่อ M...ตั้งอยู่ระหว่างเขตสุลาเวสี และเกาะปาปัวนิวกินี รวมเกาะทางเหนือมีเกาะ Morotai, Halmahera, Becan, Obi, Buru และทางใต้เกาะ Ambon, Seram…นกที่ฮาลมาเฮ่ร่าหลายชนิดมีชื่อขึ้นต้นว่า Molucca…
และ 3. ซุนดาน้อย (Lesser Sundas) บางทีเรียกว่า Nusa Tenggara ทำให้ในแผนที่ใช้อักษร T...รวมเกาะ Lombok, Sumbawa, Flores,Sumba, West Timor, East Timor, Wetat และ Tanimbar ทุกเกาะทั้งหมดนี้อยู่ในประเทศอินโดนีเซีย ยกเว้นติมอร์ได้แยกตัวเป็นประเทศติมอร์ไปแล้ว…ในบันทึกนี้จะกล่าวถึงเฉพาะส่วนสุลาเวสี และโมลุคคะเท่านั้น เพราะครั้งนี้ไปเพียงเกาะสุลาเวสี และเกาะฮาลมาเฮร่า

ชนิดนกที่รวบรวมไว้เมื่อปี 1996 จำนวนรวม 697 ชนิด มีนกเฉพาะถิ่น 249 ชนิด (จากหนังสือ Birds of Wallacia โดย B.J.Coates, K.D.Bishop, D.Gardner) มีนกกลุ่ม Paradise (Paradisaeidae) อยู่สองชนิด ที่ฮาลมาเฮร่า (ที่สุลาเวสีไม่มี) ชื่อ Standardwing Bird of Paradise และ Paradise Crow ตัวแรกสวยแปลกๆ ตัวหลังก็ดูเหมือนอีกาแต่ก็แปลกๆอีกเหมือนกัน

สุลาเวสี เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของส่วนสุลาเวสี นี้ มีเมืองใหญ่ 3 เมือง มานาโด อยู่ทางเหนือ ปาลู อยู่ตอนกลาง และอูจุง ปันดัง (ชื่อทางการว่า Makassar) อยู่ตอนใต้...มีชนิดนกรวม 448 ชนิด เป็นนกเฉพาะถิ่นของพื้นที่ (Endemic) 103 ชนิด ไม่รวมนกเฉพาะถิ่นของประเทศหรือของเขตวัลเลเซีย (Endemic Country/region) ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก
ฮาลมาเฮร่า เป็นขนาดเกาะย่อมลงไปอยู่ทางขวามือของสุลาเวสี มีความคล้ายกับเกาะสุลาเวสีมากทั้งลักษณะเกาะและสภาพธรรมชาติ กล่าวกันว่าฮาลมาเฮร่าเป็นสุลาเวสีขนาดย่อส่วน...ฮาลมาเฮร่าเป็นเกาะใหญ่ในส่วนโมลุคคะ ซึ่งมีพื้นที่เป็นเกาะอยู่กระจัดกระจายมาก มีเมืองสำคัญประจำแต่ละเกาะ เช่น เทอร์นาเต้ (Ternate) เป็นเมืองศูนย์กลางอยู่บนเกาะเล็กๆชื่อ เทอร์นาเต้ ที่เราต้องไปลงเครื่องบินที่นี่และนั่งเรือต่อไปเกาะฮาลมาเฮร่า...ที่ฮาลมาเฮร่ามีชนิดนกน้อยกว่าเขตสุลาเวสี มีรวม 224 ชนิด และนกเฉพาะถิ่นของพื้นที่ (Endemic) เพียง 4 ชนิด ไม่รวมนกเฉพาะถิ่นของประเทศ และของเขตวัลเลเซีย (Endemic Country/region) ซึ่งมีอยู่จำนวนมากเช่นกัน

มานาโดมองจากเครื่องบิน

เดี๋ยวจะงงกันเสียก่อน ต่อไปนี้นกบางชนิดที่เป็นนกเฉพาะถิ่นจะระบุไว้ในวงเล็บ (endemic) หมายถึง นกเฉพาะถิ่นของพื้นที่นั้นๆ เช่น สุลาเวสี (ในที่นี้คือเกาะสุลาเวสี) โมลุคคะ (ในที่นี้คือเกาะฮาลมาเฮร่า) แต่ถ้า (endemic country/region) หมายถึง นกเฉพาะถิ่นของประเทศ หรือเขตวัลเลเซียทั้งหมด

สภาพภูมิอากาศและช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการไปดูนก สภาพอากาศแตกต่างกันระหว่างพื้นที่ใกล้เส้นศูนย์สูตรทางเกาะตอนเหนือและห่างออกไปทางเกาะตอนใต้ รวมทั้งขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตามภูเขา หรือพื้นที่ต่ำ แต่รวมๆแล้ว มีแค่สองฤดู คือฤดูฝนและฤดูแล้ง ฝนจะตกมากในเดือน ธันวาคม – กุมภาพันธ์ หลังจากนั้นก็จะเบาลงจนเป็นฤดูแล้ง ช่วงดีที่ควรไปดูนกเพราะไม่ถูกรบกวนจากฝนแน่ๆคือเดือนมิถุนายน-กันยายน (แหม เหมาะสำหรับพวกเราเลย)

แทงโกโกมองจากทะเล

» วันแรก ออกเดินทาง สิงคโปร์ - ปูเลา อูบิน

Stork-billed Kingfisher
Jungle Myna
Asian Glossy Starling
การเดินทางไปสุลาเวสี ไม่มีเครื่องบินที่บินตรง ต้องไปต่อที่จาร์กาต้า หรือบาลี หรือสิงคโปร์ ทุกแห่งต้องนอนค้าง 1 คืน เพราะไม่มีเครื่องบินต่อเวลาพอดีกัน…เป็นเรื่องยุ่งนิดหน่อย…เราจึงเลือกเดินทางผ่านสิงคโปร์เพราะใช้เวลาน้อยกว่า และจะถือโอกาสได้เห็นประเทศสิงคโปร์สักหน่อย (เชื่อไหมไม่เคยไปเลย) มีเพื่อนดูนกอยู่ที่สิงคโปร์กลุ่มหนึ่งชวนมานานแล้ว แต่เราก็เงียบ คิดในใจว่าจะให้ไปดูอะไรเพราะคิดว่านกคงไม่ดีเท่าบ้านเรา

ในที่สุดก็ได้ไปสิงคโปร์ละคราวนี้…เพื่อนๆที่ไปทริพนี้บินไปสิงคโปร์เวลาต่างกันตามความสะดวกของแต่ละคน จะไปรวมกันครบที่สนามบินสิงคโปร์ตอนบินไปมานาโด สุลาเวสี ในวันรุ่งขึ้น

คู่มือดูนกเขตวัลเลเซีย และอุปกรณ์คู่ใจ
พวกเรา 6 คน (จิ๊ด อุ๋ย แป้น ต้อย เรา อ.กมล) ไปเที่ยวบินเดียวกันตอนเช้าตรู่ (เพื่อไม่ให้เสียเวลาเที่ยว)…เครื่องบินออกจากกรุงเทพออกเวลา 07.30 น. ถึงสิงคโปร์เวลา 11.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ สองชั่วโมงกว่า (เวลาสิงคโปร์เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง)…เมื่อไปถึง นั่งแท๊กซี่ไปโรงแรม อย่างไม่ยุ่งยาก ค่ารถคันละ S$ 13 (อัตราแลกเปลี่ยน x 24 + บาท) หรือประมาณสามร้อยกว่าบาท ระหว่างทางมองเห็นบ้านเมืองที่สะอาด มีต้นไม้ใหญ่เขียวชอุ่มริมถนนตลอดทาง ที่พักเป็นห้องๆบนตึกสูง ถูกสร้างให้แอบอยู่หลังต้นไม้เหล่านี้ และมีเนินหญ้าสีเขียวเป็นกำบังไว้อีก เป็นการกันเสียงรบกวนจากถนน และทัศนวิสัยในการอยู่อาศัยดีขึ้น เพื่อนเล่าว่าเขามีหน่วยงานหรือกระทรวงดูแลเกี่ยวกับต้นไม้ในเมืองเหล่านี้ มีบันทึกการปลูก ระยะเวลาในการตกแต่งต้นไม้ แต่ละต้น สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีเราคิด ทำให้การอยู่ในเมืองที่น่าวุ่นวาย สบาย และสงบขึ้น

มาถึงโรงแรมที่จองผ่านทางอินเตอร์เน็ตมารู้ภายหลังว่าย่านนี้เป็นย่านของคนเที่ยวกลางคืน (ไม่เป็นไรไม่เกี่ยวกับเรา) โรงแรมเล็กๆแต่ดีใช้ได้ ราคาห้องสำหรับสองคนห้องละ S$ 49 หรือประมาณ พันกว่าบาท แต่ไม่มีอาหารเช้า...โทรนัดเพื่อนชาวสิงคโปร์ที่จะพาไปดูนกที่ เกาะอูบิน (Pulau Ubin) ได้ความว่าเขาจะมาหาที่โรงแรมเวลาไม่เกินบ่ายสองโมง พวกเราจึงออกไปทานอาหารกลางวันที่หน้าปากซอย มีร้านอาหารริมถนนธรรมดาๆ ขายอาหารหลายอย่างทั้งข้าวและก๋วยเตี๋ยว ชามละประมาณ ตั้งแต่ S$ 2-3 ขึ้นไป หรือประมาณห้าสิบ-เจ็ดสิบกว่าบาท…ทานอาหารเสร็จเวลายังเหลืออีกจึงหาเรื่องนั่งแท๊กซี่ไปร้านหนังสือชื่อ Borders ไปถึงได้ไม่ทันไรก็ได้เวลาบ่ายสองโมงแล้ว จึงโทรหาเพื่อนว่าไม่ต้องรีบมาเพราะเรายังไม่ได้กลับไปโรงแรม เขาบอกมานั่งรอที่โรงแรมแล้ว พวกเราเลยต้องรีบนั่งแท๊กซี่กลับไป เสียดายที่ยังไม่ทันได้ดูอะไรในเมืองสิงคโปร์เท่าไรเลย

เพื่อนสิงคโปร์สองคนชื่อ อลัน และผาเลียง (อ.กมลเรียกเลียงผา) มีรถเก๋งมารับคันเดียว จึงต้องเรียกแท๊กซี่อีกคันหนึ่ง ไปท่าเรือ Changi Jetty เพื่อข้ามไปเกาะอูบิน ค่าเรือคนละ S$2 เรือออกไม่เป็นเวลา แล้วแต่มีผู้โดยสารพอที่จะออก…นั่งเรือไปไม่กี่นาทีก็ถึงเกาะ Ubin เกาะนี้ถือเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่สุดของสิงคโปร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ ขณะนี้ยังมีผู้คนอาศัยอยู่ที่อยู่มาแต่เดิม แต่รัฐไม่จัดการเรื่องๆไฟฟ้าและน้ำให้ ถ้าอยู่ต้องปั่นไฟและหาน้ำเอง ทำให้คนอาศัยลดน้อยลง ทางรัฐต้องการให้ที่นี่เป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่ดูแล้วคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเขายังส่งเสริมการพักผ่อนหย่อนใจหลายรูปแบบบนเกาะนี้ เช่น ขี่จักรยานท่องเที่ยว ฯลฯ ทำให้อย่างไรก็ต้องยุ่งกับพื้นที่มากอยู่ดี…สิงคโปร์มีพื้นที่ของประเทศไม่มาก แต่คนมีสมองมาก จึงอยู่เฉยไม่ได้ ต้องคอยคิดทำโน่นทำนี่กับพื้นที่น้อยนิดเหล่านั้นปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติได้ยาก

สภาพพื้นที่ที่ อูบิน เหมือนสวนแถวฝั่งธนฯ นนทบุรีบ้านเรา ที่มีสวนผลไม้ ผสมกับต้นไม้ที่ขึ้นตามธรรมชาติ ยุงมากจริงๆ กัดเจ็บด้วย ถ้าไปต้องป้องกันให้ดี…นกที่เห็นมี Brahminy Kite, Stork-billed Kingfisher, Olive-winged Bulbul, Asian Glossy Starling, Jungle Myna, Brown-throated, Olive-backed & Crimson Sunbird, Ashy Tailorbird แต่นกที่พวกเราอยากเห็นคือ Straw-headed Bulbul ซึ่ง อลันบอกว่าอาจจะได้เห็นแต่ไม่การันตี ได้เห็น Pied Hornbill ชนิดที่อยู่ภาคใต้บ้านเรา (A.a.convexus) และ Abbott's Babbler ซึ่งอลันบอกว่าไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก…อลันบอกเมื่อปีก่อนมีนก Black-and-Red Broadbill บินหลงเข้ามา คนดูนกแห่มาที่นี่กันมาก

ท่าเรือที่เกาะอูบิน
สภาพ(สวน)ป่าที่อูบิน

ไม่ได้เห็น Straw-headed Bulbul แต่ไม่เป็นไร…ข้ามเรือกลับมา เพื่อนพาไปทานอาหารที่ตลาดขายอาหารริมทะเล แบบเลือกซื้อเองตามร้านต่างๆ และนัดกับเพื่อนอีกสองคน อัลเฟรด และ ลิม กิม เกียง (คนหลังเป็นประธานกลุ่มนกของ Nature Society Singapore ซึ่งเป็น partner ของ Birdlife International เหมือนกัน) มานั่งคุยกัน...ได้เวลาพอสมควรเพื่อนๆจึงขับรถพาไปส่งที่โรงแรม…เจอพวกเราอีกสองคน (พี่โอ พี่จาด) ที่บินมาตอนบ่าย ที่โรงแรม…อีกสามคน (เอ๋ จิ๋ว เด๋ม) บินมาเที่ยวดึก ไม่เข้าเมือง จะนอนค้างคืนในสนามบินเลย ก่อนนอนคืนนี้เรายังอดคิดถึงพวกเขาสามคนไม่ได้ว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้างหนอ…sleeping at airport!

» วันที่สอง มานาโด แทงโกโก

Green-backed Kingfisher
ที่แทงโกโก
Sulawesi Black Pigeon
ที่แทงโกโก
Rufous-bellied Triller
ที่ฮาลมาเฮร่า
Grey-headed Fruit-dove
ที่ฮาลมาเฮร่า

นัดกันเจ็ดโมงเช้า นั่งแท๊กซี่ไปสนามบิน คราวนี้คันละ S$10 ถูกกว่าขาเข้า…เครื่องบินออกเวลา 09.30 น. ถึงมานาโด เวลาบ่ายโมง เวลาที่มานาโด หรือสุลาเวสี เท่าสิงคโปร์ (เร็วกว่าเราหนึ่งชั่วโมง) ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า…เตียว คนจัดการ และไกด์ อุนตู มารับที่สนามบิน เอารถลักษณะ 4wd มารับสามคันให้คนนั่งสองคัน อีกคันใส่กระเป๋า เริ่มเดินทางไปแทงโกโก...แทงโกโก เป็น เขตอนุรักษ์ชื่อเต็มๆว่า Tangkoko-Batuangus and Dua Saudara Nature Reserve อยู่ที่หมู่บ้าน Batuputih ทางเหนือของเมืองมานาโด ชื่อเขตอนุรักษ์ตามชื่อภูเขาสามลูกที่อยู่ใกล้ๆกัน Tangkoko สูง 1,109 เมตร Batuangas สูง 450 เมตร และ Dua Saudara สูง 1,351 เมตร ภูเขาแทงโกโก และภูเขาบาตวนกูส เป็นภูเขาไฟที่ยัง active อยู่ พื้นที่อยู่ติดทะเลโมลุคคะ หาดทรายสีดำ เขาบอกกลางวันอย่าไปเดิน เพราะร้อน คงเหมือนทรายดำที่เอามาคั่วลูกเกาลัดอย่างไรอย่างนั้น…เราคิด

ฟ้ามานาโด

ระหว่างทางมีป่าดีอยู่แห่งหนึ่ง เราหยุดดูนก ได้เห็น Sacred Kingfisher ไม่ใช่นก endemic เป็นนกย้ายถิ่น หนีความหนาวมาจากออสเตรเลียได้เห็น Knobbed Hornbill บินผ่านระยะใกล้ เป็นนกที่พวกเราอยากเห็นก่อนมา โชคดีที่มาถึงก็ได้เห็นเลย…มาถึงหมู่บ้านบาตูปูตี ก็เริ่มเย็นแล้ว ยังไม่ทันเข้าที่พักก็มีนกมาให้ดูกันชุลมุน รวมทั้ง Grosbeak Starling ซึ่งต่อมาก็เห็นทุกวัน

ระหว่างทางไปแทงโกโก
Sacred Kingfisher
ที่พักชื่อ มาม่ารู เราเคยมาพักเมื่อ 12 ปีก่อน (อะไรจะนานขนาดนั้น) แต่ครั้งก่อนไม่ใช่ที่นี่เป็นบ้านเก่าของเขา จำได้ว่าอยู่ในบ้านเลยเป็นโฮมสเตร์จริงๆสบายดีกว่านี้...ครั้งนี้เป็นบังกะโลไม้ไผ่ยกพื้นแยกเป็นหลังๆ และห้องสร้างติดพื้นอีกสองห้อง บังกะโลดูภายนอกก็พอใช้ได้หรอก แต่ภายในไม่ค่อยดี เหมือนเจ้าของไม่รู้ว่าคนพักต้องการอะไร เท่าที่รู้มีคนมาพักมาก แต่คงไม่มีใครเคยบ่นกระมัง...
ยังไม่ทันเข้าที่พัก
มามารูส์โฮมสเตรย์

ครั้งนี้เขาได้รายการ การปรับปรุงที่พักจากเรายาวเหยียดเลย เป็นการปรับปรุงง่ายๆที่ไม่สิ้นเปลืองเงิน ถ้าทำตามได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเขา ไม่ใช่ประโยชน์ของเราเพราะเราก็ไม่รู้จะได้ไปอีกเมื่อไร…กว่าทุกคนจะลงตัวกับที่พักเพราะห้องโน้นขาดโน่น ห้องนี้ขาดนี่ ก็ถึงเวลาทานอาหารมื้อเย็น คืนแรกนี้บางคนคงต้องปรับตัวที่จะอยู่ที่นี่ถึง 3 คืน…แต่คนที่อยู่บังกะโลไม้ไผ่ กลางคืนมีลมทะเล เปิดหน้าต่างรับลมทำให้นอนหลับสบายมาก…เป็นสิ่งที่ดีอย่างหนึ่งที่พบที่นี่แล้ว

» วันที่สาม แทงโกโก

Knobbed Hornbill
Lilac-cheeked Kingfisher
Ashy Woodpecker

เวลาประมาณ 05.00 น. ฟ้าก็เริ่มสว่างแล้ว เรานัดออกดูนกกันเวลา 05.30 น. ให้มาม่ารู ทำแซนวิสไปเป็นอาหารเช้าติดตัวไป ทางเข้าเขตป่าอยู่เยื้องๆบ้านนั่นเอง เส้นนี้ก็เดินกันทุกวัน ทั้งเช้าและเย็น ไปๆมาๆ รวมวันละประมาณ 10 กิโลเมตร…วันนี้มีไกด์ดูนก 4 คนของแทงโกโกทั้งหมด ชื่อ อุนตู เดนัน อันตรี เฟรดดี้ ไปกับกลุ่มเรา พวกไกด์สามัคคีกันดีมาก ถ้าคนใดมีแขกมาดูนก เขามีกำหนดว่าคนหนึ่งพาไปได้กี่คน และถ้ากลุ่มใหญ่ต้องใช้ไกด์หลายคน เท่าที่รู้เขามีชมรมไกด์ในหมู่บ้านนี้ (จะเฉพาะไกด์ดูนกหรืออย่างไรไม่แน่ใจ) มีกฏเกณฑ์เพื่อความสามัคคีและความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขา…ทั้งสี่คนน่ารักมาก ช่วยกันหานกให้พวกเราดูอย่างแข็งขัน ประทับใจที่เดนันจำ อ.กมล และเราได้ ใส่เสื้อยืดนกเขาใหญ่ (รุ่นแรกที่พิมพ์) ที่เราให้ไว้เมื่อ 12 ปีที่แล้วมาวันแรกด้วย เสื้อเก่ามากและขาดแล้ว...เมื่อกลับมาคราวนี้เราได้ส่งเสื้อนกประเทศไทยและนกแต้วแล้วไปให้ พวกเขาคงจะดีใจเมื่อได้รับ...

ดูนกวันแรกที่ทุ่งหญ้าชายป่า

วันนี้เดินดูนกผ่านทุ่งหญ้าและตัดเข้าป่า ระหว่างทางก่อนเข้าทุ่ง บางคนได้เห็น Rusty-backed Thrush (endemic) ในป่าได้เห็น Knobbed Hornbill ที่มาเกาะใกล้ๆ ให้ดูกันเต็มตาและถ่ายรูปได้ นอกจากนั้นมี Ashy Woodpecker (endemic), Green-backed Kingfisher (endemic) และ Lilac-cheeked Kingfisher (endemic), Green-imperial Pigeon หลังคอมีแผงสีส้มเป็นนกที่สวยมาก นกที่คล้ายบ้านเราแต่แตกต่างกันนิดหน่อยมี Olive-backed Sunbird, Brown-throated Sunbird, Collared Kingfisher, Chestnut Munia, Sooty-headed Bulbul, Black-naped Monarch, Black-naped Oriole, Pink-necked Pigeon...…

ได้เห็นนกหก (hanging parrot) ที่เป็น endemic ของเกาะสองชนิด Large & Small Sulawesi Hanging-parrot, นกลุมพูสีขาว (Imperial Pigeon) Silver-tipped Imperial Pigeon (endemic country/region) นอกจากนั้นได้เห็น Yellow-billed Malkoha, Purple-winged Roller ทั้งสองเป็น endemic และ Rainbow Bee-eater, Black Sunbird ได้เห็นนก flowerpecker ที่เป็น endemic สวยทั้งสองชนิด Yellow-sided & Grey-sided Flowerpecker ได้เห็นความแตกต่างระหว่าง Hair-crested Drongo และ Spangled Drongo…

สภาพป่าทั่วๆไป
ป่าเต็งรังติดกับทุ่งหญ้า

ที่นี่มีแมลงกัดเจ็บ ฝรั่งเรียกว่า Grass ticks หรือ chiggers คล้ายคุ่นบ้านเรา กัดไม่รู้ตัว เจ็บ คัน ยังเกาขณะที่เขียนบันทึกนี้อยู่เลย ดังนั้นใครไปต้องป้องกันให้ดี

ระหว่างทางได้เห็นลิง endemic ของที่นี่ Black-crested Macaque ฝูงใหญ่ เป็นลิงที่น่าเอ็นดู ไม่ดุร้ายเลย เดินเข้ามาหาคนและนั่งให้ถ่ายรูป

กลางวันกลับที่พักมาทานอาหาร และพักผ่อนกันหน้าบ้านเพราะมีลมพัดเย็นสบาย เป็นช่วงที่สบายที่สุดของวัน บางคนนั่งดูรูปที่ถ่ายมา บางคนนั่งวาดรูปกับ อ.กมล บางคนปูผ้านอนเล่นฟังเพลงเย็นใจ บางคนก็ถือโอกาสนอนหลับจริงๆ...

Black-crested Macaque
ทาเซียร์

นัดออกไปดูนกอีกครั้งเวลา 15.30 น. จุดหมายจะไปดู Tasier ในตอนค่ำ แต่ระหว่างทางก็ดูนกไปด้วย ได้เห็น White-breasted Wood-swallow, White-rumped Triller (endemic country/region), Brown Cuckoo-dove ทำรัง…โอ้เอ้ดูนกอยู่นาน ก็เริ่มจะมืดแล้ว จึงรีบเดินเข้าป่าเพื่อไปเฝ้า Tasier ออกไปหากินเวลากลางคืน มีต้นไม้หลายต้น (ต้องเป็นต้นไม้ที่มีช่องเป็นโพรง) ที่ตัวทาเซียร์ เข้าไปอาศัยพักเวลากลางวัน วันนี้มีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นหลายคนมาดู อุนตู เลยพาไปดูอีกต้นหนึ่ง แต่วันนี้โชคไม่ค่อยดี เห็นทาเซียร์โผล่หน้าออกมาจากโพรงเท่านั้น ออกมาจากต้นไม้เมื่อไรไม่เห็นกันชัดๆ พรุ่งนี้คงต้องมาอีกครั้ง…เดินกลับบ้าน อุนตู พาแวะหานก Sulawesi Scops-Owl (endemic) ได้เห็นอย่างดีเป็นการทดแทนเจ้าทาเซียร์…

» วันที่สี่ แทงโกโก

Ornate Lorikeet
Large Sulawesi Hanging-parrot
Blue-backed Parrot (F)
วันนี้ได้เห็นพวกนกแก้วหลายชนิด เช่น Ornate Lorikeet (endemic), Golden-mantled Racquet-tail (endemic contry/region), Blue-backed Parrot, Black-naped Fruit-dove, Grey-cheeked Pigeon (endemic), White-necked Myna (endemic) อ.กมล และอันตรี เห็น Red-breasted Pitta
ใครเป็นใครที่แทงโกโก

กลับมาทานอาหาร และพักผ่อนตอนกลางวัน เหมือนเดิม…ตอนเย็นออกไปดูทาเซียร์อีกครั้ง คราวนี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ ได้เห็นอย่างดี มากกว่า 10 ตัว เขาจะออกมาอยู่นอกต้นไม้ เพื่อเตรียมตัวออกหากินสักพัก ก่อนหลบหายไป…คืนนี้พวกเราหลายคนชิน และปรับตัวกับความเป็นอยู่แล้ว ทำให้รู้สึกสบายมากขึ้น ส่วนอาหารของที่นี่ไม่มีปัญหา อร่อยใช้ได้ทีเดียว (หรือว่า ได้เห็นนกดีๆอะไรก็ดูจะใช้ได้ไปหมด)

» วันที่ห้า แทงโกโก

Black-faced Munia
Sulawesi Dwarf Kingfisher
Green Imperial Pigeon

วันนี้ปรับรายการนิดหน่อย ให้มาม่ารู ทำอาหารกลางวันห่อไปทานในป่า จะได้ไม่เสียเวลา เดินกลับไปกลับมา เพราะตอนเย็นจะไม่ไปป่าแล้วแต่จะลงเรือ…วันนี้เดินตัดทุ่งลัดเข้าป่าเหมือนวันแรกได้เห็น Sulawesi Babbler (endemic), Black-faced Munia (endemic country/region), Sulawesi, Pygmy Woodpecker (endemic), Superb Fruit-dove, Black-naped Fruit-dove เกาะอยู่ต้นเดียวกัน…

หลังอาหารกลางวัน นอนพักผ่อนกันกลางป่า สบายดี…ตอนบ่ายเดินกลับได้เห็น Sulawesi Dwarf Kingfisher (endemic) นกกะเต็นตัวเล็ก สวยจริงๆ เกาะอยู่นานให้ดูและถ่ายรูป ไม่ยอมไป จนพวกเราต้องเป็นคนเดินจากไปเอง

เรือ Out-rigger
อันตรี นั่งหน้าดูท่าจะสนุกกับงานนี้
เย็นนี้มีนัดไปลงเรือเพื่อจะไปดูนกที่อยู่ตามเกาะ หรือริมทะเล…เรือที่นั่งไปเท่มาก ฝรั่งเรียกว่า out-rigger ลืมถามชื่อพื้นเมือง เป็นเรือทรงสูง มีปีกทำด้วยไม้ใผ่เป็นตัวพยุง ไม่ให้เรือทรงสูงโครงเครง นั่งได้แถวละคน เป็นเรือดั้งเดิมของชาวอินโดนีเซีย และโปลีเนเซียน สมัยก่อนใช้พายกันกลางทะเล แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเครื่องหมดแล้ว…กลุ่มเราใช้เรือสองลำ มีอุนตู อันตรี เดนัน ไปด้วย นั่งออกไปที่เกาะๆหนึ่งเพื่อหานก Black-naped Tern แต่ไม่เห็น เห็นแต่ Pacific Reef Egret ชนิดตัวสีเทา แล้วพาไปลงอีกเกาะหนึ่งเพื่อหา Great-billed Heron และ Great-billed Kingfihser แต่ไม่เจอทั้งสองชนิด ไม่เป็นไรเพราะได้เจอ Sulawesi Black Pigeon หรือ White-faced Cuckoo-dove (endemic country/region) เป็นนกที่ถูกใจของทุกคนแทน
เข้าแถวดูนก Sulawesi Black Pigeon
พลบค่ำที่มุมหนึ่งของโลก

ที่หาดทรายดำของเกาะนี้บรรยากาศตอนแดดร่มลมตกดีมาก เราอยู่ที่นี่พักหนึ่ง พอเริ่มมืดจึงลงเรือเพื่อเดินทางกลับและแวะดูนก Sulawesi Masked Owl (endemic) ที่อุนตูตั้งใจจะให้เห็น...ในที่สุดก็ได้เห็นจริงๆสองตัว...ได้ยินเสียง ฮือ ฮา จากเรือทั้งสองลำ...จบทริพทางน้ำอย่างสมหวัง นั่งเรือกลับเข้าฝั่งในคืนข้างแรม พระจันทร์สวยส่องแสงสว่างนำทาง ลมทะเลพัดปะทะตัวเย็นสบาย เป็นค่ำคืนหนึ่งของการดูนกที่ช่างรื่นรมย์…

» วันที่หก มานาโด ฮาลมาเฮร่า

Blyth's Hornbill
Metallic Starling (J)
Mollucan Starling

วันนี้ 6 คนจะกลับบ้าน ส่วนอีก 5 คน มี เรา อ.กมล เอ๋ จิ๋ว เด๋ม จะไปต่อที่ฮาลมาเฮร่า…เตียว เอารถ 3 คันมารับแต่เช้าตั้งแต่ตีห้า หลังอาหารเช้า และร่ำลาทุกๆคนแล้วเราก็ออกเดินทาง อุนตู เดนัน และอันตรี ยังตามไปดูนกด้วย…ที่ผ่านมาสามวันพวกเราก็ค่อนข้างพอใจกับชนิดนกที่ได้เห็น แต่บอกอุนตูไว้ว่ายังขาดพวก Myna ที่มีทรงผมฟูอยู่ วันนี้จึงจะเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว ต้องใช้พลังภายในหากันเต็มที่สำหรับนกตัวนี้…ป่าระหว่างทางนี้เป็นป่าดิบดั้งเดิมที่ดีมาก ทำเลดีเพราะเราอยู่ที่ถนนมองไปที่หุบเขา ดูนกง่ายและมีมากชนิด เจ้า Knobbed Hornbill ไม่ต้องพูดถึงเห็นบินไปมาตลอดเวลา นกที่ได้เห็นในเช้าวันนี้เป็นชนิดที่ได้เห็นมาแล้ว แต่ได้เห็นอีกก็ดีเพราะเป็นนกที่สวยงาม เช่น Large Sulawesi Hanging-lorikeet, Yellow-billed Malkoha…จวนจะได้เวลาเดินทางต่อ แป้น เห็น Sulawesi Crested Myna (endemic) ตัวที่อยากเห็นกันแต่ไกลๆ สักพักนกก็บินเข้ามาใกล้ๆทำให้ได้เห็นกันทุกคน แม้จะเพียงเวลาไม่นานแต่ความใกล้ทำให้ได้เห็นกันเต็มตา… เสียงปรบมือจากทุกคนก็ดังขึ้นโดยมิได้นัดหมายเมื่อนกบินจากไปแล้ว…สุข และสมหวัง ได้เห็นนกตัวที่ต้องการ

ช่วงแทงโกโก ได้เห็นนก 64 ชนิด ได้ยินเฉพาะเสียง 1 ชนิด ในจำนวนนี้เป็นนก endemic และ endemic country/region รวม 30 ชนิด

Sulawesi Crested Myna

ถึงสนามบินมานาโด เวลาประมาณเก้าโมงกว่า พวกเราห้าคนพร้อมด้วยเตียวซึ่งไปช่วยจัดการทุกอย่างให้ที่ฮาลมาเฮร่าด้วย เพราะเขาบอกว่าที่นั่นการสื่อสารและการจัดการจะยากกว่าที่แทงโกโก พวกเราได้เช็คอินได้เลย ส่วนพวกที่จะไปสิงคโปร์ต้องรอเช็คอินภายหลัง เพราะเครื่องเขาออกเวลาบ่ายโมงกว่า และจะต่อกลับกรุงเทพฯเลยในค่ำนี้

เครื่องบินภายในประเทศเดินทางไปเทอร์นาเต้ ออกเวลา 11.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที ถึงเทอร์นาเต้เวลา 13.00 น. เวลาที่ฮาลมาเฮร่าเร็วว่ามานาโด อีก 1 ชั่วโมง (เร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง)…การบินภายในประเทศเสียค่าภาษีสนามบินคนละ 30,000 Rp (~200+ Rp = 1 Bht) หรือประมาณร้อยกว่าบาท ส่วนระหว่างประเทศเสีย 75,000 Rp หรือ สามร้อยกว่าบาท

ขึ้นเครื่องที่มานาโด
เมื่อถึงเทอร์นาเต้ มีไกด์ชื่ออานู มารับพร้อมรถสองคัน พาไปท่าเรือสปีดโบ๊ต เพื่อเดินทางข้ามทะเลไปซิแดนโกลี่ เมืองเล็กๆของเกาะฮาลมาเฮร่า ใช้เวลาเดินทางโดยสปีดโบ๊ต ประมาณสี่สิบห้านาที...เมื่อถึงซิแดนโกลี่ รถมารับกระเป๋าและคนขึ้นรถ ขับไปเพียง 100 เมตรก็ถึงที่พักแล้ว...เขาไม่บอกเราก่อนใกล้แค่นี้เดินไปเองก็ได้...
ลงเรือที่ซิแดนโกลี่
ที่พักดีกว่าที่เดิม เป็นโฮมสเตรย์ที่สะอาดและดูจะอยู่สบายกว่า แต่วันแรกที่ไปถึงอากาศร้อนอ้าวมากพอๆกัน มีร้านอาหารอยู่ติดกันเข้าใจว่าเจ้าของคงเกี่ยวข้องกัน พวกเราไปกินก๋วยเตียว ภาษาอินโดเรียกว่า หมี่ อาหารมื้อนี้ราคา 64,500 Rp หรือประมาณสามร้อยกว่าบาท...ตอนบ่ายเกือบเย็นแล้ว อานู พาไปดูนกที่ Kali Batu Puti (ป่าที่เคยกล่าวถึงว่าไม่ได้เป็นป่าอนุรักษ์แต่สภาพป่าดีมาก) ได้เห็น Blyth's Hornbill กันวันแรกเลย ต่อมาก็ได้เห็นทุกวัน นอกจากนั้นมี White Cockatoo, Paradise Crow, Rufous-bellied Triller, Long-billed Crow, Slaty Flycather, Blue-and- White Kingfisher, Golden Bulbul ทุกชนิดเป็น endemic country/region และนกลุมพูอีกชนิดหนึ่งไม่เหมือนแต่คล้ายๆกับที่แทงโกโก Pied Imperial Pigeon เป็นเย็นหนึ่งที่ได้ดูนกดีๆทีเดียว...
โฮมสเตร์ที่ซิแดนโกลี่

กลับถึงบ้านประมาณหนึ่งทุ่ม สั่งอาหารมาทานในบ้านได้เลย เจ้าของบ้าน (มารู้ภายหลังว่าเป็นญาติของเจ้าของบ้าน) ชื่อ มาคัส ต่อมาเป็นที่ถูกใจกับ อ.กมล มาก เพราะคอยช่วยเหลือ คอยบริการ ทุกอย่างเป็นอย่างดี...อาหารมื้อเย็นอร่อยมาก มีพวกปลา ไก่ และผัก หลายจาน…บ้านนี้มีห้องพักหลายห้อง เท่าที่นับได้ประมาณเกือบสิบห้องทีเดียว เห็นมีแขกชาวอินโด และฝรั่งแวะมาพัก...คนอื่นเขาไปทานอาหารที่ร้าน พวกเราเป็นกลุ่มพิเศษ (จริงๆ) สั่งมาทานในบ้านและคนในบ้าน รวมทั้ง มาคัส คอยบริการที่โต๊ะอาหารให้ด้วย

อาหารมื้อเย็น
» วันที่เจ็ด ฮาลมาเฮร่า
Standardwing Bird of Paradise
Common Paradise Kingfisher (J)
Paradise Crow

รายการวันนี้โหดมาก นัดออกไปดูนกเวลา 03.00 น. เพื่อจะไปดู Standardwing (Bird of Paradise) เราก็ไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อนว่าเราจะต้องเดินในป่าทึบในความมืด ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง เพื่อไปถึงที่นกนอนตอนรุ่งเช้า ให้ทันก่อนที่นกจะบินออกไปหากิน...แต่กว่าจะได้ออกรถก็รอเตียวที่ตั้งนาฬิกาผิดเวลาสายไปเกือบชั่วโมง

ป่าสวยๆที่มีนกดีๆ

อานู พาไปเส้นทางที่เดินเมื่อวานเย็น แล้วแยกเข้าป่า ผ่านสวน ข้ามน้ำ เข้าป่าทึบ ขึ้นเขา ลงห้วยอีกสองสามแห่ง ระยะทางประมาณ 4 กม. แต่ไม่มีใครบ่น หรือพูดอะไร นอกจากระวังตั้งใจในการเดินมากๆ ไม่ให้ตัวเองหกล้ม เพราะจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ แม้ว่าแต่ละคนถือไฟฉายของตัวเอง แต่ก็ไม่เหมือนตอนกลางวันที่เราเห็นทุกอย่าง บางแห่งเป็นโขดหิน ข้ามลำธารในตอนกลางคืน คิดไม่ถึงเลยว่าคนอื่นๆที่มาดูนก Standardwing ก็ทำเช่นเดียวกัน…เวลาประมาณ 05.30 น. ก็ถึงเนินเขาแห่งหนึ่ง อานู บอกว่าถึงแล้ว ให้หาที่นั่งเข้าประจำที่…ดีใจที่ถึงเสียที เพราะพวกเราเดินกันจนเหงื่อไหลท่วมตัวไปหมด...ทั้งเอ๋ และเราเอาสโคปเข้ามาด้วยเพราะคิดจะถ่ายรูป ถ้ารู้ว่าทางโหดเช่นนี้ก็คงไม่เอามา…โชคดีที่ไม่รู้ จึงได้เอาสโคปเข้ามาเพราะได้ถ่ายรูป แม้จะไม่ดีนัก แต่ก็เป็นความพอใจส่วนตัว ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปนกตัวนี้ก็คงจะเสียใจแย่เลย โอกาสอย่างนี้หาไม่ได้ง่ายๆ...

ประมาณ 6 โมงเช้า ฟ้าเริ่มสว่าง ก็ได้ยินเสียงร้องกร้าวๆ ของนกขรมไปทั่วบริเวณ อานูบอกว่ามีทั้งหมดประมาณ 25 ตัว ตอนเช้าเขาจะเต้น display...ที่สวยตรงที่นกชนิดนี้มีขนยาวสีขาว ไม่ใช่ขนปีก ยื่นออกมา เวลาเต้นจะพริ้วสะพัดสวยงามมาก ที่หน้าอกมีขนสีน้ำเงินปนเขียวมรกต ถ้าเขาเต้นจะกระพือขนส่วนนี้ออกมาด้วยคล้ายปีกด้านหน้า...แต่ทัศนวิสัยไม่ดีสำหรับการถ่ายรูป ต้องมองสูงขึ้นไปในกิ่งไม้ที่มีใบไม้บัง และแสงรำไร นกจะร้องและเต้นก่อนสว่างเท่านั้น พอฟ้าสว่างส่วนใหญ่ก็บินออกไปจากบริเวณนี้ แต่ยังมีเหลืออีกตัวหรือสองตัวคาดว่าคงจะกำลังทำรัง แต่ก็บินหลบไปหลบมา…เรานั่งกันอยู่จนทุกอย่างสงบลง เวลาเกือบแปดโมงเช้าจึงเริ่มเดินกลับ…

นก Bird of Paradise (family PARADISAEIDAE) ในโลกมี 45 ชนิด ส่วนใหญ่อยู่ที่เกาะนิวกินี มี 4 ชนิดไปอยู่ที่ออสเตรเลียตะวันออก คือ Magnificent & Victoria's & Paradise Riflebird และ Trumpet Manucode อีก 2 ชนิดไปอยู่ที่โมลุคคะตอนเหนือ คือ Paradise Crow และ Standardwing Bird of Paradise ที่เราเห็นกันในครั้งนี้...(ชนิดที่สวยสุดๆอย่างที่พวกเราเห็นจากหนังสารคดีอยู่ที่นิวกินี ปาปัวตะวันตก เป็นส่วนใหญ่ ชนิดที่อยู่ออสเตรเลียตะวันออก และที่โมลุคคะตอนเหนือนี้ ยังไม่สวยเท่าไรนะ)
Paradise Crow มีชนิดย่อย 3 ชนิด 1. morotensis อยู่ที่เกาะ Morotai และเกาะ Rau 2. pyrrhopterus อยู่ที่เกาะ Halmahera เกาะ Kasiruta และเกาะ Bacan 3. obiensis อยู่ที่เกาะ Obi และกาะ Bisa...
Standardwing Bird of Paradise หรือบางแห่งเรียก Wallace's Standardwing มีชนิดย่อย 2 ชนิด 1. halmaherae อยู่ที่เกาะ Halmahera 2. wallacei อยู่ที่เกาะ Kasiruta และเกาะ Bacan...(ข้อมูลจากหนังสือ Birds of Wallacea, Brian J. Coates, K. David Bishop, Dana Gardner)

Standardwing BOP

ระหว่างทางเห็นป่าที่เดินมาเมื่อเช้ามืดว่าดีมาก และมีนกดีให้เห็นหลายชนิด เช่น Common Paradise Kingfisher ทั้งครอบครัว, Dusky Scrubfowl, Spectacled Monarch, White-streaked Friarbird (endemic country/region), Golden Whistler (นกตัวนี้เคยเห็นที่ออสเตรเลีย) สวยงามมาก อ.กมลเห็น Goliath Coucal (endemic country/region) ได้ยินเสียงร้องของนก Ivory-breasted Pitta หลายครั้งหลายแห่ง แต่ก็ไม่ได้เห็นตัวชัดๆ...

Standardwing Bird of Paradise
Common Paradise Kingfisher
กว่าจะเดินออกจากถึงถนนใหญ่เพื่อไปที่รถ และกว่าจะถึงที่พักในวันนี้เวลาก็ปาเข้าไปบ่ายสามโมงแล้ว หลังจากอาบน้ำ ทานอาหารกลางวัน เราเข้าไปนอนพัก (ฟังเพลง) แบบหมดสภาพ (หมดสภาพแบบมีความสุขน่ะ)…แต่ อ.กมล ยังนั่งวาดรูปให้มาคัส เพราะชอบที่เขาคอยช่วยเหลือดีมาก… คนอื่นๆก็กระจัดการจายไปตามห้องของตัว...นัดออกไปดูนกอีกครั้งเวลา 16.30 น...อานู และคนขับมารับตามเวลานัด พาไปดูนกตามถนนใหญ่ ขึ้นเขา สองข้างถนนเป็นป่าสมบูรณ์มาก ได้เห็นนก Grey-headed Fruit-dove (endemic) สวยมาก, Spotted Kestrel (endemic country/region) และ Blyth's Hornbill เข้ามาที่รังก่อนมืด…มองลงมาจากเขา เห็นทิวทัศน์ภูเขาไฟใกล้ เกาะเทอนาเต้ อยู่กลางทะเลสวยงามมาก... จบวันดูนกที่แสนเหนื่อย (สุดๆ) ไปอีกวันหนึ่ง
ทิวทัศน์สวยงาม
» วันที่แปด ฮาลมาเฮร่า
Blue-capped Fruit-dove (M)
Blue-capped Fruit-dove (F)
Blue-capped Fruit-dove (J)

อานูมารับเวลา 05.30 น. ไปดูนกตามถนนใหญ่ มองลงไปเป็นหุบเขา วันนี้เป็นวันนกแก้ว ที่ได้เห็นเพิ่มจากเดิมมี Chattering Lory (endemic country/region), Electus Parrot ตัวเมียสีแดงทั้งตัว, Red-cheeked Parrot นอกจากนั้นมีนก Moluccan Goshawk (endemic country/region), Moluccan Cuckoo-shrike, Willie-wagtail (นกที่เห็นทั่วไปที่ออสเตรเลีย คล้ายนกอีแพรดบ้านเรา), Metallic Starling ตัวดำแต่มีสีเหลือบๆ ตาสีแดง, Moluccan Starling ตัวสีดำเหลือบแต่ไม่มีสี ตาสีดำ

ได้เวลากลับบ้านตอนกลางวัน เพื่อทานอาหาร และพักผ่อน…อ. กมล วาดรูปที่จะให้ มาคัส ต่อ มีคนในบ้านรวมทั้ง มาคัส 4-5 คนมานั่งรุมดู และรอให้ความช่วยเหลือถ้าต้องการสิ่งใด…นัดออกไปดูนกเวลา 15.00 น. คราวนี้จะไปดูนกเงือก Blyth's Hornbill เข้าแหล่งนอนจำนวนเป็นร้อย อานูบอก

ใครเป็นใครที่ฮาลมาเฮร่า
สภาพป่าดั้งเดิม

ได้เวลาตามนัด ไปตามเส้นทาง Kali Batu Puti แต่เดินลึกเข้าไปตามถนนดินลูกรังระยะทางประมาณ 4-5 กม. พวกเราอยากเห็น Ivory-breasted Pitta ที่ได้ยินเสียงทุกวันหลายแห่ง อานูจึงพยายามอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้เห็น ระหว่างทาง อ.กมล และอานู เห็น Variable Kingfisher…กว่าจะเดินถึงแหล่งนกเงือกเข้ารังนอนก็มืด เราว่าไม่น่าไปเลย เพราะได้เห็นนกชนิดนี้แล้วหลายหน น่าจะใช้เวลาที่เหลือดูนกตัวเล็กอื่นๆมากกว่า…เมื่อถึงที่ ไม่ดีเท่าที่อานูเล่า นกเข้ามาไม่มากและพื้นที่ก็ไม่สวยงาม ไม่ได้เป็นหุบเขาอย่างจินตนาการอีก…ขากลับ คืนนี้ทำไมดูมืดมาก และระยะยังไกลอีก รู้สึกว่าทริพนี้เราเดินกันมากเหลือเกิน วันละเป็นสิบกิโลเมตร...ทำให้รู้ว่าพวกเราทุกคนแข็งแรงกันจริงๆ

ช่วงฮาลมาเฮร่า ได้เห็นนก 41 ชนิด ได้ยินเฉพาะเสียง 2 ชนิด ในจำนวนนี้เป็นนก endemic country/region 23 ชนิด...สรุปทั้งทริพได้เห็นนก endemic และ endemic country/region รวม 53 ชนิด

กำลังใจ
ค่ำนี้ เตียว เลี้ยงอาหารมื้อเย็น มีอานู และคนขับมาร่วมวงด้วย มาคัส มาดูแลเหมือนเดิม วันนี้ อ.กมล มอบรูปวาด Blyth's Hornbill ให้มาคัสเป็นที่ระลึกไว้ที่นี่ ว่ามีคนดูนกจากเมืองไทย ที่ไม่คิดเลยว่าจะมีแวะเวียนมาไกลถึงที่นี่
รูปที่ให้มาคัส

» วันที่เก้า กลับบ้าน

วันนี้ต้องตืนตั้งแต่ตีสี่ เพราะนัดลงเรือสปีดโบ๊ต ไปเทอร์นาเต้ เวลา 04.30 น. แต่เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว เรือไม่มารับตามนัด เตียวต้องหาเรืออีกลำมาแทน กว่าจะได้ลงเรือก็ตีห้า เรือลำนี้ก็มีปัญหาเรื่องเครื่องยนต์อีก ต้องใช้เวลาพักหนึ่งกว่าเครื่องเรือจะติด แต่ก็โชคดีที่การข้ามทะเลในความมืดในวันนี้ผ่านมาได้ด้วยความปลอดภัย…รถสองคันมารับที่ท่าเรือ พาไปสนามบิน เครื่องบินไปมานาโด ออกเวลา 06.50 น.

ผ้าโสร่งพื้นเมืองอินโดนีเซีย

ถึงมานาโดเวลาประมาณ 8.00 น. มีรถมารับ เตียว กลับบ้าน เพราะทริพนับว่าจบแล้ว แต่พวกเราขออาศัยเข้าเมืองไปด้วย จะไปซื้อผ้าโสร่งอินโดนีเซีย ที่ชอบซื้อทุกครั้งที่ไปประเทศแถบนี้ ได้โสร่งกันคนละหลายๆผืน ราคาผืนละตั้งแต่ 20,000 Rp จนถึง 40,000 Rp หรือราคาราว 100-200 บาท เตียว ต้องพากลับมาส่งสนามบินอีก...ถึงสนามบินเวลาประมาณเก้าโมงกว่า ต้องรอจนถึง 11.00 น. เพื่อเช็คอิน เครื่องออกจากมานาโดเวลา 13.50 น. ถึงสิงคโปร์เวลา 17.00 น...เอ๋ จิ๋ว และเด๋ม เข้าพักที่สิงคโปร์ต่ออีกหนึ่งคืน อยู่เที่ยวในสิงคโปร์อีกในวันรุ่งขึ้น…เราสองคนกลับกรุงเทพฯเลย ต่อเครื่องเวลา 19.35 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 21.00 น. นับว่า เส้นทางการบินนี้เหมาะสม สายการบินดี สะดวกสบาย ตรงเวลา ช่วยลดความลำบากของทริพไปได้โขทีเดียว…

กลับถึงบ้าน... วันรุ่งขึ้นเริ่มทบทวน และรวบรวมชนิดนกที่เห็น ทำให้ยิ่งเข้าใจนกและพื้นที่ธรรมชาติในเขตวัลเลเซียมากขึ้น...ดูรูปที่ถ่ายมาจัดลงแผ่นซีดี แจกให้เพื่อนๆที่ไปด้วยกันดูเป็นที่ระลึก รวมทั้งส่งให้เพื่อนๆที่สุลาเวสีด้วย (นับเป็นเพื่อนกันไปแล้ว) และยังมีเพื่อนๆ (แฟนพันธ์แท้) ที่คอยติดตามข่าวคราวเวลาเราไปดูนกที่ไหนๆมาอีก…ขณะย้อนภาพต่างๆ อดที่จะคิดถึงนกสวยๆ สิ่งแวดล้อมแปลกๆแต่สงบเรียบง่าย ผู้คนเป็นมิตรที่ได้พบไม่ได้…และแปลกที่หายเหนื่อยอย่างรวดเร็ว เริ่มลืมความยากลำบากอีกแล้ว (เป็นอย่างนี้ทุกที)...

จัดการเรื่องภาพเสร็จ จึงเริ่มเขียนบันทึก ทั้งๆตอนแรกคิดว่าไม่ค่อยมีอะไรจะเขียน แต่ก็ทำเสร็จได้เร็วฉลุยไม่ติดขัดอย่างน่าแปลกใจ เร็วกว่าทริพญี่ปุ่นมาก อาจเป็นเพราะรายละเอียดอื่นๆไม่มาก…ชื่อเรื่องอาจดูเหมือนจะเว้อไปสักหน่อยสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเรานกชนิดนี้มีความหมายเป็นพิเศษ นอกจากจะไม่เหมือนที่ใดแล้ว ยังเห็นมาด้วยหยาดเหงื่อ... จึงขอตั้งชื่อเรื่องให้สมใจ

"ชี่-วิด"
ก.ค. 2549

กลับไปหน้าแรก
© Copyright http://www.lamnaoprai.com All rights reserved.