ใบประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/903 หน้าแรก   I   กำหนดการดูนก   I   วาดภาพธรรมชาติ  I  ละเมาะไม้  I  ติดต่อเรา  
นกขัติยา
» ผู้ที่สนใจหรือเริ่มต้นดูนก
ดู นก ทำไม ?
การดูนก การจำแนกชนิดเบื้องต้น
การเลือกซื้อกล้องส่องทางไกล
แหล่งดูนกในประเทศไทย
ดูนกในป่า
» ผู้ที่ดูนกอยู่แล้ว
คู่มือรายชื่อนกพื้นที่ต่าง ๆ
คู่มือรายชื่อนกประเทศไทย
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของโลก
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของไทย
» ความรู้เกี่ยวกับนก
สถานภาพนกแบ่งตามฤดูกาล
สถานภาพนกแบ่งตามการอนุรักษ์
New Bird Recoeds for Thailand 1989-1999
» เรื่องเขียนที่น่าสนใจโดย :
กมล โกมลผลิน
ชี่-วิด
ฟิลลิป ราวด์
» สมุดเยี่ยม
ทักทาย
เยี่ยมชม
ภาพวาดประกอบนำมาจาก สมุดบันทึกของ กมล โกมลผลิน
เรื่องเขียนที่น่าสนใจ
“ทามัน เนการา และเฟรเซอร์ส ฮิลล์”
โดย “ชี่-วิด"

คงมีหลายคน ที่เป็นเหมือนผู้เขียนที่ชอบวางแผนจะไปโน่น ไปนี่ ตลอดเวลา บางแห่งก็ได้ไป บางแห่งก็ไม่ได้ไป แล้วแต่สถานการณ์ความจำเป็น เพราะเชื่อว่าการเดินทางไปที่ต่าง ๆ จะทำให้เราได้เห็นโลกกว้างขี้น ได้เห็นสิ่งต่าง ๆ ระหว่างการเดินทาง พบปะผู้คน รู้จักวัฒนธรรม และคิดถึงเรื่องตัวเองน้อยลง ถ้าท่องเที่ยวโดยจุดหมายเพียงแต่ความสนุกสนาน ก็ดูจะไม่สมบูรณ์ การดูนกจึงเป็นจุดหมายส่วนหนึ่งของการเดินทางของนักดูนก

เมื่อไปที่ใดมาก็อยากจะเขียน เพราะคิดว่าผู้อื่นคงจะอยากรู้เช่นกัน สำหรับมาเลเซียเคยคิดอยากจะเขียนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะหาเวลานั่งเขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้เลย เรื่องนี้จึงเริ่มขึ้นเมื่อรอรถประจำทางไปเขาใหญ่เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพราะต้องรอนานและกำลังคิดถึงเหตุการณ์ปิดเขาใหญ่อยู่ทำให้นึกถึงอุทยานฯของประเทศอื่นเขา ที่ยินดีให้ไปพักแรมและได้ตื่นขึ้นมาชื่นชมธรรมชาติแต่เช้าตรู่ได้

ผู้เขียนไปมาเลเซียเพียงไม่นาน และไปแค่ ทามัน เนการา และเฟรเซอรส์ ฮิลล์เท่านั้น ซึ่งเป็นที่ที่พวกนักดูนกส่วนมากจะรู้จัก เหมือนนักท่องเที่ยวธรรมชาติชาวต่างชาติมาเมืองไทยจะไปเขาใหญ่ และดอยอินทนนท์ความจริงแล้วมาเลเซียยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่เหมาะสำหรับการดูและศึกษานก แต่คงไม่มีประเทศใดมีอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามากเหมือนบ้านเรา ไปไหน ๆ ก็มักคิดถึง นึกถึงเมืองไทยว่าของเราช่างมีของดี อยู่แต่ว่าจะเข้าใจการจัดการและรักษามันไว้ได้อย่างไรเท่านั้น

ทามัน เนการา (Taman Negara) ภาษามาเลย์แปลว่า อุทยานแห่งชาติ อยู่ในรัฐปาหัง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของคาบสมุทรมาเลเซีย (Peninsular Malaysia) เป็นอุทยานแห่งชาติ (National Park) แห่งเดียวของประเทศ นอกนั้นเขาจะใช้เพียงชื่ออุทยาน (Park) เฉย ๆ ที่คาบสมุทรมาเลเซียยังมีอุทยานอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจมาก ชื่อ เอ็นดัว รอมพิน (Endau Rompin) อยู่ทางใต้ แต่ยังไม่ได้เปิดให้ท่องเที่ยวได้ทั่วไปเหมือนอุทยานแห่งอื่น นอกนั้นจะอยู่ที่ซาบา ซาราวัค ซึ่งเป็นดินแดนของประเทศมาเลเซียอีก 12 อุทยานรวมทั้งคินะบาลู

ทามัน เนการา ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อ พ.ศ.2482 มีพื้นที่ 4,343 ตร.กม. ใหญ่กว่าเขาใหญ่ของเราเกือบหนึ่งเท่า พื้นที่โดยทั่วไปเป็นป่าเขตร้อนที่ราบต่ำ (Lowland Tropical Rain Forest) สูงตั้งแต่ 120 เมตร จากระดับน้ำทะเล จนถึงภูเขาสูงชื่อ กุนุง ทาหาน (Gunung Tahan) ความสูง 2,186 เมตร เป็นยอดเขาสูงที่สุดในคาบสมุทรมาเลเซีย แต่ยอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศและของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงนิวกีนีอยู่ที่คินะบาลู ซึ่งสูง 4,101 เมตร

เวลาเหยียบย่างเข้าไปใน ทามัน เนการา มักนึกเปรียบเทียบกับอุทยานฯเขาใหญ่ของเรา เพราะเป็นอุทยานฯ ที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของประเทศเช่นกัน มีป่าที่อุดมสมบูรณ์ แต่จะแตกต่างกันในด้านการจัดการ บางอย่างของเราก็ดี บางอย่างของเขาก็ดี จึงคิดและตั้งคำถามตลอดเวลาว่า เราน่าจะปรับปรุงอุทยานฯของเราจากส่วนดีอะไรของเขาได้บ้าง ทั้งที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้สักหน่อย เมื่อได้อ่านแล้วผู้อ่านลองคิดด้วยก็ได้

ทามัน เนการา ไม่มีทางรถยนต์เข้าถึง ต้องไปทางเรือ จากกัวลา ลัมเปอร์ ถ้าไปโดยรถโดยสารต้องไปลงที่เมืองจะรันตุต (Jarantut) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ของ กัวลา ลัมเปอร์ แล้วต่อไปยังเมือง กัวลา-เทมเบลิง (Kuala Tembeling) ซึ่งอยู่ไม่ไกลเพื่อลงเรือ เป็นเรือหางยาวมีหลังคา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วแต่กระแสน้ำ ไปตามแม่น้ำเทมเบลิง (Sungai Tembeling) ทางรัฐบาลมาเลเซียเคยคิดจะสร้างถนนเข้าไป ทามัน เนการา เหมือนกันเหมือนกับรัฐบาลประเทศที่กำลังพัฒนาอื่น ๆ ที่มักได้รับอิทธิพลให้ต้องสร้างโน่นสร้างนี่ โดยจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ป่าอันมีความสำคัญ ดีแต่มีองค์อนุรักษ์คัดค้านไว้ ถนนไป ทามัน เนการา จึงต้องระงับไป

เวลาลงเรือตอนแรกก็สนุกดี เพราะตื่นเต้น แต่ต้องนั่ง 3 ชั่วโมง ถ้าไม่หลับไปเสียก่อนระหว่างทางอาจได้เห็นพวกคนพื้นเมือง เราเรียกพวกเงาะ เขาเรียก ออรัง แอสลี (Orang Asli) ผมหยิก ตัวเล็ก ผิวคล้ำ ไม่ใส่เสื้อผ้า ลงมาตามชายหาดริมแม่น้ำ ซึ่งก็จะทำให้ตื่นเต้นเพราะเขาเป็นชาวป่าจริง ๆ นกที่เห็นระหว่างทางก็มีเหมือนกันแต่ไม่มากเพราะเรือแล่นเร็ว จะมีพวกนกกระเต็นต่างๆ รวมทั้งนกกระเต็นใหญ่สีน้ำตาล (Brown-winged Kingfisher)

ภาพแรกที่เห็นทามัน เนการา ค่อนข้างผิดหวังเพราะเขาเขียนว่า ทามัน เนการา รีสอร์ท ไปเสียแล้ว ซึ่งทางรัฐบาลให้เอกชนมาดำเนินการเรื่องบ้านพัก อาหาร แต่รัฐควบคุมงานด้านการอนุรักษ์ ทางเดินป่ามีบ้านพักนักท่องเที่ยวหลายแบบ สร้างอย่างสวยงาม มีภัตตาคาร 2 แห่ง แห่งหนึ่งเป็นแบบมีคนเสริฟ อีกแห่งหนึ่งแบบเสริฟเอง ซึ่งราคาก็ย่อมลงมาหน่อยแต่ก็ไม่ถูก ตกประมาณคนละ 100 บาท ต่อมื้อ มีร้านขายของแบบซุปเปอร์มาเก็ตเล็ก ๆ ขายของที่จำเป็น ก่อนจะไปทามัน เนการา ต้องจองที่พัก ถ้าเต็มก็ไปไม่ได้ บ้านพักราคาตั้งแต่ 350 บาท จนถึง 450 บาท (ราคาเมื่อ 2534 ปัจจุบัน 2546 ยิ่งมีบ้านมากหลังขึ้นและราคาแพงขึ้น) อยู่ได้ 2 คน มีประมาณ 30 กว่าหลัง มีหอพักอยู่รวมกันห้องละ 8 คน คืนละประมาณ 180 บาทต่อคน มีอยู่หลังเดียว และมีที่กางเต็นท์ก็เสียเงินแต่ไม่แน่ใจว่าเท่าไร และยังมีบ้านพักและหอดูสัตว์กระจายออกไปหลายแห่งในป่า ซึ่งให้ค้างคืนได้ อยู่ได้ประมาณ 6-10 คน ต่อคืน มีที่นอนสบาย แต่จะต้องลงชื่อจองไว้ทุกครั้งที่ต้องการออกเดินป่าค้างแรม เป็นอันว่าเจ้าหน้าที่จะรู้ว่าใครมาเที่ยวในอุทยานฯ และไปอยู่ที่ใดบ้าง เวลากลับออกมาจากป่าต้องมาแจ้งว่ากลับมาเรียบร้อยแล้ว จำได้ว่าต้องเสียเงินตลอดตั้งแต่ก่อนลงเรือเป็นค่าอนุญาตเข้าอุทยานฯ ค่าเรือ ค่านำกล้องถ่ายรูปเข้าไป ค่าคู่มือ น่าเสียดายว่าคนมาเลเซียทั่วไปอาจจะไม่ได้ชื่นชมอุทยานฯของเขา เพราะค่าใช้จ่ายเรื่องค่าที่พักค่อนข้างแพงสำหรับคนมาเลเซีย ซึ่งมีค่าครองชีพก็พอ ๆ กับเมืองไทย (อาจจะสูงกว่าไทยนิดหน่อย) แต่ถ้าพักแบบกางเต็นท์ก็ไม่แพง แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศก็จะเห็นว่าไม่แพง และได้รับความสะดวกสบาย ทั้งได้ชื่นชมธรรมชาติเต็มที่ ในตอนนั้นยังคิดว่า เขาใหญ่ของเราดีกว่า ที่มีค่ายพักแรมเยาวชน ราคาถูก ประชาชน เยาวชน มีโอกาสจะไปเมื่อไรก็ได้ เพียงแต่ อช. จะต้องปรับปรุงพฤติกรรมของผู้เข้าไปพักให้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ไม่ให้ส่งเสียงดังให้ได้เท่านั้นเอง

ทุกอย่างได้รับการจัดการหมด (โดยไม่ทำลายสภาพธรรมชาติ) บริเวณบ้านพักกางเต็นท์จะอยู่ใกล้ ๆ กันเป็นกลุ่ม ส่วนหอดูสัตว์และบ้านพักในป่าซึ่งต้องเดินทางเข้าไปได้สัมผัสธรรมชาติจริง ๆ มีกระจัดกระจายซึ่งไม่มากถ้าเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดของอุทยานฯ ไม่เป็นการรบกวนสัตว์ป่าและทำลายสภาพธรรมชาติ แต่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจและชื่นชมธรรมชาติ ป่า เขา ได้อย่างดี สิ่งที่เห็นว่าทำได้ดีที่สุด คือทางเดินป่า และการให้ข้อมูลในการท่องเที่ยวเดินป่า ทางเดินป่ามีทั้งหมด 19 เส้นทาง ใช้เวลาเดินตั้งแต่ 1 ชั่วโมง จนถึง 8 วัน ซึ่งไปถึงกุนุง ทาหาน ทางเดินป่าเดินเองได้ไม่หลง ทางแยกจะมีป้ายบอกไว้ไม่สับสน ดูเหมือนว่าจะมีการคอยดูแลเส้นทางตลอดเวลา เพราะจะไม่มีไม้ล้มขวางทางให้ต้องเดินเปลี่ยนเส้นทางและทำให้หลงได้เหมือนบ้านเรา ทางใดลื่นชัน เขาจะทำเป็นขั้นดินไว้และมีเชือกไว้ให้จับ ทำให้เดินป่าไม่เหนื่อยมาก ในคู่มือจะแนะนำวิธีปฏิบัติตนภายในอุทยานฯและเวลาเดินป่า มีการอธิบายและบรรยายถึงเส้นทางต่าง ๆ ให้เลือกเดินได้ นักท่องเที่ยวบางกลุ่มจ้างไกด์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่พาเดินถ้าไม่คุ้นกับการเดินป่าโดยลำพัง แต่พวกเราอาจจะไม่ต้องถ้าไม่ได้เดินทางไกล เพราะทางสะดวกและเราก็พอจะรู้ว่านกที่น่าจะพบมีอะไรบ้าง ในตอนค่ำของบางวันจะมีการฉายสไลด์เกี่ยวกับ ทามัน เนการา ซึ่งมีประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวทั่วไปมาก

นกที่อาจเห็นได้ในภาคใต้ของไทย จะเห็นได้ง่ายที่นี่ เช่น นกขุนแผนหัวดำ (Diard's trogon) ไก่จุก (Crested Wood Patridge) เห็นตอนเช้าตรู่เดินข้ามทางเดินป่าเป็นขบวน และไก่ฟ้าหน้าเขียว (Crested Fireback) เห็นได้ทุกหนแห่งทั่วไป นกแต้วแล้วแดงมลายู (Garnet Pitta) เห็นในเทรลหลังบ้านพักเลย นกหว้า (Garnet Argus) เห็นเดินข้ามทางในป่า พวกนกเงือก เช่น นกชนหิน (Helmeted Hornbill) นกเงือกหัวแรด (Rhinoceros Hornbill) ก็เห็นได้ง่าย นกเปล้าเล็กหัวเทา (Little Green Pigeon) นกหกเช่น นกหกใหญ่ (Blue-rumped Parrot) มาที่ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านทีเดียวและในบริเวณบ้านพักมี นกหกเล็กปากดำ (Blue-crowned Parrot) มีนกหัวขวานที่เห็นง่าย ๆ มีนกหัวขวานปีกแดง (Crimson-winged Woodpecker) นกหัวขวานคอลาย (Checker-throated Woodpecker) นกพญาปากกว้าง (Black and Red Broadbill) ที่เห็นได้ง่ายมีอยู่ทั่วไปมาก ๆ ได้แก่นกพญาปากกว้างท้องแดง นกปรอดแม่ทะ (Straw-headed Bulbul) ในเมืองไทยอาจจะเริ่มสูญพันธุ์แต่ที่นี่เห็นได้ง่ายและได้ยินเสียงร้องตามป่าริมน้ำทั่วไป รวมทั้งนกปรอดดำปีกขาว (Black and White Bulbul) และมีนกจู๋เต้นลาย (Stripe Wren Babbler) นกคอสามสี (Malaysian Rail Babbler) มีอยู่ทั่วไปแต่การเห็นจะๆก็ไม่ง่ายนักเพราะนกชนิดนี้หลบไวมาก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมมีเสียงร้องที่แปลก ที่เราไม่คุ้น คล้ายกันคนป่ากำลังทำพิธี และตีกลอง โห่ร้อง คือเจ้าตัวเซียมัง (Siamang) เป็นชะนีตัวดำสนิท มันมีถุงลมที่คอสามารถทำเสียงได้เหมือนเสียงคนตีกลอง ทำให้เราตกใจเมื่อได้ยินครั้งแรกและยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร

เท่าที่สังเกต การส่งเสียงดังเกินความจำเป็นไม่มี อาจเป็นเพราะมีการแนะนำและผู้เข้าไปส่วนมากรู้ว่าจะปฎิบัติตัวอย่างไร และส่วนมากจะเป็นชาวต่างประเทศซึ่งจะรู้เรื่องเหล่านี้ดีอยู่แล้ว พวกกางเต็นท์ส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซีย ก็ดูน่าจะสุขสบายดี ไม่เห็นส่งเสียงดัง รู้สึกว่าเขาจะมีป้ายห้ามไว้ด้วย มีห้องน้ำและห้องเก็บสัมภาระของคนกางเต็นท์เป็นสัดส่วนด้วย ซึ่งคงจะสร้างโดยเอกชนที่เข้ามาดำเนินการเรื่องบ้านพัก เพราะเป็นแบบคล้าย ๆ กับบ้านพัก

อากาศที่นั่นร้อนอ้าว ทำให้มีเหงื่อตลอดเวลา ต้องใช้เสื้อผ้าบางหน่อย และพกร่มไว้ด้วยเพราะมีฤดูเดียว คือ ฤดูฝน ไม่มีฤดูร้อนและหนาวแบบบ้านเรา แต่จะรู้สึกร้อนทั้งปี และความชื้นสูง อากาศตามปกติในเวลากลางวันจะราว 26 องศาเซลเซียต ตอนกลางคืนประมาณ 22 องศา ความชื้นสูงกว่า 90 องศา ทามัน เนการา จะปิดไม่ให้ไปเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน จนถึงกลางเดือนมกราคม เพราะจะมีมรสุม ฝนตกหนัก ระดับน้ำสูงและเชี่ยว อันตรายต่อการเดินทางทางเรือ

ไป ทามัน เนการา ครั้งแรกนี้ ยังรู้สึกอยากไปอีก เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้เห็น ไม่ได้ไปและยังน่าสนใจ เช่นการเดินป่าไปพักแรมทางไกล การไปค้างแรมบนหอดูสัตว์ ซึ่งบางแห่งต้องลงเรือไป (หมายเหตุ หลังครั้งนี้ได้ไปทามัน เนการ่า อีกหลายครั้ง ได้ไปค้างแรมบนหอดูสัตว์ และนั่งเรือไปพักที่บ้านพักในป่าลึก) เพียงแต่บางครั้งตะขิดตะขวงใจนิด ๆ คล้ายว่าตัวเองเป็นนักท่องเที่ยว เพราะเขาจัดไว้ให้เรียบร้อย อาจจะผิดที่รู้สึกเช่นนั้นที่เคยชินกับการท่องเที่ยวเดินป่าแบบของไทย ซึ่งไม่ค่อยมีการจัดการ กฎเกณฑ์ไม่ค่อยได้ผล ไม่มีคำแนะนำ และค่าใช้จ่ายถูก

ก่อนจาก ทามัน เนการา ก็ต้องตั้งคำถามอีกว่า เขาใหญ่ของเราน่าจะปรับปรุงอะไรบ้างจากส่วนที่ดี ของ ทามัน เนการา

ศัพท์บางคำที่น่ารู้

กัวลา Kuala = ปากแม่น้ำ
สุไหง Sungai = แม่น้ำ
บูกิต Bukit = เนินเขา
กุนุง Gunung = ภูเขา
ลูบุค Lubuk = สระน้ำลึก
บูมบุน Bumbun = หอดูสัตว์
เรนทิส Rentis = ทางเดินป่า
กัว Gua = ถ้ำ
เจนุต Jenut = โป่งสัตว์
เคมา Khemah = ที่ตั้งแค้มป์
ซิมปัง Simpang = ทางแยกในป่า
ทันดาส Tandas = ห้องน้ำ
คำสุดท้ายคือ ซาลามัต ดาตัง Salamat Datang ซึ่งชาวมาเลเซียเขาจะเขียนป้ายไว้ตามถนนหลวงทุกหนแห่งแปลว่ายินดีต้อนรับ

"ชี่-วิด"
เม.ย. 2534

กลับไปหน้าแรก
© Copyright http://www.lamnaoprai.com All rights reserved.