ใบประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/903 หน้าแรก   I   กำหนดการดูนก   I   วาดภาพธรรมชาติ  I  ละเมาะไม้  I  ติดต่อเรา  
นกขัติยา
» ผู้ที่สนใจหรือเริ่มต้นดูนก
ดู นก ทำไม ?
การดูนก การจำแนกชนิดเบื้องต้น
การเลือกซื้อกล้องส่องทางไกล
แหล่งดูนกในประเทศไทย
ดูนกในป่า
» ผู้ที่ดูนกอยู่แล้ว
คู่มือรายชื่อนกพื้นที่ต่าง ๆ
คู่มือรายชื่อนกประเทศไทย
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของโลก
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของไทย
» ความรู้เกี่ยวกับนก
สถานภาพนกแบ่งตามฤดูกาล
สถานภาพนกแบ่งตามการอนุรักษ์
New Bird Recoeds for Thailand 1989-1999
» เรื่องเขียนที่น่าสนใจโดย :
กมล โกมลผลิน
ชี่-วิด
ฟิลลิป ราวด์
» สมุดเยี่ยม
ทักทาย
เยี่ยมชม
ภาพวาดประกอบนำมาจาก สมุดบันทึกของ กมล โกมลผลิน
เรื่องเขียนที่น่าสนใจ
ระลึกถึงฮ๊อกไกโด
โดย “ชี่-วิด"
ภาพถ่ายโดย เอื้อ, โตชิจิ บันโดะ และชี่-วิด - ภาพวาดโดย กมล โกมลผลิน และทากาชิ ทานิกูชิ
Eurasian Bullfinch
Hazel Grouse
Siberian Rubythroat

วันเวลาขณะอยู่ฮ๊อกไกโด-ญี่ปุ่น ผ่านไปอย่างรวดเร็ว รายการเดินทางที่จัดทำไว้อย่างเรียบร้อย ด้วยความช่วยเหลือจากมิตรสหายชาวญี่ปุ่น ทำให้การเยือนญี่ปุ่นของคณะเราดำเนินไปอย่างประทับใจ รวมทั้งเพื่อนๆที่ไปด้วยกันมีความสนใจสิ่งเดียวกัน จึงเป็นทริพที่สนุก มีความสุขในทุกๆด้าน ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่าแผนการเที่ยวปีหน้าของเราจะทำอย่างไรจะไปที่คิดไว้ได้หรือ… เพราะเราอยากมาที่นี่อีกให้นานกว่านี้

สภาพภูมิสัตวศาสตร์ของญี่ปุ่น แบ่งเป็น 4 ภาค 1. ภาคเหนือ-เกาะฮ๊อกไกโด 2. ภาคกลาง-เกาะฮอนชู เกาะชีโกกุ เกาะกิวชู 3. ภาคใต้-เกาะในกลุ่มนันไซ โชโต ซึ่งรวมถึงเกาะโอกินาวา 4. ภาคตะวันออก-เกาะอิซู โอกาสาวารา และเกาะไอโว

Chestnut-cheeked Starling

นกในญี่ปุ่น เท่าที่มีรายงานประมาณ 620 ชนิด
เฉพาะในฮ๊อกไกโด มีประมาณ 434 ชนิด

นกเฉพาะถิ่นที่พบได้ตลอดปีในญี่ปุ่น (endemics) มี 11 ชนิด Copper Pheasant, Okinwa Rail, Anami Woodcok, Japanese Green Woodpecker, Pryer's Woodpecker, Japanese (Pied) Wagtial, Japanese Accentor, Ryukyu Robin, Izu Islands Thrush, Bonin Islands Honeyeater และ Lidth's Jay
นกที่เข้ามาทำรังเฉพาะในญี่ปุ่น (breeding endemics) ปัจจุบันข้อมูลยังไม่สรุปแน่นอน ประมาณ 10-12 ชนิด Mtsudaira's Storm Petrl, Bonin Petrel, Tristram's Storm-petrel, Maderian Storm-petrel, Short-tailed Albatross, Japanese Night Heron, Japanese Snipe หรือ Latham's Snipe, Japanese Murrelet, Iijima's Warbler และ Japanese Yellow Bunting ส่วน Japanese Robin และ Chestnut-cheeked Starling เดิมคิดว่าเข้ามาทำรังเฉพาะในญี่ปุ่น แต่ข้อมูลปัจจุบันคาดว่าสร้างรังที่เกาะซะคาลิน รัสเซีย ด้วย

ฤดูกาลในญี่ปุ่น ฤดูใบไม้ผลิ เดือน มีนาคม-พฤษภาคม ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน-สิงหาคม ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน-พฤศจิกายน ฤดูหนาว เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์...นอกจากนั้นยังมีฤดูฝนแทรกในต้นเดือนมิถุนายน-กลางเดือนกรกฏาคม และฤดูลมไต้ฝุ่น เดือนกันยายน-ตุลาคม ยกเว้นที่ฮ๊อกไกโดไม่มีฤดูฝน
ฤดูกาลสำหรับการดูนก ฤดูหนาวเป็นช่วงที่ดูนกดีที่สุดของญี่ปุ่น เพราะจะได้เห็นนกที่น่าสนใจหลายชนิดโดยเฉพาะเป็ดป่า ห่านป่า หงส์ป่า นกจาบปีกอ่อน นกกะเรียน เป็นต้น ช่วงฤดูร้อนก็เป็นช่วงที่ดีสำหรับนกทำรัง และราวปลายเดือนเมษายน พฤษภาคม ตุลาคม เป็นช่วงนกย้ายถิ่นผ่าน ตามเกาะเล็กๆเป็นสถานที่น่าสนใจสำหรับการดูนกเหล่านี้

» วันแรก ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ

สิ่งจำเป็นต้องเตรียมไป

ครั้งนี้ไปสนามบินดอนเมืองแบบสบายๆ เพราะได้เช็คอินทางอินเตอร์เน็ตไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่ต้องรีบไปสนามบินเหมือนก่อน เขาให้ไปถึงสนามบินหนึ่งชั่วโมงล่วงหน้าเป็นอย่างช้า แต่เราก็ไปถึงสนามบินประมาณสองชั่วโมงล่วงหน้าอยู่ดี ไปถึงหมอวิมาถึงแล้วกำลังเช็คอินกระเป๋าโดยหมอสุรชัยมาส่ง ซึ่งจะตามไปช่วงหลัง จอห์น พาร์มาหาอาจารย์กมลเพื่อรับรูปวาด ได้พบเพื่อนชาวอังกฤษชื่อ Ken Smith แห่ง RSPB ที่มาติดต่องานกับสมาคมอนุรักษ์นกฯ กำลังจะเดินทางกลับอังกฤษ วันนั้นเลยเหมือนมีเพื่อนมาส่งหลายคน…ไม่นาน Bob และเอ๋ ก็มาถึง...เครื่องบินออกเวลา 23.00 น.สักพักก็มีการเสริฟอาหารมื้อใหญ่ เขาน่าจะเสริฟอาหารเบาๆตอนดึกเพราะคนส่วนใหญ่อยากนอนแล้ว และควรเสริฟอาหารเช้ามื้อใหญ่แทน แต่อาหารเช้ากลับไม่มีอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า หรือน้ำผลไม้ ถ้าต้องการดื่มชา กาแฟก็ต้องขอ…คืนนั้นคิดว่าทุกคงจะหลับสบาย เตรียมพร้อมและตื่นเต้นกับสิ่งต่างๆที่จะพบในญี่ปุ่น โดยเฉพาะนกที่ฮ๊อกไกโด

» วันที่สอง นาริตะ-ฮาเนดะ-ซับโปโร-ฮาโบโร

เวลาประมาณ 06.30 น. มาถึงสนามบินนาริตะ ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง 30 นาที (เวลาญี่ปุ่นเร็วกว่าไทยสองชั่วโมง) อากาศประมาณ 21 องศาเซลเซียส กว่าเครื่องจะเข้าที่ ก็แท๊กซี่อยู่นาน จนเรากังวลว่าจะไม่ทันรถไปสนามบินฮาเนดะ แต่เมื่อลงจากเครื่องขบวนการตรวจหนังสือเดินทางเป็นไปอย่างรวดเร็วเกินความคาดหมาย เจ้าหน้าที่เข้าประจำโต๊ะทำงานกันแต่เช้าด้วยใบหน้าที่เป็นมิตร…รับกระเป๋าเดินทางก็เป็นไปอย่างไม่ล่าช้า เมื่อเดินออกมาที่ห้องโถงขาเข้า มองหาที่ติดต่อรถบัส ที่จะไปสนามบินฮาเนดะ (สนามบินสำหรับสายการบินภายในประเทศ) เจ้าหน้าที่ขายตั๋วรถบัสพูดภาษาอังกฤษได้ดี เราจ่ายค่ารถไปคนละ 3000 เย็น (1 บาท = ประมาณ .34 เย็น จึงตกราว พันกว่าบาท) ออกมาจากอาคารสนามบิน ที่จอดรถก็อยู่ใกล้ประตูทางออกนั่นเอง สะดวกมาก เราขึ้นรถในเวลา 07.50 น. จะใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมง ก่อนขึ้นรถเขาจะเก็บกระเป๋าไว้ใต้ท้องรถโดยมีใบรับกระเป๋าไว้ให้เราด้วย ตอนรับกระเป๋าคืนต้องมีให้เขาดู…ในญี่ปุ่นจึงต้องเก็บรักษาตั๋วต่างๆไว้ให้ดีเขาจะเรียกเก็บปลายทางเสมอ… ผู้โดยสารบนรถไม่มากพวกเราเลยเลือกที่นั่งตามสบาย ในรถมีห้องน้ำด้วย แต่ตอนแรกหาที่กดชักโครกไม่เจอเพราะมีแต่ภาษาญี่ปุ่น นี่เป็นความยุ่งยากอยู่นิดหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น แต่โดยรวมๆก็ไม่เป็นปัญหาอะไร…เรามาถึงสนามบินฮาเนดะ เวลาประมาณ 9.00 น.

สนามบินฮาเนดะ

รับกระเป๋าจากรถแล้ว เมื่อเข้ามาในอาคารสนามบิน เรามองหาเครื่องเช็คอินอัตโนมัติ เพื่อทำการเช็คอินและรับบอร์ดดิ่งพาส เพราะซื้อตั๋วผ่านทางอินเตอร์เน็ตมา แต่พอเข้าไปทำเครื่องแสดงเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดจะทำอย่างไรต่อไปดีเนี่ย และเครื่องก็ไม่รับบัตรเครดิตด้วย ไม่รู้ใส่ผิดถูกอย่างไร จึงเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ซึ่งได้จัดการออกใบบอร์ดดิ่งพาส ให้ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษไม่เก่งเหมือนที่สนามบินนาริตะ แต่ก็เข้าใจความต้องการของเราและใจดีออกบอร์ดดิ่งพาส ให้ตลอดเส้นทางทุกเที่ยวบินด้วย เราจะได้ไม่ต้องยุ่งเครื่องเช็คอินอีก…ก่อนมาญี่ปุ่นเราก็กลัวว่าจะเครียดเหมือนกันเรื่องเหล่านี้ แต่มาจริงๆแล้วไม่เครียดเลยเพราะการบริการของพนักงานสายการบิน หรือผู้คนที่มีหน้าที่ให้บริการในงานอื่นๆทุกแห่งเท่าที่พบ ยินดีจัดการทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อยอย่างดีเยี่ยม... เราประทับใจในการทำงานของเขามาก ที่รู้หน้าที่ของตน ทำแล้วต้องทำให้ดีที่สุด และสำเร็จลุล่วงในแต่ละงานที่รับผิดชอบเป็นอย่างดี

เมื่อได้บอร์ดดิ่งพาส ไปเช็คอินกระเป๋าที่เคาน์เตอร์ใกล้ๆกัน เขาให้ใบรับกระเป๋ามา… ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยในเวลาประมาณ 9 โมงกว่าๆเท่านั้น เราจึงมีเวลาอีกนานกว่าจะต้องเข้าไปรอข้างในก่อนเครื่องออกเวลา 11.20 น. จึงเดินดูร้านค้าในสนามบิน และหาที่ทานอาหารเช้า…แต่ตอนจะเข้าไปข้างในบริเวณรอขึ้นเครื่องต้องผ่านการ x-ray เป็นขั้นตอนที่ละเอียดมากอาจใช้เวลานานถ้ามีสิ่งที่ต้องตรวจมาก ขาตั้งกล้องถือขึ้นเครื่องไม่ได้ ขวดน้ำทุกขวดมีการนำออกไปตรวจอีกเครื่องหนึ่ง ถ้ามีเสียงดังตรงไหนในร่างกายก็ตรวจอย่างละเอียด ให้ถอดรองเท้า เอาของออกจากกระเป๋าเสื้อกางเกงให้หมด แต่พนักงานก็กระทำอย่างนุ่มนวล กล่าวขออภัย และขอบคุณ (อาริกาโตะ โกซัยมัส) ตลอดเวลา…เราว่าดีที่เขาตรวจละเอียดทำให้มั่นใจว่าการเดินทางครั้งนี้ปลอดภัยแน่

มาถึงสนามบิน Chitose ที่ซับโปโร เวลาประมาณบ่ายโมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 35 นาที อากาศที่ซับโปโร 12 องศา ซ เป็นสนามบินเล็ก เดินเข้ามากระเป๋าก็ทะยอยเข้ามาที่รางแล้ว ก่อนนำกระเป๋าออกต้องแสดงใบรับกระเป๋าจึงจะรับกระเป๋าได้... Inoue-san มายืนยิ้มรอรับอยู่เรียบร้อยแล้ว ด้วยความพร้อม ตรงเวลา เมื่อทักทายแนะนำแต่ละคนแล้ว ก็ให้พวกเราไปหาซื้ออาหารกลางวันที่ร้านแบบ convenient store ในสนามบิน เพื่อนั่งทานในรถไฟที่จะเข้าเมือง คิดให้เสร็จสรรพว่าจะได้ประหยัดเงิน

ทิวทัศน์เข้าเมืองซับโปโร
บนรถบัส ฮาโบโรโก

รถไฟ JR เข้าเมืองก็อยู่ในบริเวณอาคารนั้นเอง อิโนอูเอะ-ซัง (ปกติเรียกชื่อให้สุภาพต้องมี ซัง เสมอ แต่ต่อไปในเรื่องจะไม่เขียนแล้วเพราะขี้เกียจพิมพ์) ไปซื้อตั๋วแล้วพาเราขึ้นรถไฟนั่งที่นั่งตามหมายเลข ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงสุดทางรถไฟที่ซับโปโร เขาพาเดินไปท่ารถ เพื่อนั่งรถบัส Haboro-go (Haboro Express)…คนขับรถทำทุกอย่าง รวมทั้งเป็นคนขนกระเป๋าเข้าใต้ท้องรถ พวกเราก็ขึ้นนั่งตามหมายเลข แต่รถว่างมากจึงนั่งกันคนละเบาะริมหน้าต่างเพื่อดูวิวสองข้างทาง

รถออกเวลา 15.00 น. จะใช้เวลาในการเดินทางถึงสามชั่วโมง ชั่วโมงแรกคนขับหยุดจอดเพื่อให้เข้าห้องน้ำประมาณ 10 นาที สองข้างทางเป็นทุ่งกสิกรรมโล่งๆเป็นส่วนใหญ่ เห็นการทำนาของคนญี่ปุ่นที่ทันสมัยด้วยเครื่องจักร ใช้คนคนเดียวทำได้หมด…ไม่ค่อยเห็นนกตามสองข้างทางเลย เริ่มใจเสียแล้ว สงสัยว่าที่ที่เราไปจะมีนกให้ดูไหมเนี่ย

มาถึงเมืองเล็กๆริมทะเล ที่เงียบสงบชื่อ Haboro ก็เกือบหกโมงเย็นแล้ว อากาศเย็นสบาย อิโนอูเอะ พาเดินไปเข้าที่พัก ชื่อ Sunset Plaza Hotel ที่อยู่ไม่ไกล…ให้พักเสียดีเชียว มารู้ภายหลังว่าถ้าเขามาเองเขาพักที่อื่นราคาถูกกว่านี้… เราอยากบอกว่าเราพักแบบนั้นก็ได้เราอยากได้ราคาถูกเหมือนกัน…อิโนอูเอะ จองไว้ 2 ห้องให้ชายและหญิงพักห้องละ 3 คน ห้องไม่ใหญ่แต่สบาย มีทุกอย่างดี ทุกห้องมีระเบียงให้มองไปทางทะเลเพื่อเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกตามชื่อโรงแรม ราคาห้องพักรวมอาหารเช้าเย็น ตกคนละประมาณ 10000 เย็น

บางมุมที่ฮาโบโร...เงียบจริงๆ
ในแต่ละห้องจะมีเสื้อคลุม ยูกาตะ และสายรัดเอว เสื้อสั้นคลุมอีกชั้นหนึ่ง รองเท้าแตะ สำหรับทุกคน ไม่รู้มาก่อนว่าพวกหนุ่มทั้งสาม จะแต่งตัวชุดที่กล่าวมาลงมาทานอาหารเย็นด้วย ทำให้ได้บรรยากาศญี่ปุ่นแท้ๆ เย็นนั้นแขกของโรงแรมมีแค่ 2 โต๊ะเขาจัดเสริฟอาหารให้ตามโต๊ะ อาหารจัดให้อย่างดีเหมือนโรงแรมใหญ่บ้านเรา เป็นชุดๆ กว่าจะจบทุกชุดก็ผ่านไปหลายจาน โดยบริกรที่ดีเยี่ยม…ในโรงแรมมีห้องอาบน้ำ hot spa ขนาดใหญ่ไม่ใช่น้ำร้อนธรรมดา แต่เป็นน้ำแร่ (สปา) ห้องอาบน้ำรวมหลายคน (ไม่ใส่เสื้อผ้า) จึงไม่มีใครอยากไปอาบทั้งๆที่การอาบน้ำแช่น้ำร้อนในญี่ปุ่นทำให้สดชื่นสบายตัวมาก ยิ่งน้ำแร่ยิ่งดีไปใหญ่... จบวันแรกของทริพด้วยความสุขของทุกคน
เดินไปโรงแรมซันเซท อาทิตย์ตกมองจากห้องพัก


» วันที่สาม ฮาโบโร-เกาะทีอูรี

Red-necked Phalarope
Grey-spotted Flycatcher
Chestnut-cheeked Starling

ที่นี่ตีสามครึ่งก็สว่างแล้ว วันแรกที่ตื่นมาสว่างจ้าจึงตกใจว่านาฬิกาไม่ปลุกหรืออย่างไร เมื่อเตรียมตัวเก็บของพร้อมแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลานัดทานอาหารเช้าที่นัดไว้เจ็ดโมง เราและหมอวิจึงออกไปเดินเล่นใกล้ๆโรงแรม มีสวนสาธารณะที่เพิ่งจะปลูกไม้พุ่มใหม่ ๆ เข้าใจว่าทุกๆปีไม้พุ่มก็จะตายหมดเพราะหิมะตกในฤดูหนาว นี่เป็นการปลูกต้อนรับฤดูร้อน นกที่ได้เห็นเป็นตัวแรกๆ คือ Oriental Green Finch, Carrion Crow, Jungle Crow...หลังทานอาหารเช้าจัดอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟ่อย่างดีเสร็จแล้ว อิโนอูเอะ ได้จองรถแท๊กซี่ ไปส่งท่าเรือไว้สองคัน นั่งรถไปไม่กี่นาทีก็ถึง แต่ถ้าเดินก็ไกลเกินไป

เรือไปเกาะ Teuri ออกเวลา 8.30 น. ตรง เรือมี 3 ชั้น ดาดฟ้าเขาไม่ให้ขึ้นไป คนส่วนใหญ่ก็จะยืนกันชั้นบน มีห้องที่เห็นผ่านกระจกผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นไปจองที่นั่ง ที่นอนกันแล้ว และยังมีห้องข้างล่างอีกห้องละชั้น วันนี้คลื่นลมแรงมาก แม้จะมีทีท่าว่าจะได้เห็นนกทะเลดีๆ แต่เราและหมอวิก็เริ่มเมาคลื่นเสียแล้ว จึงได้รู้ว่าทำไมผู้โดยสารคนอื่นๆจึงเข้าไปจองที่ในห้องและนอนกันเป็นเรื่องเป็นราวอย่างที่เห็นในตอนแรก... เราแทรกตัวเข้าไปในห้องที่เห็นอยู่ใกล้ๆนั่นเอง นอนลงเท่าที่จะมีพื้นที่พอจะล้มตัวลงได้ ไม่สนใจอะไรอีก ดมยาดมที่ติดตัวมา พอได้นอนสักพักก็ดีขึ้น เริ่มเห็นว่ามีบางคนถึงกับอาเจียนเห็นไปก้มๆเงยๆอยู่ที่ถังขยะที่เขาจัดไว้ มารู้ว่าหมอวิลงไปนอนชั้นล่าง เพราะยิ่งต่ำลงไปคลื่นจะสงบกว่าข้างบน พอหายเมาก็เริ่มสำรวจว่าเขาจัดห้องไว้อย่างดี เป็นเครื่องปรับอากาศให้อุ่น มีทีวี มีพรมบางๆให้นอนได้ มีถังขยะอยู่ตามมุม จึงรู้ว่าถ้าใครรู้ตัวว่าตนเองจะเมาคลื่นก็เตรียมตัวหาที่ตั้งของตนตั้งแต่แรกก็จะไม่มีอาการอะไรเมื่อขึ้นฝั่ง การจัดการช่างดีแท้ๆ…
เรือไปเกาะทีอูรี สหายทั้งสอง

เรือมาถึงเกาะ Yagishiri เวลาประมาณ 10.00 น. แวะให้ผู้โดยสารลงและขึ้นไม่นานก็เดินทางต่อไปยังเกาะทีอูรี ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาที พอเรือจอดเข้าท่าเราก็สบายดีเหมือนเดิม Ishikawa-san เพื่อนอีกคนมาต้อนรับ พร้อมเจ้าของบ้านที่เราจะพัก เอารถคันเล็กมารับกระเป๋า (ที่นี่เห็นเขาใช้รถคันเล็กๆกันทั้งนั้น) ส่วนพวกเราเดินไปที่พักเพราะจะได้ดูนกไปด้วย เอ๋ พลันเห็นนก Red-necked Phalarope คอแดงแป๊ดมาลอยคออยู่ใกล้ๆฝั่งอยู่หนึ่งตัว ใกล้จนถ่ายรูปด้วยกล้องธรรมดาได้ นอกจากนั้นระหว่างทางก็เห็น Oriental Greenfinch, Pied Wagtail, Jungle Crow, Japanese Cormorant, Slaty-backed Gull, Black–tailed Gull, Japanese Bush Warbler, Siberian Rubythroat แต่นกบางตัวก็ยังเห็นไม่จะจะ…เก็บไว้ก่อน

บ้านพัก
บริเวณวัดที่มีนกมากมาย

ที่พักเป็นโฮมสเตย์ บ้านสองชั้นอยู่ริมทะเล เขาจัดแยกห้องหญิงชาย พื้นห้องใช้ เสื่อทาทามิ สะอาดสะอ้าน ที่นอนพับกางเวลาจะนอน ผ้าปูสะอาด มีทั้งผ้าห่มและผ้านวม ที่ตกกลางดึกก็ร้อนทุกคืน ห้องส้วมมีชักโครกอัตโนมัติอย่างทันสมัยมีปุ่มกดล้างและลมเป่าด้วย ห้องน้ำเป็นแบบ hot bath อย่างดีอาบส่วนตัวที่ละคน ในห้องมี heater แต่ไม่ได้ใช้ พวกเราชอบเปิดหน้าต่างให้อากาศเย็นเข้ามา… ในบ้านมีตู้เบียร์หยอดเหรียญอัตโนมัติด้วย คงเป็นที่ถูกใจสำหรับแขกที่เข้ามาพักเป็นแน่…บ้านนี้มีลูกสามคน คนโตเรียนมัธยมในโรงเรียนบนเกาะนี้เห็นว่ามีนักเรียนแค่สามคนในชั้น แต่แต่ละคนเรียนวิชาหลักไม่เหมือนกันทำให้มีครูสอนในชั้นนี้รวมสิบคน เมื่อจบจากโรงเรียนนี้แล้วลูกสาวคนโตบอกว่าจะไปเรียนต่อที่ซับโปโร พ่อบ้านเป็นชาวประมงแต่ไม่ดูกรำแดดแบบชาวประมงบ้านเรา บ้านนี้ดูเป็นบ้านมีฐานะดี เพราะบ้านหลังใหญ่ มีเครื่องใช้ไม้สอยทันสมัย…แม่บ้านอารมณ์ดีตลอดเวลา ทำงานได้หลายอย่าง ขับรถ ทำอาหาร บริการต่างๆ เขาฟังภาษาอังกฤษได้บ้างแต่น้อยมาก แต่ก็เห็นเข้าใจกันและกันดี...ครอบครัวนี้เป็นที่ประทับใจพวกเรามาก

เมื่อเข้าที่พักแม่บ้านจัดแซนวิสเป็นอาหารกลางวันให้ ทานเสร็จพวกเราก็เดินไปดูนกที่วัดใกล้ๆบ้าน นกเยอะมาก ที่พบมี Dusky thrush, Grey-sided Flycatcher, Brown Flycatcher, Siberian Flycatcher หรือ Sooty Flycatcher, Chestnut-cheeked Starling ทำรัง, Eurasian Wryneck, Great Spotted Woodpecker ทำรัง, Japanese Bush Warbler ที่ส่งเสียงร้องตลอดเวลา...เราและเอ๋ สนุกกับการถ่ายภาพด้วยดิจิสโคป อาจารย์กมลก็มีความสุขกับการสเก็ตภาพนก หมอวิ และบ๊อบ ก็ตื่นเต้นกับนกใหม่ๆ อิโนอูเอะ และอิชิกาวา ก็ดูมีความสุขที่พวกเราได้เห็นนกดีๆ จบการดูนกวันแรกด้วยความสุขของทุกๆคน…

บรรยากาศที่โต๊ะอาหาร
อาหารมื้อเย็น

กลับบ้านอาบน้ำ แม่บ้านจัดอาหารมื้อเย็นเป็นอาหารญี่ปุ่นชุดใหญ่ หนักไปทางอาหารทะเล อิชิกาวา เอาเหล้าสาเกขวดยักษ์มาเลี้ยงฉลองที่ได้พบกันและได้เห็นนกดีในการดูนกวันแรก..คัมไป..คัมไป.. จนสามทุ่มพวกสาวๆจึงขอตัวไปนอน พวกหนุ่มๆที่เหลือแยกย้ายกันเมื่อไรไม่ได้ถาม

» วันที่สี่ เกาะทีอูรี

Hawfinch
Spotted Seal
Pelagic Cormorant

อิโนอูเอะ และอิชิกาวา มารอที่หน้าบ้านตามเวลานัดหกโมงเช้า อ้อ ลืมบอกไปว่าเขาไม่ได้พักที่เดียวกับพวกเรา เขาเช่าบ้านเห็นบอกราคาถูกมากเพราะ อิชิกาวา มาอยู่หลายเดือนในแต่ละปี อิโนอูเอะ ก็มาแต่อยู่ไม่นานเท่า ทั้งสองชอบเกาะทีอูรีมาก... เมื่อจบทริพพวกเราสรุปกันว่าเราก็ชอบที่นี่เหมือนกัน

เช้านี้ไปเดินดูนกที่วัดอีก แต่คราวนี้เดินเลยเข้าป่า (ป่าปลูก) ได้เห็นนกคล้ายเมื่อวานแต่ชัดเจนมากขึ้นและถ่ายรูปได้ เช่น Siberian Rubythroat, Japanese Bush Warbler, Common Cuckoo, Oriental Cuckoo, Oriental Turtle Dove, Eye-browed Thrush, Siberian Thrush, Narcissus Flycather, Great Tit, Black-faced Bunting, Yellow-browed Warbler, Arctic Warbler, Eastern Crowned Lead-Warbler และ Eurasian Bullfinch กำลังดูนกสนุกก็ต้องกลับไปทานอาหารเช้าแล้ว ขากลับได้เห็นนก Eurasian Hawfinch อยู่ที่ต้นสนหน้าบ้านหลังหนึ่งริมถนนวันต่อมาก็เห็นอีกที่นั่น

อาหารมื้อเช้า

เท่าที่สังเกตุ เวลาอาหารดูจะเป็นเวลาที่มีความสุขสำหรับชาวญี่ปุ่นมาก เพราะดูเขาจะ enjoy กับการกินอาหารหลากชนิด ปริมาณมากทุกมื้อ แต่ไม่เห็นมีใครอ้วน อาจเป็นเพราะอาหารไม่ค่อยมัน แป้งน้อย และไม่ค่อยมีรสหวาน แม้แต่เครื่องดื่มกระป๋องที่ขายทั่วไปเช่น น้ำผลไม้ ชา กาแฟ กระป๋องก็ไม่หวาน...อาหารเช้าของทุกวันจะต้องมีถั่วเน่าที่เขาชอบกันมาก อาหารทุกมื้อเป็นอาหารทะเลเป็นส่วนใหญ่ ผักไม่ค่อยมีเห็นบอกปลูกไม่ค่อยได้

วันนี้เรามีนัดไปลงเรือดูนกรอบๆเกาะในเวลา 10.00 น. ไปญี่ปุ่นต้องทำตัวตรงต่อเวลา อย่าล่าช้า โอ้เอ้ หรือยึกยักดูนกแล้วไม่อยากกลับ เหมือนเราที่รู้สึกว่าดูนกไม่พอสักวัน เพราะเดี๋ยวต้องกลับไปกินอาหารอีกแล้ว ทำให้วันหลังๆเราออกไปดูนกก่อนเวลานัดอีกนิด จะได้มีเวลาดูนกเพิ่มขึ้นเองโดยไม่ต้องขัดใจกัน เพราะคิดว่าเพื่อนๆญี่ปุ่นของเราได้พยายามจัดรายการให้พวกเราได้รับทุกอย่างเต็มที่ ซึ่งก็เป็นความจริง เมื่อจบทริพเราก็ได้รู้ว่าเราได้เห็นนกมากชนิด และมีความสุขกับสิ่งต่างๆที่พบเจอทุกวัน

เรือดูนกรอบเกาะใช้เวลาประมาณ หนึ่งชั่วโมง แต่เรือไม่สามารถเข้าไปใกล้นก หรือพวกแมวน้ำ (Spotted Seal) ได้เพราะโขดหินมาก แต่ถึงไกลเราก็ได้เห็นแมวน้ำนอนเอือกพลิกคว่ำพลิกหงายอยู่บนหินที่มีรูปร่างเหมือนแมวน้ำ, Spectacled Guillemot ขอบตาขาว ขาแดง, Ancient Murrelet นกหน้าตาแปลกหัวและปากสั้นๆ, Rhinoceros Auklet จะได้เห็นใกล้ๆคืนนี้, Japanese Cormorant, Pelagic Cormorant หายากกว่า Japanese Cormorant…บนเรือมีมัคคุเทศน์หน้าตาดี คอยอธิบายว่าที่เห็นนี้เป็นอะไร ซึ่งมารู้ภายหลังว่าคือลูกสาวคนโตของบ้านที่เราพักนั่นเอง เขาน่ารักมากที่ทำงานไปด้วย หรืออาจช่วยเพื่อนบ้านที่เป็นเจ้าของเรือก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามเป็นเด็กสาว ที่รักดีคนหนึ่งทีเดียวเพราะเห็นช่วยแม่ทำงานที่บ้านอย่างแข็งขัน

เรือดูนกรอบเกาะ
ทิวทัศน์รอบเกาะ
เรือกลับมาจอดที่ท่าเหมือนเดิมยังมีเวลาเดินดูนกพักหนึ่งก่อนอาหารกลางวัน ได้เห็น Glaucous-winged Gull ตัววัยรุ่นว่ายลอยน้ำอยู่…เดินกลับมาที่ท่าเรือ เข้าร้านก๋วยเตี๋ยวที่เห็นมีอยู่ร้านเดียว ก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ราคาชามละประมาณ 300 กว่าบาท เห็นบอกว่าขายเฉพาะฤดูร้อน หน้าหนาวไม่มีนักท่องเที่ยวร้านก็จะปิด เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวถูกใจภาพสเก็ตที่อาจารย์กมลวาด เลยอยากได้บ้าง อิโนอูเอะ เจ้ากี้เจ้าการเชียร์ให้อาจารย์วาด Spectacled Guillemot ให้ร้านก๋วยเตี๋ยวเพราะเขาว่าเป็นนกเด่นของที่นี่
ในร้านก๋วยเตี๋ยว ทั้งเกาะมีอยู่ร้านเดียว

หลังอาหารกลางวัน อิโนอูเอะ เช่ารถเล็กๆมาสองคัน เขาขับนำให้บ๊อบขับตามอีกคัน พาไปเที่ยวดูนกรอบเกาะ ไปดูแหล่งทำรังของนก Rhinoceros Auklet ที่ทำรังในโพรงดินเป็นพันๆรูในพื้นที่เฉพาะริมทะเลแห่งนี้ ค่ำนี้พวกเราก็จะมาดูนกเอาอาหารมาป้อนลูกในรัง… หลังจากนั้นพาไปที่อาคารบังไพรตั้งอยู่ริมทะเลแห่งหนึ่ง บ๊อบสแกนสโคปไปเจอ Harlequin Duck ตัวผู้และตัวเมีย ลอยน้ำใกล้โขดหินริมฝั่งแต่ระยะไกลจากเรามากแต่ก็มองเห็นได้จากสโคป เป็นที่ดีใจกันมาก เพราะคิดว่าไม่น่าจะเจอในช่วงนี้นอกจากฤดูหนาว…

มีแต่รถคันเล็กๆ
รังนก Rhinoceros Auklet
แล้วอิโนอูเอะ พาไปดู colony ของ Black-tailed Gull ได้เวลากลับบ้านเวลาประมาณหกโมงเย็น ให้กลับมาทานอาหารมื้อเย็นเท่านั้นยังไม่ต้องอาบน้ำ เพราะจะมีรถมารับไปดู Auklet เข้ารังในเวลาหนึ่งทุ่มตรง…
นก Rhinoceros Auklet คาบอาหารมาป้อนลูก

รถบัสมารับหน้าบ้าน ไปถึงฟ้าเริ่มมืดเห็นนก Auklet ลอยคออยู่กลางทะเลเป็นจุดดำๆเต็มไปหมด มันรอให้พลบค่ำที่จะบินเข้ามา เพราะมีพวกนกนางนวลรออยู่ตามหน้ารังเพื่อหาโอกาสแย่งอาหารที่นกนำมาให้ลูก จึงต้องมาตอนมืดหน่อย สักพักนกตัวแรก ตัวที่สอง และอีกเป็นพันๆตัวก็ทะยอยบินเข้ามาที่รังของตนอย่างรวดเร็ว พร้อมปลาตัวเล็กๆเต็มปาก แต่บางตัวก็ไม่เห็นคาบอาหารมา ส่วนใหญ่ก็เข้ารังของตนถูกต้องอย่างน่าสงสัยว่าทำไมจำได้ แต่บางตัวก็หลงรังเหมือนกัน กว่าจะเจอรังของมันก็หาอยู่พักหนึ่ง เราส่องไฟดู กันพักหนึ่งก็กลับ ขณะที่รถบัสคันใหญ่พาเด็กๆเข้ามาดูนก เด็กๆหลายคนจะถือไฟฉายไฟสีแดงเพื่อไม่ให้รบกวนนก นี่ก็เป็นกิจกรรมประจำวันในช่วงค่ำของเกาะนี้… รถบัสกลับมาส่งถึงหน้าบ้าน วันนี้อิโนอูเอะ และอิชิกาวา ไม่มาทานอาหารด้วยเพราะคงเห็นว่ารายการวันนี้เต็มเหยียดแล้ว กว่าเราจะอาบน้ำทานอาหารก็ดึกแล้วน่าจะได้พักผ่อน… แต่เรากลับรู้สึกว่าอาหารมื้อนี้หมดรสชาดไปนิด ที่ไม่มีทั้งสองคน…และสาเก

The story of Utou (Utou ชื่อภาษาญี่ปุ่นของนก Rhinoceros Auklet) เป็นแผ่นพับทำเป็นเล่มเล็กๆ วาดเป็นกาตูนย์อย่างน่าสนใจ ให้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของนกชนิดนี้ เป็นภาษาญี่ปุ่น แต่เพื่อนเขียนภาษาอังกฤษกำกับให้อ่าน

ภาพแรก หน้าตาของนกช่วงฤดูร้อนมีโหนกและหนวด แต่ฤดูหนาวไม่มี ตัวผู้ตัวเมียเหมือนกัน... กลางวันออกหาปลา กลางคืนมาเลี้ยงลูก...ขุดรังเป็นโพรงดินลึก 1-2 เมตร ภาพที่สอง การคำนวนจำนวนรัง จำนวนปลาที่ต้องหามาเลี้ยงลูก วงจรชีวิตในหนึ่งปี เดือนมีนาคมจับคู่ เดือนเมษายนทำรัง เดือนพฤษภาคมออกลูก เดือนกรกฏาคมลูกนกออกจากรัง เดือนสิงหาคมนกจากเกาะไปอยู่กลางทะเลตลอดช่วงฤดูหนาว จะกลับมาอีกครั้งในช่วงฤดูร้อน ภาพที่สาม แสดงให้เห็นว่านกชนิดนี้มีความสามารถทั้ง บิน เดิน ขุดดิน และดำน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร เพื่อหาปลาตัวเล็ก ทั้งช่วยกันล้อมกรอบฝูงปลาเหล่านั้นด้วย

» วันที่ห้า เกาะทีอูรี

ออกไปดูนกแต่เช้าเหมือนเดิม โดยมีเพื่อนทั้งสองมารออยู่แล้วตามเวลานัด ไปที่วัด แล้วขึ้นเนินเข้าป่า ได้เห็นนกเพิ่มอีก เช่น Long-tailed Rosefinch, Long-tailed Tit (ชนิดหัวขาวพบเฉพาะที่ฮ๊อกไกโด), Japanese Thrush, Japanese White-eye, Coal Tit วันนี้เดินไกลกว่าวันก่อนๆ กลับมาทานอาหารเช้าเวลาประมาณเก้าโมงเช้า ฝนเริ่มตกและตกตลอดวันเลยในวันนี้

หลังอาหารเช้าแม่บ้านขับรถไปส่งที่ ศูนย์อนุรักษ์นกทะเล Save Seabirds Center ศูนย์นี้เป็นของนักถ่ายภาพนกมีชื่อเสียงบนเกาะนี้ ข้างในมีของที่ระลึกขายเป็นเข็มกลัดรูปนก อื่นๆ ภรรยาเจ้าของศูนย์ต้อนรับอยู่คนเดียว ชงชามาให้ดื่ม ฉายวิดีโอ และฉายสไลด์เกี่ยวกับนกทะเลของที่นี่ให้ชม แต่ดูเหมือนอิชิกาวา เป็นคนจัดการเสียมากกว่า รู้สึกเขาสนิทสนมกันคนทั้งเกาะ

ถนนหน้าบ้าน
เดินกลางสายฝนไปดูบ้านโบราณ

ฝนยังตกไม่หยุดแต่ได้เวลาทานอาหารกลางวันแล้ว อิโนอูเอะ จึงโทรเรียกแม่บ้านขับรถมารับไปร้านก๋วยเตี๋ยว แม่บ้านใจดีมาด้วยรอยยิ้ม พาไปส่งทานอาหารเสร็จสรรพ ฝนก็ยังไม่หยุดตก อิชิกาวา พาไปดูพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวอยู่ข้างร้านก๋วยเตี๋ยวนั่นเองต้องเสียค่าเข้าคนละ 100 เย็น ไม่ค่อยน่าสนใจนักแต่เป็นการฆ่าเวลารอฝนหยุดมากกว่า จนแล้วจนรอดฝนก็ไม่หยุด แม่บ้านต้องขับรถมารับกลับบ้าน

แต่พวกเราก็ยังไม่เลิกรา กางร่มเดินไปตามถนนเพื่อไปถ่ายบ้านโบราณที่เห็นตั้งแต่เมื่อวานนี้ และจะแวะไปซื้อของที่ร้านขายของชำที่เห็นอยู่ร้านสองร้านใกล้ๆนี้ด้วย เดินกลับฝนก็ยังไม่หยุดเป็นอันว่ารายการวันนี้น่าจะจบลงเพียงแต่นี้ เข้าบ้านและพักผ่อนดีกว่า... อาจารย์กมลจึงมีเวลาวาดรูปนกตามที่ร้านก๋วยเตี๋ยวขอไว้ 1 ภาพ และแม่บ้านขอไว้ถึง 3 ภาพ...สักพักเอ๋ทนอยู่เฉยๆไม่ไหว เดินออกไปดูนกคนเดียวทั้งๆที่ฝนยังตกพรำๆ หมอวิและเราพักผ่อน อาบน้ำแช่น้ำร้อนใช้เวลาตามสบาย จนถึงเวลาอาหารมื้อเย็น

» วันที่หก เกาะทีอูรี-ฮาโบโร-ซับโปโร

ทั้งสามภาพนี้ อ.กมล วาดให้เพื่อนๆที่เกาะทีอูรี
Siberian Rubythroat
Spectacled Guillemot
Blue-and-white Flycatcher

วันนี้นัดออกไปดูนกตีห้าครึ่ง ชดเชยที่เมื่อวานได้ดูนกน้อยไปหน่อย ไปตามเส้นทางที่เดินทุกวัน นกที่เห็นคล้ายๆเดิมแต่ได้เห็นชัดเจน และถ่ายภาพได้มากขึ้น กลับมาทานอาหารเช้าแล้วเก็บของเตรียมตัวเดินทางกลับ พ่อบ้านขับรถขนกระเป๋าไปส่งที่ท่าเรือ ส่วนแม่บ้านรับคนไปส่ง แต่แวะที่ศูนย์อนุรักษ์นกทะเลก่อน เพราะอิโนอูเอะ ขอแบ่งภาพ Spectacled Guillemot จากแม่บ้านไปให้เจ้าของศูนย์ 1 ภาพ เป็นที่ถูกใจเจ้าของศูนย์เขาได้มอบหนังสือภาพถ่ายนกของเกาะนี้เป็นที่ระลึกให้อาจารย์กมล 1 เล่มด้วย

ถ่ายภาพก่อนจากกัน
แล้วพบกันใหม่

คนที่ไปส่งที่ท่าเรือเลยเพิ่มจำนวนมากขึ้นเพราะได้รูปวาดจากอาจารย์กมลกันถ้วนหน้ามี เจ้าของบ้านทั้งสองคน จากเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว เจ้าของศูนย์ และอิชิกาวา ส่งขึ้นเรือโดยให้ถือริบบิ้นไว้คนละฝากโบกมือกันจนริบบิ้นหลุดไปจากมือ (เขาว่าริบบิ้นนี้ละลายน้ำได้ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม)...เป็นการจากลาที่อบอุ่นมาก

เรือออกจากท่าเวลา 10.20 น. ใช้เวลา 20 นาทีก็ถึงเกาะยากิชิริ เราและหมอวิเตรียมตัวจะเข้าห้องไปนอน แต่แล้วก็ต้องออกมา เพราะคลื่นไม่แรงเหมือนขามา จึงไม่เมาคลื่นเลย ได้ออกมามองทิวทัศน์เห็นฝูงนกบินโฉบไปมา เป็นชนิดที่เราได้เห็นตัวใกล้ๆกันมาแล้ว มีเกาะหนึ่งที่มีภูเขาเหมือนภูเขาไฟฟูจิชื่ออะไรจำไม่ได้… เรือมาถึงฮาโบโร เวลา 12.15 น. รถแท๊กซี่สองคันมารอรับแล้ว ไม่รู้ อิโนอูเอะ จองไว้ตั้งแต่เมื่อไร พาไปส่งที่ท่ารถฮาโบโรโก เพื่อกลับซับโปโร ทันกำหนดเวลารถเป๊ะ รถออกเวลา 12.30 น. ทุกอย่างช่างพอดิบพอดี เป็นความสามารถของอิโนอูเอะ แท้ๆ ขากลับวิวสองข้างทางก็เหมือนขาไปเลยไม่ค่อยตื่นเต้นกับทิวทัศน์เท่าไร จึงถือโอกาสพักสายตา…เรามาถึงซับโปโร เวลา 15.45 น.

ระหว่างทางมีเกาะที่มีภูเขาไฟเหมือนฟูจิ
จากท่ารถซับโปโร อิโนอูเอะ พาเดินไปที่พักเป็น Ryokan หรือโรงแรมเล็กๆสไตล์ญี่ปุ่น พวกเราลากกระเป๋าผ่านถนน และสี่แยกหลายแห่ง ตามสี่แยกใช้เสียงนก Common Cuckoo เป็นเสียงสัญญาณจราจร น่ารักจริง…ที่พักเป็นโรงแรมเล็กๆ สะอาด และราคาไม่แพงนัก คนละ 4200 เย็นต่อคืนรวมอาหารเช้า การต้อนรับดี
เดินไปเข้าที่พักที่ซับโปโร
Ryokan ที่ซับโปโร

เราอยู่ห้องสามคน แต่ห้องค่อนข้างเล็กเวลาปูที่นอนก็เต็มห้องเลย มีห้องอาบน้ำแบบ shower อยู่ภายในห้อง แต่มีห้องน้ำอาบรวมหลายคนแบบ hot bath เล็กๆอยู่ข้างนอกด้วย เข้าไปสำรวจเห็นไม่มีคนอาบ เราเลยถือโอกาสไปอาบเสียก่อนก่อนที่จะมีคนมา

เย็นนี้เราไปทานอาหารอาหารไทย ที่ อิโนอูเอะ เลือกร้านไว้ให้แล้ว ชื่อ ร้านมณีไท อยู่ย่านใจกลางเมือง... อยู่ชั้นสี่ของตึกเป็นห้องไม่ใหญ่ อาหารอร่อยได้รสชาดเหมือนที่เมืองไทย พวกเราสั่งข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ แกงเขียวหวาน ทอดมัน ยำมะเขือยาว ต้มยำกุ้ง จบลงด้วยไอศรีมกะทิ ระหว่างมื้อมีเบียร์อาซาฮี ทุกคนรวมทั้ง อิโนอูเอะ มีความสุขกับการกินอาหารรสชาดถูกใจ... เบ็ดเสร็จค่าอาหารมื่อนี้ราคา 18780 เย็น หกพันกว่าบาททีเดียว นึกในใจว่า อาหารอร่อยดีหรอก แต่แพงไปหน่อยนะ…เดินกลับที่พัก อากาศเย็นสบาย ถึงที่พักประมาณสามทุ่ม

เมืองซับโปโร
หน้าร้านมณีไท

» วันที่เจ็ด ซับโปโร-คูชิโร-นิมูโร

วันนี้มีรายการไปดูนก Black Woodpecker เพื่อนอิโนอูเอะ ชื่อ Suzuki-san จำง่ายดี เอารถมารับเวลาหกโมงเช้า

ป่า Moiwayama
บรรยากาศในเช้าวันนั้น

ไปป่าชื่อ Moiwayama (yama แปลว่าภูเขา) เขาว่าเป็น natural treasure เมื่อไปถึงมีช่างภาพที่รออยู่ก่อนบอกว่านกออกไปจากรังแล้ว เขากำลังรอเผื่อนกกลับมาใหม่ พวกเรารออยู่พักหนึ่งไม่เห็นนกกลับมา คิดว่าจำนวนคนที่รอมากเกินไป เพราะนอกจากเราแล้วยังมีอีกหลายคน ขณะที่รอได้เห็นนก Eurasian Nuthatch, Marsh Tit, Brown-eared Bulbul

ซูซุกิ พากลับมาส่งที่โรงแรม แล้วจึงไปทำงาน พวกเราทานอาหารเช้าที่โรงแรม จัดแบบบุฟเฟ่ อาหารดีทุกแห่ง อิโนอูเอะ จองรถแท๊กซี่ไว้สองคันมารับที่โรงแรมเพื่อไปส่งที่สนามบิน Okadama เขาก็ไปส่งด้วย ให้แท๊กซี่แวะร้านหนังสือ เพื่อซื้อ The Wildbirds of Hokkaido ที่พวกเราอยากได้ ราคาเล่มละ 2940 เย็น หรือประมาณพันบาท…ใช้เวลานั่งในแท๊กซี่นานพอสมควรที่เดียว กว่าจะถึงสนามบิน ค่ารถแท๊กซี่คันละ 2840 เย็น

เครื่องบินจะไป Kushiro ในเวลา 11.30 แต่อากาศที่คูชิโรวันนี้ ไม่ดี มีหมอกลงจัด เครื่องบินเลื่อนการเดินทางไปอีกครึ่งชั่วโมง อิโนอูเอะ บอกว่าสนามบินที่คูชิโร เป็นแบบนี้บ่อยๆ อิโนอูเอะ รอส่งพวกเราจนเข้าไปข้างในแล้ว จึงกลับ เขาจะกลับโตเกียววันรุ่งขึ้น และจะไปพบเราที่นั่นอีก… เดินไปขึ้นเครื่องบินลำเล็กที่ลานจอด ใช้เวลา 45 นาทีก็ถึงคูชิโร ฝนยังตก หมอกลงจัด แต่เครื่องก็ลงปลอดภัยดี เขาเตรียมร่มไว้ให้ผู้โดยสารไว้ที่บันไดเครื่องบินใช้แล้วคืนที่หน้าอาคารขาเข้า

Ueno-san และหมอสุรชัยมารออยู่ที่สนามบินคูชิโรแล้ว เพราะทั้งสองบินมาจากฮาเนดะ ถึงตั้งแต่เวลา 10.00 น. และยังต้องรอเครื่องเราช้าอีก ก่อนเดินทางไป Nemuro อูอิโน พาขึ้นไปทานก๋วยเตี๋ยว ramen (เส้นทำจากแป้งสาลี) ชั้นบนของอาคารสนามบิน ร้านนี้ก๋วยเตี๋ยวและเกี๊ยวซ่าอร่อยมาก ราคาก๋วยเตี๋ยวชามละประมาณ 300 กว่าบาทเหมือนทุกแห่ง

เครื่องบินลำเล็กนั่งไปคูชิโร
ร้านก๋วยเตี๋ยวที่สนามบินคูชิโร

อูอิโน เช่ารถตู้ ยี่ห้อ Nissan ขนาด 8 ที่นั่ง ตอนแรกเขากลัวว่ากระเป๋าจะวางไม่ได้ แต่ในที่สุดพวกเราก็ช่วยกันจัดลงล๊อคได้ ในรถมี GPS นำทางที่จะไป สะดวกมาก ขับมุ่งสู่นิมูโร แวะดู Japanese Crane ที่ Akkejhi Waterbirds Center และ ศูนย์ Swan 44 อันหลังนี้มีร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกอยู่ด้วย ทั้งสองแห่งมีจอรับภาพจาก telescope ขนาดใหญ่นอกอาคาร นำภาพนกที่อยู่ไกลในแหล่งน้ำนี้มาให้ดูใกล้ๆในอาคารได้…

รถทันสมัยมี GPS
ในศูนย์นำภาพนกกะเรียนที่ทุ่งข้างนอกมาให้ชม

นกกะเรียนที่พบในญี่ปุ่น มี 7 ชนิด ได้แก่ Hooded Crane, White-naped Crane, Common Crane, Sandhill Crane, Siberian Crane, Demoiselle Crane และ Japanese Crane...Hooded และ White-naped Crane เห็นได้ง่ายช่วงฤดูหนาวบินมาจากไซบีเรียทุกปี, Common และ Sandhill Crane เป็น winter visitor มาทุกปีเหมือนกัน แต่จำนวนน้อยมาก ส่วน Demoiselle และ Siberian Crane เป็น vagrant นานๆจะได้พบสักครั้ง

ตัวที่เราเห็นเป็น Japanese Crane หรือ Red-crowned Crane ชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า ตันโจ Tancho (ยี่ห้อน้ำมันใส่ผมสมัยก่อน เดี๋ยวก็ยังมี) ชนิดนี้ อาจพบได้ทั่วประเทศแต่เห็นได้ง่ายที่ฮ๊อกไกโด หน้าร้อนนกจะหากินกระจัดกระจาย และเลี้ยงลูกตามแหล่งน้ำทุกแห่ง ในฤดูหนาวจะรวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่ ปลายฤดูหนาวจะจับคู่ โดยการเต้นเรียกร้องความสนใจจากตัวเมีย เป็นช่วงที่สวยงามมาก...

คนญี่ปุ่นถือว่านกกะเรียนทุกชนิดโดยเฉพาะ Japanese Crane เป็นนกสำคัญของญี่ปุ่น sacred bird มาตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยเหตุที่เป็นนกที่อายุยืนและสวยงาม ปัจจุบันเป็นนกคุ้มครอง และคงคล้ายเป็นนกประจำชาติเขาเรียกว่า Special Natural Monument

Japanese Crane
ลูกนก
ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงที่พักแบบโฮมสเตย์ เจ้าของบ้านเป็น naturalist ที่มีชื่อเสียง ชื่อ Takada-san เราและอาจารย์กมลเคยไปพักที่นี่มาแล้วเมื่อเก้าปีที่แล้ว ครั้งนั้น ทากาดะ พาไปหานก Bohemian Waxwing จนเจอ อาจารย์กมลจึงวาดภาพไว้ให้ ไปครั้งนี้เมื่อเปิดประตูเข้าบ้านก็เห็นรูปวาดนี้แขวนอยู่เลย…ทากาดะ เขียนหนังสือเกี่ยวกับนก ขนนก ฯลฯ ไว้หลายเล่ม รวมทั้งประสพการณ์ของเขาที่เกี่ยวกับการเป็นนักนิยมธรรมชาติและดูนก เขาเติบโต เรียนหนังสือที่โตเกียวที่เดียวกับพวกเพื่อนๆเรา แต่รักธรรมชาติที่ฮ๊อกไกโด จึงย้ายมาปักหลักอยู่ที่นี่นานมาแล้ว...
สวนสีเขียวมองจากห้องอาหาร
ทากาดะ-ซัง

ที่พักแยกชายหญิงเหมือนทุกแห่ง ห้องส้วม ห้องน้ำรวม มี hot bath อ่างไม้โอ๊ค อาบเป็นส่วนตัวทีละคน บรรยากาศรอบๆบ้านเป็นธรรมชาติ เงียบสงบ ไม่ได้เป็นบ้านที่มีเครื่องใช้ทันสมัยเหมือนที่เกาะทีอูรี แต่ก็เห็นมีทุกอย่างที่จำเป็น... เราคิดว่าเป็นบ้านเล็กที่น่าอยู่ อย่างเรียบง่ายใกล้ธรรมชาติ ของชายผู้หนึ่งที่มีความภูมิใจ (pride) ในความเป็นตัวเขา และดำเนินชีวิตตามแบบที่เขาต้องการ…

กว่าพวกเราจะเข้าที่พักก็เย็นแล้ว จึงอาบน้ำเตรียมตัวทานอาหารมื้อเย็นกันเลย อาหารที่นี่แตกต่างจากที่ผ่านมา ดัดแปลงผสมผสานอาหารสากล ไม่ใช่ญี่ปุ่นตามแบบฉบับ มีผักมาก ฯลฯ อาหารที่นี่อร่อยทุกมื้อเช่นกัน

» วันที่แปด ป่าออนนีโตะ-นีมูโร

หกโมงเช้า อูอิโน ขับรถพาไปดูนกที่ ศูนย์อนุรักษ์ Jhunkunitai Nature Center ได้เห็นนกเพิ่มจากเดิมมี Black-browed Reed Warbler, Japanese Pigmy Woodpecker และ กวาง...

Japanese Robin
Long-tailed Rosefinch
Black-faced Bunting

…กลับมาทานอาหารเช้า อาหารไม่มากชนิดเหมือนที่เกาะทีอูรี แต่มีขนมปังทำเอง โยเกริตทำเอง แยมผลไม้สารพัดรสทำเอง และอาหารปรุงด้วยผักอีกหนึ่งจาน และชา กาแฟ อาหารแบบนี้ก็เป็นถูกใจของทุกคนมาก…เสร็จแล้วไปดูนกป่าสงวนฯ Onnetoh forest คราวนี้ ทากาดะ ไปด้วย อาจารย์กมลอยากเห็น Hazel Grouse พวกเราหลายคนอยากเห็น Japanese Robin หรืออะไรก็ได้ที่สวยงาม ทากาดะ จึงพยายามหา Hazel Grouse ให้โดยทำเสียงร้องของนก ได้เห็นหลายครั้งแต่ไม่เห็นจะจะเต็มตัว แต่ Japanese Robin เห็นชัดมากและหลายครั้ง

นอกจากนั้นมี White-backed Woodpecker, Eurasian Jay (ชนิดหัวสีส้มพบเฉพาะที่ฮ๊อกไกโด), Black-faced Bunting, Long-tailed Rosefinch...กลางวันไปทานอาหารที่ศูนย์ Swan 44 ที่ไปมาเมื่อวาน ขณะที่ Japanese Crane เดินอยู่ในบึงน้ำที่อยู่ไกลๆ…หลังอาหารกลางวัน อูอิโน ขับรถพาไปริมทะเลอีกด้านหนึ่งเพื่อให้ดู White-tailed Eagle และ Reed Bunting เจอแต่ eagle และ Black Kite ไม่เจอ bunting ได้เห็นหมาจิ้งจองที่น่ารัก 3 ตัว ระหว่างทางแวะดูนกที่แหล่งน้ำมี Greater Scaup, Tufted Duck, Common Godeneye, Eurasian Wigeon และ Latham's Snipe บินขึ้นไปเกาะสายไฟ ในวันนั้นฝนตกพรำตลอดเวลาจึงออกไปจากรถเพื่อดูนกสะดวกไม่ได้เต็มที่... ครั้งก่อนเรามาฮ๊อกไกโดเดือนมีนาคมมีนก winter visitors มาก นกดีไปอีกแบบหนึ่ง ที่ประทับใจมี เป็ดทะเลหลายชนิด, Redpoll, Snow Bunting, Steller's Sea Eagle และสวยสุด Bohemian Waxwing...

ป่าที่ดูนกตอนเช้า
ป่าออนนิโตะ

ก่อนกลับบ้านตอนเย็น เขาพาไปดูครอบครัว Japanese Crane พร้อมลูกน้อย 1 ตัว ในระยะใกล้ๆที่ Onnetoh Lake เป็นพื้นที่ดูแลโดย Wild Birds Society of Japan มีนกกะเรียนมาทำรังทุกปี…กลับไปบ้านทากาดะ โทรนัดหมายเพื่อนนักวิจัยนก เพื่อพาพวกเราไปดู Blakiston's Fish Owl ที่มาบ้านเขาเป็นประจำ ออกจากบ้านประมาณหกโมงเย็น ไปถึงก็เจอนกเลย

ดูกันเต็มอิ่มพักหนึ่งจึงกลับที่พักเวลาประมาณหนึ่งทุ่ม อาบน้ำ ทานอาหารอร่อยอีกมื้อหนึ่ง ที่นี่เราฉลองกันด้วยเบียร์ไม่มีสาเกเหมือนที่ผ่านมา…ทากาดะ เริ่มคุ้นเคยกับพวกเรามากขึ้น ค่ำนี้เล่าเรื่องราว ประสพการณ์ในอดีตอย่างสนุกสนานกว่าคืนก่อน

ดูนก Blakiston's Fish Owl
บรรยากาศมื้อค่ำ

Blakiston's Fish Owl (Ketupa blakistoni) ชื่อภาษาญี่ปุ่นว่า ชิมา ฟูโคโระ Shima-fukuro เป็นนกหายากมาก และใกล้สูญพันธ์

Blakiston's Fish Owl
ปักธงป้องกันนกชนสะพาน

เคยพบได้ทั่วไปทั่วเกาะฮ๊อกไกโด แต่ปัจจุบันพื้นที่อาศัยของนกลดน้อยลง จึงพบได้เฉพาะทางตะวันออกของเกาะฮ๊อกไกโดเท่านั้น หรือบริเวณนิมูโรที่เราไปครั้งนี้ เป็นนกขนาดใหญ่ (71 ซม) อายุยืน ที่สุดของญี่ปุ่น อาศัยหากินตามป่าต้นไม้ใหญ่ และลำน้ำ บริเวณนี้จึงให้ความสำคัญในการอนุรักษ์นกชนิดนี้มาก เท่าที่เราเห็น ตามสะพานข้ามลำน้ำจะมีธงปักเพื่อกันนกชนสะพาน เพราะมันชอบบินหาปลาเรี่ยลำน้ำ และบนเสาไฟมีการหุ้มฉนวนไฟแรงสูงด้วยพลาสติกกันไฟดูดเวลานกเกาะ

» วันที่เก้า ป่าออนนีโตะ-คีรีทัปปุ-คูชิโร-ฮาเนดะ

Goldeneye
Greater Scaup
White-tailed Eagle

วันนี้นัดไปดูนกเวลาตีห้า ชดเชยที่เมื่อวานตอนกลางวันดูนกน้อยไปหน่อยเพราะฝนตก แต่พวกเราก็ออกไปดูนกรอบๆบ้านก่อนตีห้าแล้ว อูอิโน ขับพาไปที่ป่าออนนิโตะอีกได้เห็น Eurasian Treecreeper แล้วขับวนไปมาหลายเที่ยวเพื่อหานก Hazel Grouse อีกครั้ง ในที่สุดก็ไม่เจอ จึงพาไปที่ศูนย์ Junnkunitai เพื่อซื้อหนังสือที่มีเครื่องมือทำเสียงนกร้อง ในศูนย์มีของที่ระลึกสวยๆหลายอย่าง เช่น เข็มกลัดนกที่สวยงามมาก แต่ราคาแพงอันละ 1500 เย็น หรือห้าร้อยกว่าบาททีเดียว

กลับไปทานอาหารเช้าตอนสายๆ หลังจากจ่ายเงินค่าที่พัก (คนละ 7250 เย็น รวมอาหารเช้าเย็น) เก็บของเพื่อเดินทางกลับ ร่ำลาทากาดะ และภรรยา แล้ว อูอิโน ขับพาแวะจุดดูนกริมทะเล ได้เห็น Great Crested Grebe, Common Merganser และไป Kiritappu cliff เพื่อมองหา Tufted Puffin แต่ไม่ได้เห็น เป็นนกย้ายถิ่น คาดว่านกคงไม่อยู่แล้ว แต่เห็น Black Scoter ว่ายน้ำอยู่ในทะเล

หลังจากนั้นพาไปศูนย์อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ Kiritappu wetland มองหานกแต่ก็ไม่ได้เจออะไรใหม่ ในศูนย์มีของที่ระลึกเกี่ยวกับนกสวยงามหลายอย่าง...สักพักก็มุ่งสู่สนามบินคูชิโรเพื่อบินกลับโตเกียว...

ซาโยนาระ
แหลมคิริทัปปุ

ที่สนามบินคูชิโร อูอิโน คืนรถแล้วเข้าเช็คอินกระเป๋าเรียบร้อยก็ขึ้นไปทานก๋วยเตี๋ยวร้านเดิม เจ้าของร้านจำพวกเราได้ ร้านนี้มีคนมาอุดหนุนเต็มร้านตลอดเวลา เพราะอาหารอร่อยและราคาไม่แพงมากทั้งที่อยู่ในสนามบิน…พวกเราขอจ่ายค่าเช่ารถให้แก่ อูอิโน ตลอด 3 วัน ค่าเช่าราคา 61299 เย็น แต่ อูอิโน ให้พวกเราออกเพียง 50000 เย็น ที่เหลือเขาแชร์ค่าใช้จ่ายด้วย…พามาแล้วยังต้องเสียค่าเครื่องบิน เสียเวลา เสียค่าที่พัก มาขับรถให้ด้วย ยังต้องมาเสียค่าเช่ารถอีก อ้อ แล้วยังจ่ายค่าน้ำมันรถด้วย แต่ อูอิโน บอกว่าเขาก็มาเที่ยวสนุกด้วยจึงยินดีจ่ายเหมือนกัน

Ryokan ที่โตเกียว

เครื่องบินออกเวลา 17.30 น. ถึงสนามบินฮาเนดะ โตเกียว เวลา 19.15 น. อิโนอูเอะ มายืนรอรับอยู่แล้ว วันนี้ใส่สูทแต่งตัวเสียหล่อ พวกเราดีใจกันใหญ่ ที่ได้เจอ อิโนอูเอะ อีกครั้ง…หลังจากอูอิโน แยกกลับไปแล้ว อิโนอูเอะ พาพวก (กะเหรี่ยง) เรา นั่งรถไฟใต้ดินไปที่พัก ที่อยู่ย่านไม่ไกลมหาวิทยาลัยวาเซดะ และไม่ไกลชินจูกุมากนัก เป็นที่พักเล็กๆเราจองผ่านอินเตอร์เน็ต สะอาดและสะดวกสบายพอสมควร อยู่ในทำเลดี ที่พักไม่มีกลอนเลยตั้งแต่ประตูหน้าจนถึงห้องต่างๆ เขาบอกว่า "นี่คือโตเกียว" วันที่ออกจากที่พัก เขาให้วางเงินค่าห้องพักไว้ในห้องเสียด้วยซ้ำ เพราะเราต้องไปแต่เช้า (ห้องอยู่ 2 คน ห้องละ 8000 เย็น ไม่มีอาหารเช้า) ปากซอยมีร้านกาแฟสตาบัค และร้านกาแฟอีกหลายร้าน มีสถานีรถไฟใต้ดิน ร้านอาหาร ร้านขายของ convenient store เล็กๆมากมาย แต่ในซอยบรรยากาศคล้ายบ้านเราเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนทั่วๆไป… เย็นนั้นพวกเราพาอิโนอูเอะ ไปทานกาแฟ ขนม ที่ร้านสตาร์บัคก่อนที่เขาจะแยกกลับไป

» วันที่สิบ สวนกาไซ รินไก-งานเลี้ยงในโตเกียว

Brown-eared Bulbull
White-cheeked Starling
Dunlin

ออกไปทานอาหารเช้า มีร้านกาแฟเปิดเช้าสุดเวลา 6.30 น. ไปเดินดูของตามร้านขายของเล็กๆเช่น 7-eleven ซึ่งมีของแปลกๆที่บ้านเราไม่มี…หลายร้านมีคนออกมาทำความสะอาดหน้าร้านของตนทุกวัน ดูจะเป็นกิจวัตรประจำวันที่ดีที่ทำตามอย่างกัน...ที่หน้าปากซอย สงสัยตั้งแต่วันแรกแล้วว่า เวลามาอยู่ปากซอยซึ่งมีสถานนีรถใต้ดินอยู่ มีเสียงดังเป็นจังหวะแปลกๆดังมาเป็นระยะๆ มารู้ภายหลังว่าเป็นสัญญาณให้คนตาบอดรู้ว่าสถานีรถไฟอยู่ตรงนี้ เขาช่างคิดสิ่งเล็กๆน้อยๆทุกเรื่อง

Bando-san แห่ง Birdlife Asia ที่ Ichida-san มอบหมายให้มาพาพวกเราไปดูนกที่สวนกาไซ รินไก เป็นสวนสาธารณะริมทะเล มารับเวลา 08.00 น. แต่กว่าจะไปถึงสวน ก็ต้องนั่งรถไฟใต้ตินไปหลายสายและใช้เวลานานมาก เพราะช่วงนั้นเป็นชั่วโมงเร่งด่วนด้วย… มองไปทางไหนเห็นแต่สีดำพลึบไปหมด เพราะผู้ชายญี่ปุ่นเวลาไปทำงานจะแต่งสูทสีดำ ในรถไฟไม่ใช่แน่นธรรมดา แต่แน่นมากๆ ขยับตัวยังลำบาก ผู้คนเดินอย่างรีบเร่งไปทิศทางที่ทำงานของตนเอง…ตอนเช้าแบบนี้นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยง เพราะนอกจากไม่สะดวกในการเดินทางแล้ว ยังเป็นภาพที่ดูแล้วไม่สบายตาเลย...

สวนกาไซ รินไก
บังไพรมีหลายแห่ง

เรามาถึงสวนสาธารณะก็สายมากแล้ว บันโดะ ให้พวกเราซื้ออาหารสำหรับเป็นอาหารกลางวันตอนลงเรือกลับโตเกียว เดินในสวนได้เห็นนก Brown-eared Bulbul, White-cheeked Starling, Spot-billed Duck, Black-crown Night-heron, Dunlin, Oriental Reed Warbler, Black-winged Stilt บันโดะตื่นเต้นที่ได้เห็นนกตัวนี้รีบเรียกพวกเราไปดูใหญ่...บ้านเรามีมากมาย, Little-ringed Plover แล้วเดินไปที่สะพานลงไปทะเล บันโดะ เป็นคนเห็น Black-faced Spoonbill เดินอยู่ริมทะเล

ขากลับ บันโดะ พากลับทางเรือ เรือออกเวลา 12.30 น. ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที… บันโดะ พาขึ้นรถไฟอีกหลายต่อ เพื่อไปร้านขายของเกี่ยวกับการดูนก ที่ได้รับคำแนะนำจากเพื่อน…พวกเราใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานเหมือนกัน มีของมากมายให้ดู สักพัก หมอวิ และหมอสุรชัยก็แยกตัวไป เพื่อไปหาซื้อของฝากอย่างอื่น…พวกเรามีนัดกับอิโนอูเอะ ที่ศูนย์เกี่ยวกับนกและธรรมชาติ ที่เขาเป็นอาสาสมัครอยู่ ซึ่งใกล้ๆกันมีร้านขายกล้องและอุปกรณ์ชื่อดัง ที่พวกเราอยากไปร้านนี้ แต่ดูเหมือนเวลาในวันนี้จะไปพอเลย เพราะเรามีนัดจะไปทานอาหารเย็นกับเพื่อนๆชาวญี่ปุ่นในเย็นนี้ด้วย

บันโดะ พาลัดเลาะขึ้นรถไฟใต้ดิน ไปหาอิโนอูเอะ พอไปถึงอิโนอูเอะ ก็ต้องรีบพาพวกเราเดินข้ามฝากถนนไปร้านที่ว่า เราซื้อของอย่างตั้งใจไว้อย่างรวดเร็วก็ขอให้ บันโดะ พากลับที่พัก เพราะลืมของฝากเพื่อนๆที่จะให้ในคืนนี้ จึงแยกจากกลุ่ม เอ๋ และบ๊อบ ทิ่อิโนอูเอะ จะพาไปงานเลี้ยงเอง

หกโมงเย็นทุกคนนัดพบกันที่สำนักงาน Birdlife Asia อยู่ย่านใกล้ๆ Shinjuku สำนักงานอยู่ชั้นสองของอาคาร ห้องทำงานมีขนาดเล็กแต่มีคนนั่งทำงานถึง 5 คน...ค่าเช่าสำนักงานในโตเกียวคงจะแพงน่าดู...บันโดะ บอกที่ อิชิดะ เคยบอกว่าองค์กรนำเงินที่ได้รับไปทำงานในโครงการอนุรักษ์ต่างๆดีกว่ามาเช่าสำนักงานใหญ่ๆที่ต้องเสียเงินมาก… เมื่อเราไปถึง เอ๋ , บ๊อบ, อิโนอูเอะ อยู่ที่นั่นแล้ว พร้อมกับเพื่อนคนอื่นๆมี Ichida-san, Kawashima-san, Mayanagi-san, Kodaka-san, Ueno-san และ Richard Grimmett เมื่อทักทายคุยกันพอสมควรแล้ว อิชิดะ พาเดินไปร้านอาหารใกล้ๆสำนักงาน เป็นร้านเล็กๆแต่น่าสนใจ อาหารอร่อยและเหมาะสำหรับการนัดพบมาก เมื่อไปถึง Fumiko-san ภรรยาอิโนอูเอะ รออยู่แล้ว สักพัก Taniguchi-san ศิลปินวาดภาพนก ก็ตามมาร่วมด้วย ได้มอบรูปภาพวาด Snowy Owl ฝีมือเขาให้ อาจารย์กมล (คงจะรู้ว่าชอบนกตัวนี้แน่เลย) ทานิกูชิ เป็นคนวาดภาพในหนังสือ Birds of Korea ที่พวกเราหลายคนนำไปเป็นคู่มือดูนกในครั้งนี้ เย็นนั้นบ๊อบเอาหนังสือไปด้วยจึงถือโอกาสขอลายเซ็นเสียเลย

Snowy Owl โดย Takashi Taniguchi

อิชิดะ, ริชาร์ด กริมเม็ต, อูอิโน กล่าวต้อนรับพวกเรา อาจารย์กมลกล่าวตอบขอบคุณ และดีใจที่ได้เจอเพื่อนๆอีกครั้งหนึ่ง อาหารอร่อยๆทะยอยมาไม่ได้ขาด และการพูดคุยกันออกรส จนถึงเวลาประมาณสามทุ่มงานจึงเลิกลา…มายานากิ และ โกดากะ อาสานำพวกเราขึ้นรถไฟใต้ดินและเดินไปส่งที่ที่พักอย่างแข็งขันและเต็มใจ เหมือนได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวม...ทุกคนช่างน่ารักแบ่งหน้าที่ต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี…

งานเลี้ยงในค่ำวันนั้น

เพื่อนๆที่มาในงานเลี้ยงวันนี้ แบ่งเป็นสามกลุ่ม… กลุ่มแรกรู้จักอาจารย์กมลและเราจากเมืองไทยเมื่อตอนที่เขามาทำงานอยู่ที่เมืองไทย มีอิโนอูเอะ, มายานากิ บังเอิญทั้งสองอยู่ในชมรมรักษ์ธรรมชาติของมหาวิทยาลัยเดียวกัน จึงพาเพื่อนสนิทๆในชมรม มารู้จักพวกเรา เช่น อูอิโน, โกดากะ, ทานิกูชิ และอีกหลายคนที่ไม่ได้มางานในคืนนี้รวมทั้ง อิชิกาวา…กลุ่มที่สอง คาวาชิมา ก็รู้จักอาจารย์กมลและเราตอนอยู่เมืองไทยเหมือนกัน ปัจจุบันยังมาเมืองไทยอยู่บ่อยๆ รายนี้มาคนเดียวเดินทางมาจากโยโกฮามาเพื่อมาร่วมงานเลี้ยงนี้… กลุ่มที่สามเป็นนักอนุรักษ์ อิชิดะ เป็นผู้อำนวยการ Birdlife Asia สำนักงานกลางที่ญี่ปุ่น รู้จักกันมานานมากตั้งแต่ครั้งอาจารย์กมลและเราทำงานให้ชมรมดูนกกรุงเทพ และเราชื่นชมในความสามารถของเขาเสมอมา ในกลุ่มนี้มีเพื่อนร่วมงานของเขา ริชาร์ด กริมเม็ต ซึ่งก็รู้จักกับอาจารย์กมลและเรามานานมากเช่นกัน...

ริชาร์ดมาจาก Birdlife Head Office ที่ UK และ Indonesia เป็นคนร่วมแต่งหนังสือดูนกหลายเล่ม เช่น Birds of Indian Sub-continent นอกจากนั้น อิชิดะ ยังมีเพื่อนร่วมงานชาวอินโดนีเซียอีกคนมาแนะนำด้วย ไม่ลืมที่จะกล่าวถึง บันโดะ ก็ทำงานที่ Birdlife Asia เหมือนกัน แต่เย็นนี้ขอลากลับก่อนเพราะต้องกลับไปเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปภูเขาไฟฟูจิพรุ่งนี้ด้วย... แต่เราคิดว่าเขาคงจะเหนื่อยมากเลยในวันนี้ที่พาพวกเราตะลอนๆไปหลายที่

ตอนแรกก่อนไปเราติดต่อแค่ อิโนอูเอะ เท่านั้น แต่ในที่สุดก็ขยายเป็นหลายกลุ่มดังที่กล่าวมา เพราะเขารู้จักและเกี่ยวข้องกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอยู่ จึงบอกต่อๆกัน ทำให้แต่ละกลุ่มอาสา รับผิดชอบ พาพวกเราไปดูนกเป็นช่วงๆ...พวกเราช่างโชคดี

» วันที่สิบเอ็ด ภูเขาไฟฟูจิ

Goldcrest
Eurasian Bullfinch
Japanese Accentor

อิโนอูเอะ มารับตามนัดไม่คลาดเคลื่อน พาพวกเรานั่งแท๊กซี่ไปสำนักงาน Birdlife พร้อมกระเป๋าเดินทางทั้งหมด… เมื่อไปถึงอิชิดะ, บันโดะ และสามีชื่อ Toshiki Bando-san (คนถ่ายรูปนกสวยๆในบันทึกบทนี้) มารออยู่ที่สำนักงานแล้ว

เรียกแท๊กซี่หน้าปากซอยที่พัก

สักพัก Koneko-san ก็มาถึงพร้อมกับรถบัสที่จะนำพวกเราไปภูเขาไฟฟูจิ โคเนโกะ เป็นเพื่อนในกลุ่ม อิชิดะ แต่เขาเป็นนักแสดง หน้าตาดี คาดว่าจะมีชื่อเสียง เพราะมีคนมาขอถ่ายรูป และขอลายเซ็นหลายครั้ง เป็นคนจัดรถบัสมารับสมาชิกไปเที่ยวดูนกที่ภูเขาไฟฟูจิ โดยอิชิดะ เป็นหัวเรือใหญ่ประสานงาน โคเนโกะ เคยมาเมืองไทยและอยากเห็นไก่ป่าเพื่อศึกษาเสียงร้อง อาจารย์กมลพาไปเขาใหญ่ และได้เห็นฟังเสียงไก่ป่าอย่างที่ตั้งใจ เลยชอบพอกัน พอรู้ว่าอาจารย์กมลจะไปโตเกียวก็อยากได้พบกันอีก

ในวันนี้จึงมีสมาชิกร่วมทริพ 17 คน มีพวกเรา 6 คน กลุ่ม Birdlife Asia และ โคเนโกะ รวม 4 คน เจ้าหน้าที่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ 2 คน อาจารย์เกี่ยวกับชีววิทยาสิ่งแวดล้อมอีก 1 คน อิโนอูเอะ และโกดากะ อีก 2 คน (สองคนนี้นับเหมาเป็นกลุ่มพวกเรา) และจะไปพบกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ที่ภูเขาไฟฟูจิอีก 3 คน...ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ เป็นทริพที่คึกคักมากกว่าที่คาดไว้

เมื่อมาครบกันก็เริ่มออกเดินทางเวลา 9.00 น. ขณะรถบัส (รถคันนี้ก็มี GPS อีก สงสัยอุปกรณ์ติดรถนี้จะเป็นของธรรมดาๆในญี่ปุ่น) ออกเดินทาง อิชิดะ เป็นคนกล่าวต้อนรับทุกคน แนะนำพวกเราและทุกคนในรถ บันโดะ จัดทำรายชื่อของทุกคนแจกทำให้เรียกชื่อกันถูก และรู้ว่าใครมาจากไหน…โอกาสในวันนี้เริ่มจากการมาเยือนของพวกเรา อิชิดะ จึงชวนคนอื่นๆมาเที่ยวกันด้วย และเพื่อทำความรู้จักกับพวกเรา อิชิดะ ไม่ทำอะไรธรรมดาๆ เขาเป็นนักบริหาร นักจัดการ นักประสานงาน ที่มีประสพการณ์อย่างมากในวงการอนุรักษ์นก (หาคนในภูมิภาคเอเซียเทียบยาก...ที่ผู้เกี่ยวข้องในเมืองไทยควรได้เรียนรู้จากประสพการณ์ของเขา) แม้แต่เป็นเพียงพาเพื่อนๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกันหรือชอบในสิ่งเดียวกัน ไปเที่ยว ก็เป็นระบบ มีกำหนดการตามแบบฉบับ แต่ด้วยความรื่นเริง สนุกสนาน พร้อมสาระที่พาดูนกดีๆ…

จุดแรกที่ไปแวะเป็น Yamagako lake ใกล้นั้นเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ มีที่นกมาอาบน้ำอย่างไม่กลัวคนที่ไปดูเลย เมื่อไปถึงมีคนถ่ายภาพมานั่งกันอยู่หลายคน นกชนิดต่างเช่น Great Tit, Coal Tit, Varied Tit, Japanese Whiteye, Short-tailed Bush Warbler หรือ Asian Stubtail, Goldcrest...หลังจากนั้นขึ้นไปเดินตามเส้นทางป่าโปร่ง ได้เห็นนก Siberian Meadow Bunting, Narcisssus Flycatcher และ Yellow-billed Grosbeak ดูนกแล้วพาไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารดีแห่งหนึ่งริมทะเลสาบ อาหารอร่อยเหมือนเดิม...
ช่างภาพมารุมที่อาบน้ำนก
เดินดูนกที่ป่าโปร่ง มีนกดีๆ
อิ่มหนำสำราญแล้วก็ออกเดินทางต่อไปยังภูเขาไฟฟูจิ บริเวณระดับที่ 5 ถึงที่พักในตอนบ่าย มองเห็นภูเขาไฟฟูจิระยะใกล้ๆ สวยงามมาก อากาศเริ่มหนาวเย็น…

ภูเขาไฟฟูจิสูง 3776 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นภูเขาไฟที่ยัง active อยู่ เคยระเบิดมาแล้วเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว ยังไม่มีใครรู้ว่าครั้งต่อไปจะเกิดเมื่อไร...บริเวณระดับที่ 5 นี้สูงประมาณ 2474 เมตร... ระหว่างทางเดินเข้าที่พักก็เจอนก Eurasian Nutcracker พอเข้าไปถึงที่พักเห็นคนรุมที่อาบน้ำนก เลยเริ่มการดูนกจากที่นี่ มีนกที่มาอาบน้ำเช่น Eurasian Bullfinch, Red-flanked Bluetail หรือ Siberian Bluechat, Siberian Blue Robin, Goldcrest, Nutcracker, Japanese Accentor, Great Tit, Coat Tit, Willow Tit ...

ที่พักเป็นอาคารไม้สองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องโล่ง แบ่งเป็นห้องอาหารและขายของที่ระลึก ชั้นบนเป็นที่นอนห้องโล่งๆแต่มีฉากเลื่อนปิดแบ่งเป็นห้องๆเวลาจะนอน มีห้องส้วมรวมหลายห้อง แต่ไม่มีห้องอาบน้ำ เพราะน้ำหายากบนเขา จึงไม่มีการอาบน้ำในทริพนี้…ไม่เป็นไรอยู่คืนเดียวเอง

อิชิดะ นำกลุ่มออกดูนกไปตามทางเดิน ซึ่งมีอยู่เส้นเดียว ได้เห็นนก Japanese Accentor นอกนั้นชนิดนกไม่มากเมื่อเทียบกับที่เห็นอย่างใกล้ชิดที่บ่ออาบน้ำนกแล้ว แล้วไปดูทิวทัศน์กลุ่มภูเขาไฟที่มีหิมะปลุกคลุมตามยอดระยะที่เห็นอยู่ไกลๆ เรียกว่า Japan Alps ซึ่งอยู่ใน Chubu Sangaku National Park หรือ Japan Alps National Park

ที่พัก
ที่นกมารุมอาบน้ำตอนเย็น
มีนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มมาพักในคืนนี้ ส่วนใหญ่เป็นนักถ่ายภาพนก นักดูนก และคนรักธรรมชาติ อาหารมื้อเย็นเขาจึงนัดเวลาทานเป็นกลุ่มๆ การทานอาหารเป็นไปอย่างคึกครื้นเช่นเคยด้วยการดื่มสาเกตามแบบญี่ปุ่น เมื่อทานอาหารเสร็จก็ขึ้นไปชั้นบน อิชิดะ ให้ทุกคนนั่งเป็นวงกลม (อบอุ่นเหมือนในเมืองไทยเลย) เพื่อเริ่ม welcome speech (เราว่ากล่าวต้อนรับกันมาหลายครั้งแล้วนะ) กล่าวต้อนรับพวกเรา และอาจารย์กมลก็ตอบขอบคุณ และกล่าวว่า "our dream comes true" เพราะพวกเราไฝ่ฝันที่จะได้มาภูเขาไฟฟูจินานแล้ว...ตามด้วยดื่มสาเกฉลอง...
ล้อมวงเสวนา
ดื่มฉลอง...บ่อยๆ

บางครั้งเรารู้สึกว่าชาวญี่ปุ่นมีบางอย่างเหมือนคนไทย หรืออาจจะมากกว่า ก็ตอนชอบชวนดื่มชวนเฮฮา แตกต่างกันนิดหน่อยที่ญี่ปุ่นดูเหมือนเขาจะจัดเวลาว่าตอนไหนทำงานก็ทำงานอย่างจริงจัง เวลาไหนเฮฮาก็สนุกสนาน…

หลังจากนั้น โคเนโกะ ได้แสดงการทำเสียงนกโดยไม่ใช้อุปกรณ์ คาดว่าเขามีอาชีพเป็นนักแสดงทำเสียงนกและสัตว์ป่า เป็นที่ถูกใจสมาชิกทุกคนมาก และมีบรรดาแฟนการแสดงของเขา ที่มาพักในที่นี้ก็เข้ามาฟังด้วย... เมื่อเวลาพอสมควรพวกเราก็ขอตัวเข้านอน ยังเหลืออาจารย์กมลคนเดียวที่อยู่พูดคุยกับกลุ่ม งานเลิกลากี่โมงก็ไม่ทราบเสียแล้วเพราะหลับไปอย่างรวดเร็ว… แต่ตกดึกๆได้ยินเสียง Jungle Nightjar หรือ Grey Nightjar ร้อง ช๊อค ช๊อค - ช๊อค ช๊อค เป็นระยะ

» วันที่สิบสอง ภูเขาไฟฟูจิ-สถานีรถไฟอูอิโน-นาริตะ

Green Pheasant
Black-browed Reed Warbler
Grey-headed Bunting

วันนี้เราออกมาเดินดูนกตั้งแต่ตีห้า มีบางคนก็ออกมาเดินแล้วเหมือนกัน ขณะที่หลายคนยังนอนอยู่ การที่เราไม่ค่อยชินกับการนอนเมื่อฟ้าสว่างแล้วเลย แต่ละคืนในทริพนี้จึงรู้สึกว่านอนน้อยไปหน่อย…

นกไม่มากในเช้านี้ เลยได้แต่ถ่ายรูปทิวทัศน์ภูเขาไฟฟูจิเป็นส่วนใหญ่… กลับไปทานอาหารเช้า นกกลับมาที่อาบน้ำเหมือนเดิม แต่น้อยกว่าเมื่อวานเย็น…ช่วงสายๆหลังจากจ่ายเงินค่าที่พัก (คนละ 7350 เย็น รวมอาหารเช้าเย็น) ก็เก็บของกลับขึ้นรถ...อิชิดะ พาไปหยุดระหว่างทางเพื่อดูนก Blue-and-White Flycatcher แต่ไม่เจอ เผอิญหันกลับไปมองข้างหลัง เห็นทิวทัศน์ภูเขาไฟฟูจิระยะไกลที่สวยงามมาก เลยถ่ายรูปกันยกใหญ่

ภูเขาไฟฟูจิระยะใกล้
ระยะไกลออกมาอีกหน่อย

ก่อนที่จะขึ้นรถอีกครั้งเพื่อไปดูไก่ฟ้า Green Pheasant ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งชื่อ Fujikawaguchikochokodachi...ชื่อยาวจัง ที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ (สาวสวย) บอกว่าเห็นในระยะนี้ เมื่อไปจอดรถสักพักก็มองหาเพราะได้ยินเสียงร้อง และได้เห็นไก่ฟ้าตัวเมียในที่สุด…จากนั้นก็ถึงเวลาอาหารกลางวัน ไปทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านขึ้นชื่อแห่งหนึ่ง ก๋วยเตี๋ยวอร่อยดีใส่ฟักทองต้มจนนุ่ม และผักหลายอย่างถูกใจเรามาก

เดินทางต่อไปยังทุ่งหญ้าแห่งหนึ่งเรียกว่า Kitafujienshujo เพื่อไปดูนกทุ่ง ได้เห็นนก Black-browed Reed Warbler, Grey-headed Bunting หรือ Chestnut-eared Bunting, Common Cuckoo, Eurasian Skylark… ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิอีกระยะหนึ่งที่มีม่านหมอกปกคลุมบนยอด…แล้วจึงเดินทางกลับโตเกียว ถึงโตเกียวประมาณห้าโมงเย็น รถส่งสมาชิกลงที่สำนักงาน Birdlife แล้วพาพวกเราและ อิโนอูเอะ ไปส่งสถานีรถไฟอูอิโน เพื่อให้เราเดินทางไปโรงแรมที่อยู่ใกล้สนามบินนาริตะอย่างสะดวกโดยรถไฟใต้ดิน…

สมาชิกที่ไปด้วยกัน
ทุ่งหญ้าที่ไปดูนก

เป็นทริพระยะสั้นที่จัดได้เหมาะสม วางแผนดี ให้เราได้เห็นนกดีในหลากหลายพื้นที่ มิตรภาพที่ได้รับจากทุกๆคน ไม่รู้จะใช้คำใดมากล่าวถึงความรู้สึกซาบซึ้งจากพวกเรา...

เมื่อถึงสถานีรถไฟอูอิโน อิโนอูเอะ คนรู้ใจ พาเข้าไปหาล๊อคเกอร์ เพื่อฝากกระเป๋าเดินทาง แล้วเดินข้ามฝากถนนไปร้านขายกล้องและอุปกรณ์ชื่อดังอีกร้านหนึ่ง และบริเวณนั้นเป็นย่านช๊อปปิ้งใหญ่มีของหลากหลายมาก บางอย่างก็ราคาไม่แพงด้วย... หลังจากพวกเราได้เสียเงินกันถ้วนหน้าแล้ว อิโนอูเอะ พาไปกินอาหารมื้อสุดท้ายร่วมกันที่ร้านอาหารจีนใกล้ๆสถานี อาหารอร่อย อิโนอูเอะ เตรียมพร้อมไว้ทุกอย่าง…

ย่านอูอิโน
คัมไป...

เสร็จจากทานอาหารก็เพียงเดินข้ามถนนเล็กๆเข้าสถานีด้านหลังได้เลย อิโนอูเอะ จัดการซื้อตั๋วจากเครื่องออกตั๋ว ไปสถานีนาริตะให้ แล้วก็ร่ำลาอย่างรีบเร่งเพราะได้เวลารถไฟจะออกแล้ว…อิโนอูเอะ เป็นคนแรกที่เราพบในทริพนี้ และเป็นคนสุดท้ายที่ส่งเรากลับ…เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว เราเขียนไปบอกว่าพวกเราคิดถึงเขามากจริงๆ เขาตอบมาว่าเขาก็มีความสุข และสนุกมาก ที่ไปไหนๆกับพวกเราในครั้งนี้เช่นกัน

ใช้เวลาเกือบชั่วโมงเดินทางโดยรถไฟใต้ดินไปสถานีนาริตะ เมื่อถึงต้องขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นบน เพื่อขึ้นไปอาคารสนามบิน จะมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรเป็นคนตรวจตั๋วและกระเป๋าถ้าสงสัย แล้วต้องขึ้นบันไดเลื่อนไปอีกชั้นหนึ่ง เป็นชั้นห้องโถงขาเข้า เพื่อออกไปนอกอาคาร มีป้ายจอดรถมากมาย โรงแรมที่เราจะไปพักบอกเบอร์ป้ายรถที่เราต้องไปขึ้นแต่ต้องโทรบอกเมื่อมาแล้ว เราได้บัตรโทรศัพท์จากอิโนอูเอะ สำหรับโทรถึงโรงแรม ทำให้การโทรง่ายดายมาก โดยไม่ต้องหยอดเหรียญเพราะก็ไม่รู้ว่าจะต้องหยอดเท่าไร… สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ อิโนอูเอะ ก็คิดมาให้หมด…สักพักไม่ถึงสิบนาทีรถโรงแรมก็มารับ ใช้เวลาจากสนามบินไปโรงแรมประมาณ 15 นาที

เมื่อเข้ามา check-in จึงรู้ว่าโรงแรมนี้เป็นโรงแรมในกลุ่ม youth hostel ราคาจึงได้ถูกกว่าโรงแรมอื่นๆที่อยู่ใกล้สนามบิน ห้องสองเตียง ราคาห้องละ 8400 เย็น สำหรับสองคน รวมอาหารเช้าและรถรับส่งสนามบิน…ห้องพักดีทีเดียว แม้จะเล็กแต่มีทุกอย่างที่ต้องการ เราจองโรงแรมนี้ผ่านทางอินเตอร์เน็ต จึงคิดว่าไม่ผิดหวังเลย… นอกจากนั้นทางโรงแรมยังมีอินเตอร์เน็ต ให้ใช้ฟรีอีกด้วยที่ห้องล๊อบบี้ของโรงแรม เราเลยลงไปเช็คอิน flight วันพรุ่งนี้ล่วงหน้าสำหรับทุกคนเสียเลย ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น…ไม่น่าเชื่อเลย

» วันที่สิบสาม กลับบ้าน

วันสุดท้ายที่จะกลับบ้าน ใจหนึ่งก็คิดถึงบ้านเหมือนกัน แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกเสียดายที่เวลาอยู่ที่นี่น้อยไปนิด… ห้องอาหารของโรงแรมเปิดให้ทานอาหารเช้าเวลา 06.00 น. รถส่งสนามบินเริ่มเวลา 07.00 น. ตอนเช้าได้เห็นว่ามีคนมาพักมากทีเดียว และเดินทางไปสนามบินเวลาเดียวกันจนเต็มรถ

บันทึกความทรงจำลงซีดี
ภาพสวยหน้าปกถ่ายโดย"เอื้อ"

เมื่อไปถึงสนามบิน ที่บริเวณเคาน์เตอร์สายการบินที่เราจะขึ้น เห็นแถวยาวเหยียดเราเลยเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ว่าเราได้เช็คอินทางอินเตอร์เน็ตแล้ว เขาเลยให้เข้าอีกเคาน์เตอร์หนึ่ง และทำการเช็คอินกระเป๋า และรับบอร์ดดิ่งพาส อย่างรวดเร็วไม่ต้องเข้าคิว

เครื่องบินจะออกเวลาประมาณ 09.25 น. ต้องขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออก 30 นาที เราจึงมีเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเดินดูร้านต่างๆในสนามบิน ให้เสียเงินกันอีกสักหน่อย…เครื่องบินใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง 10 นาที ช้ากว่าขาไปประมาณเกือบชั่วโมง ถึงกรุงเทพฯเวลา 13.35 น…จะว่าเหนื่อยก็เหนื่อยเหมือนกัน เพราะคืนนั้นเราเข้านอนยาวเหยียด12 ชั่วโมง… ตื่นมาหกโมงเช้าวันรุ่งขึ้น ก็เริ่มตะลุยดูภาพที่ถ่ายมา และยุ่งอยู่กับสิ่งนี้อีกหลายวัน…เขียนขอบคุณเพื่อนๆแสนดีทั้งหลาย ส่งภาพ และซีดีไปให้ชมกัน…

การเดินทางสิ้นสุดลงแล้ว ถึงแม้ว่างานที่ต้องทำหลังกลับมายังไม่จบลงง่ายๆ... แต่อย่างมากก็แค่เขียนบันทึกนี้ให้เสร็จสมบูรณ์...ขณะที่ (my) Memory of Japan คงอีกนานจึงจะจางหายไป

"ชี่-วิด"
มิ.ย. 2549

กลับไปหน้าแรก
© Copyright http://www.lamnaoprai.com All rights reserved.