| ภาพวาดประกอบนำมาจาก สมุดบันทึกของ กมล โกมลผลิน |
| เรื่องเขียนที่น่าสนใจ |
| ไปดูนกที่ เกาะเช็ตแลนด์
|
| โดย
ชี่-วิด" |
|
พวกเรา อาจจะเป็นคนไทยกลุ่มแรกๆที่ไปเยือนเกาะเช๊ตแลนด์เป็นหมู่คณะ ไม่น่าเชื่อเมื่อได้ทราบว่า มีคนไทยอาศัยอยู่ในเกาะนี้ด้วย เรารู้แต่ว่าช่างห่างไกลบ้านเหลือเกิน เงียบเหงา และหนาวเย็นเกินกว่าที่จะคิดมาอยู่ได้ เลอร์วิคเป็นเมืองใหญ่ก็ยังเงียบและเหงา แม้ในเดือนพฤษภาคมก็ยังมีความหนาวเย็นจับใจ เดาไม่ออกว่าในหน้าหนาวบนเกาะนี้จะหนาวสักแค่ไหน เกาะเช็ตแลนด์ (Shetland) เป็นเกาะอยู่สูงสุดของสก๊อตแลนด์ อยู่ในระดับเดียวกับกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ภูมิประเทศทั่วไปเป็นที่โล่ง ทุ่งหญ้า น้ำทะเล จึงมีลมแรง อากาศหนาว ในด้านเศรษฐกิจเกาะนี้เป็นแหล่งน้ำมันเป็นเมืองค้าน้ำมัน แหล่งอาหารทะเล เลี้ยงแกะ ทำให้เป็นแหล่งทอเสื้อขนแกะสวยๆ มีการเลี้ยงม้าพันธุ์เชตแลนด์เป็นม้าตัวเตี้ยๆ เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่ยุคการตั้งถิ่นฐานของพวกไวกิ้ง โดยมีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานปรากฏอยู่ ในด้านธรรมชาติเกาะเช๊ตแลนด์มีชื่อเสียงที่มีนกมากมาย ทั้งนกประจำถิ่นและย้ายถิ่นมาจากขั้วโลกเหนือ โดยเฉพาะนกทะเลนกย้ายถิ่นที่หายากของยุโรป และสัตว์น้ำ เช่น ปลาฉลาม ปลาโลมา แมวน้ำ และนากทะเล รวมทั้งดอกไม้ป่าหลายชนิดซ่อนตัวอยู่ตามทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ทุกหนทุกแห่ง |
|
การไปเกาะเช็ตแลนด์ ไม่ยากลำบาก จากลอนดอน เรานั่งเครื่องบินต่อไปยังอาเบอร์ดีน เมืองท่า ริมทะเลเหนือ เพื่อลงเรือโดยสารขนาดใหญ่ P & O ของสก๊อตแลนด์ ข้ามไปเกาะเช๊ตแลนด์ ในเรือจะมีภัตตาคาร สถานที่รื่นเริง เช่น บาร์ มีดนตรี เต้นรำ ร้านขายของที่ระลึก ห้องพักมีหลายแบบหลายราคา เราลงเรือในตอนเย็นถึงเกาะเช็ตแลนด์ตอนสายๆของวันรุ่งขึ้น ก่อนมืดและรุ่งเช้าบนเรือเห็นแต่น้ำทะเลและขอบฟ้า ไม่ได้เห็นแผ่นดินเลย มีนกทะเลหลายชนิดลอยน้ำอยู่หรือบินมาให้เห็นบ้าง แต่เราออกไปดาดฟ้าเรือไม่ได้เพราะหนาวมากและลมแรงเกินไป มาเห็นฝั่งอีกทีเมื่อเข้าใกล้เลอวิคแล้วเท่านั้น การลงเรือในวันแรกรู้สึกเรือโครงเครงเพราะคลื่นแรงมากทำให้ทุกคนเมาคลื่น และอาจเป็นเพราะยังไม่ชินกับการเดินทางแบบนี้ แต่พอขากลับค่อยดีขึ้นด้วยเกิดความเคยชิน หรือทะเลสงบก็ไม่ทราบ
เราทั้งหมด รวม 8 คนไปกันครั้งนี้จุดประสงค์เพื่อดูนก และเที่ยวชมธรรมชาติ เราวางแผนการเดินทางว่าอยากไปตรงไหนอย่างไร และติดต่อให้ ไบรอัน บล้านด์ (Bryan Bland) ผู้นำดูนกของ Sunbird ดูในการละเอียด จัดการจอง และนำทางไปด้วย เริ่มที่อาเบอร์ดีน ส่วนที่เกาะเช็ตแลนด์เรามีผู้นำดูนกประจำเกาะชื่อฮิวจ์ ฮาร์รอพ (Huge Harrop) จัดการเรื่องรถ พาดูนก และยังมี เอียน โรเบร์ตสัน (Iain Robertson) ซึ่งเคยมาเมืองไทย มีภรรยาคนไทย (คนที่กล่าวไว้ในตอนแรกนั่นเอง) เขารู้จักคุณกมล จึงร่วมไปดูนกที่เกาะเช๊ตแลนด์ด้วยกัน เกาะเช็ตแลนด์ เป็นหมู่เกาะ มีเกาะใหญ่น้อยอยู่มากมาย แต่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่ 4 เกาะ มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองเลอร์วิค (Lerwick) ซึ่งอยู่ในเกาะใหญ่ ที่สุด นอกนั้นมีเกาะเยล (Yell) เกาะเฟตลาร์ (Fetlar) และเกาะอุ้นส์ (Unst) เกาะเช็ตแลนด์่ ตั้งอยู่ใกล้เมืองเบอร์เกน ของนอร์เวย์ และอาเบอร์ดีน ของสก๊อตแลนด์อยู่ในเส้นละติจูดเดียวกับด้านใต้ของเกาะกรีนแลนด์ ทำให้เกาะเช๊ตแลนด์ถูกผนวกอยู่ในพื้นที่แหล่งอาศัยสร้างรังของนกที่อาศัยอยู่ทางสแกนดีเนียเวีย และอาร์คติค ทะเลที่ล้อมรอบเกาะเป็นแหล่งอาศัยของปลาซึ่งเป็นแหล่งอาหารของนก จึงเป็นแหล่งสร้างรังของนกทะเลหลายชนิด และการที่เกาะอยู่โดดเดี่ยวกลางทะเลทำให้เป็นแหล่งหยุดพัก เติมน้ำมัน ของนกย้ายถิ่นที่จะบินลงมาทางใต้ |
|
นกที่อาศัย ในเกาะเช็ตแลนด์ส่วนใหญ่เป็นนกทะเล อาศัยหากินอยู่กลางทะเลจะเข้าฝั่งก็เฉพาะในช่วงที่นกสร้างรัง ดังนั้นหน้าผาหลายแห่งจึงมีนกมาอาศัยอยู่มากมาย เช่นที่เกาะนอส (Isle of Noss) เฮอร์มาเนส (Hermaness) ซัมเบอร์กเฮด (Sumburgh Head) โฟลา (Foula) และเกาะอยู่ใต้สุด แฟร์ไอเซิล (Fair Isle) ในช่วงฤดูสร้างรัง ซึ่งอยู่ในเดือนพฤษภาคม และสิงหาคม เป็นช่วงที่ดีที่สุดในการไปดูนกเหล่านี้ นกทะเลสร้างรังในเกาะนี้มากกว่าที่ใดในเกาะของอังกฤษ อาจกล่าวได้ว่าจำนวนนกทะเล 21 ชนิดจาก 24 ชนิดที่สร้างในประเทศอังกฤษ มาสร้างรังที่เกาะเช็ตแลนด์ แต่ละชนิดจึงยึดหน้าผาแต่ละแห่งของเกาะเป็นอาณาจักรของมัน เช่น นกฟัฟฟิน (Puffin) หรือที่เช็ตแลนด์เรียกว่า แทมมี โนรี ดูจะเป็นนกยอดนิยมที่หลายคนอยากเห็น นกเด่นอื่นๆเช่นนกกิลเลอมอท (Guillemot) นกเรเซอร์บิล (Razorbill) นกแกนเนท (Gannet) นกกาน้ำ (Cormorant) นกกิตติเวค (Kittiwake) นกแบล๊คกิลเลอมอท (Black Guillemot) ส่วนนกอัลบาตอสคิ้วดำ (Black-browed Albatross) อาศัยอยู่เฉพาะในเกาะเฮอร์มาเนสเท่านั้น ฮิวจ์มีแผนว่าจะพาไปดูแต่วันนั้นมีฝนและลมแรงมาก ทำให้ไม่สามารถไปที่หน้าผาที่เกาะเฮอร์มาเนสได้เพราะจะอันตรายมาก พวกเราเลยไม่ได้เห็น |
|
พื้นที่แผ่นดินทั่วไป ตามทุ่งหญ้าชื้นแฉะ และตามทุ่งดินพีท (peat ดินที่ขุดทำเป็นเชื้อเพลิง) ทะเลสาบภายในเกาะ ก็มีนกหลายชนิด ที่หลายคนรู้จักมี นกออยเตอแคชเชอร์ (Oystercatcher) เห็นได้ทั่วไปทุกแห่งหน นกนางนวลแฮริ่ง (Herring Gull) นกนางนวลหลังดำใหญ ่และเล็ก (Black-headed and Lesser Black-headed Gull) นกอาร์คิตสกัว (Arctic Skua) นกสกัวใหญ่ (Great Skua) มีในเกาะนี้มากกว่าที่อื่นในอังกฤษ นกเหล่านี้หาอาหารให้ลูกโดยการไล่นกนางนวลแกลบ และนกนางนวลไปในอากาศให้กระฉอกอาหารออกจากปาก เป็นภาพที่แทบไม่น่าเชื่อ นกเมอร์แกนเซอร์อกแดง (Ref-breasted Merganser) และนกสกูตเตอร์ (Common Scoter) นกไดเวอร์อกแดง (Red-throated Diver) นกลอยทะเคอกแดง (Red-necked Phalarope) เป็นนกที่หายากของยุโรป สร้างรังรอบเกาะเฟตล่า คราวนี้เราได้เห็นนกเป็ดหางยาว (Long-tailed Duck) เป็ดไอเดอร์ (Eider) และเป็ดคิงไอเดอร์ (King Eider) ซึ่งเป็นเป็ดทะเลที่สวยงามมากและหายากชนิดหนึ่ง |
|
ก่อนหน้าเรามา ไม่นาน ที่เกาะอุ้นส์มีการพบนกสโนวี่อาว (Snowy Owl) เป็นที่ตื่นเต้นของนักดูนก (twitcher) กันมาก ซึ่งไปตามหากันจ้าระหวั่น ฮิวจ์ก็พาพวกเราไปตามหาเช่นกัน ต้องเดินข้ามทุ่งที่ลมแรง และหนาวเย็น เพื่อนคนหนึ่งเพิ่งดูนกไม่นานใส่เสื้อโต๊คยาวไปเที่ยวครั้งนี้ เมื่อเขาเดินไปในทุ่งอันเวิ้งว้างเพื่อตามหานกตัวนี้ เป็นภาพที่แปลกตาเหมือนมิวสิควีดีโอเพราะพวกเราคนอื่นๆจะใส่เสื้อแจ๊กเก๊ตหนาๆตามแบบเที่ยวธรรมชาติเท่านั้น
นกกระทาสีแดง (Red Grouse) ที่เคยเห็นที่สลากเหล้ายี่ห้อหนึ่ง ก็พบได้ตามทุ่งหญ้า เฮเธ่อ (Heather) สีม่วง เห็นได้ทั่วไปในเช็ตแลนด์ และสก๊อตแลนด์ที่มีทุ่งหญ้าแบบนี้
ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี เกาะเช็ตแลนด์เป็นแหล่งอารยธรรมโบราณที่สำคัญแห่งหนึ่ง ที่จาร์ลชอฟ (Jarlshof) อยู่ทางตอนใต้ของเกาะเช๊ตแลนด์ มีอายุราว 5000-6000 ปีมาแล้ว มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์และยุคประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยหินบรอนซ์ หินเหล็ก จนถึงสมัยการตั้งถิ่นฐานของพวกนอร์ส (Norse) ไวกิ้งพวกหนึ่ง จนถึงราวศตวรรษที่ 17 |
|
เราเดินทาง โดยรถยนต์แบบรถตู้ขนาดเล็กกว่าบ้านเราที่เช็ตแลนด์ ขับไปเห็นนกที่ไหนดีๆ หรืออยากหยุดที่ไหนก็หยุดกัน ระหว่างเกาะเล็กเกาะน้อยจะมีท่าเรือสำหรับนำรถข้ามฟาก อากาศอันหนาวเย็นมาก จึงต้องขึ้นๆลงๆรถตลอดเวลาเมื่อเห็นนก ไม่สามารถอยู่นอกรถได้ตลอดเวลา ได้ฝึกจำแนกนกชนิดต่างๆที่เห็นบิน หรือลอยน้ำอยู่ในทะเลระหว่างเรือข้ามฝาก เป็นบรรยากาศและความรู้สึกที่แปลกไปจาก การไปท่องเที่ยวทั่วๆไป ระหว่างทางจะมีร้านกาแฟ และร้านขายของชำเป็นระยะๆ เรามักแวะเข้าดื่มน้ำชา หรือกาแฟร้อนๆ และซื้อของที่ระลึกที่ทำจากฝีมือพื้นบ้านจริงๆไม่มีตามร้านในเมืองทั่วไป คนไทยไปไหนๆก็ชอบซื้อของ พวกดูนก มีเงินน้อย ก็ยังอดที่จะซื้อของที่ระลึกราคาไม่แพงที่เกี่ยวกับนกกันไม่ได้ |
|
ที่เลอร์วิค เราพักที่บ้านพักเยาวชน (Youth Hostel) ทุกคนที่เป็นสมาชิกยูธโฮสเต็ลจากทั่วโลกสามารถขอเข้าพักได้ เป็นบ้านพักที่ปรับปรุงใหม่ สวยงาม สะอาดมาก ห้องพักรวมแบ่งเป็นชายและหญิง มีเตียงสองชั้นอยู่กันหลายคนประมาณ 4-6 เตียงต่อห้อง ห้องน้ำ ห้องส้วม เป็นห้องรวม แต่สะดวกสบาย มีหลายห้องไม่ต้องแย่งกัน ราคาค่าที่พักก็พอสมควร ไม่แพงจนเกินไป แต่ต้องหาอาหารกินกันเอง โดยซื้อวัตถุดิบมาทำที่ห้องครัวซึ่งเขามีอุปกรณ์ให้พร้อมได้ และต้องล้างเก็บให้สะอาดทันที หรือไม่ก็ไปซื้ออาหารจีนมากินกันถ้าไม่อยากทำ โดยปกติราคาห้องพักที่อังกฤษ แม้แต่ห้องพักระดับกลางเท่านั้นก็จะแพงมาก และห้องเล็กนิดเดียว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่อยากเที่ยวนานๆ มักจะอยู่บ้านพักเยาวชนกัน เขาทำเป็นธุรกิจอย่างหนึ่งที่แข่งขันกันให้มีคนมาพักเยอะๆ มิได้จำกัดเฉพาะเยาวชนเท่านั้น |
|
กลับจากเช็ตแลนด์ แล้วพวกเราเดินทางต่อโดยรถตู้ของไบรอัน เที่ยวดูนกไปในสก๊อตแลนด์ เริ่มจากเมืองอาร์เบอร์ดีน ไปเมืองอาร์วีมอร์ เพื่อขึ้นไปชมยอดเขาเคนกอร์มที่สูงที่สุดในสก๊อตแลนด์ ดินแดนแห่งหิมะและการเล่นหิมะของอังกฤษ ผ่านเมืองวิสกี้หลายเมือง แวะดูนกแคปเปอร์คิลลี่ (Capercaillie) ในป่าสนดึกดำบรรพ์ที่แหล่งอนุรักษ์ลอค กาเต็น (Loch Garten) และดูนกกระทาสีดำ (Black Grouse) ตามทุ่ง |
|
จากนั้น ไบรอันขับรถพาลงมาเรื่อยๆ ผ่านภูมิประเทศอันสวยงามขึ้นชื่อของเลค ดิสตริค ดูนก Golden Eagle แวะเยี่ยมบ้านของเวิดสวอธส์ กวีสำคัญของอังกฤษ สัมผัสบรรยากาศในบทกวี I wandered lonely as a cloud
* จนถึงเมืองเคมบริดจ์ ไปดูนกที่ทิชเวลล์ และที่คลาย (Cley next to the sea) พักบ้านของไบรอันซึ่งอยู่ที่นั่น ดูนกที่ทุ่งคลาย (Cley marsh) เยี่ยมสำนักงานใหญ่องค์กร RSPB ที่เดอะลอดจ์ ไปดูนกไนติงเกลที่ Little Pixton สุดท้ายที่ลอนดอนก่อนกลับบ้าน...
ภูมิประเทศ และบรรยากาศแต่ละแห่งเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพธรรมชาติและชีวิตความเป็นอยู่ของคนถิ่นนั้นๆ แต่ทุกแห่งไม่เหมือนที่เช็ตแลนด์ ความหนาวเย็น ลมแรง ความอ้างว้างโดดเดี่ยวของเกาะ เป็นลักษณะเฉพาะที่ทำให้เรามักหวนระลึกถึง และอยากกลับไปอีกเสมอ...
"ชี่-วิด"
พ.ค. 2538
* อ่านเล่นเพลินๆ...กลอนของ Wordsworth ตามเนื้อเรื่อง...
I wandered lonely as a cloud that floats on high o'er vales and hills.
When all at once I saw a crowd; a host, of golden daffodils;
beside the lake, beneath the trees,
flutterling and dancing in the breeze. |