ยืนคอยรถ ไปทำงานตอนเช้า ตรงนั้นจะมีหญ้าสูงและมีน้ำขังเหลืออยู่หย่อมหนึ่ง เห็นนกกระจิบหญ้าสีเรียบหางยาว และนกพงใหญ่พันธุ์ญี่ปุ่น ที่จะมาเฉพาะฤดูหนาว เมื่อใดที่ได้ยินเสียงและเห็นหญ้าไหว ๆ เราต้องคอยมองหาอย่างตั้งใจขณะรอรถ ทำให้การรอไม่น่าเบื่อหน่ายไม่ช้าน้ำผืนนี้ก็จะต้องถูกกลบอย่างแน่นอน เลยคิดว่าอยากจะทำความเข้าใจกับบางคนที่กำลังคิดว่า พวกเรามักจะรู้สึกต่อต้านกับการพัฒนา ว่าเราไม่ได้เป็นเช่นนั้นแต่จะรู้สึกต่อต้านกับการพัฒนาแบบมักง่ายที่มนุษย์ทำได้ง่ายนิดเดียว ในประเทศของเรามักจะพัฒนากันไปสะเปะสะปะ มือใครยาวก็สาวเอาแต่ผลประโยชน์ของตนเอง การนึกถึงสังคมที่พวกเราหลายคนนึกถึงอยู่บ้างนี้มีอยู่ไม่มากนัก การสร้างตึกและอาคารก็ไม่มีการควบคุมอย่างดี ขณะกำลังก่อสร้างหรือสร้างเสร็จแล้วก็ปล่อยฝุ่นตลบตลอดเวลา การพัฒนาอย่างผู้เจริญควรมีการวางแผนและคำนึงถึงผลกระทบในอนาคต และทำอย่างเข้าใจในสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์อาศัยอยู่
ริมถนน ที่เคยมีคูน้ำเล็ก ๆ ที่เคยมีกอบัวชูช่อ ไว้พักสายตาผู้เดินทางผ่านและไว้ระบายน้ำได้บ้าง กลับมาอีกไม่กี่วันก็ถูกถมไปแล้ว โดยไม่ได้ทำอะไรให้ดูดีไปกว่าเดิม นอกจากปล่อยให้เป็นฝุ่นและมีขยะปกคลุมบางครั้งดูเหมือนว่ามนุษย์กำลังบุกรุก (กิน) ตัวเองอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว ถ้าพวกเราลองสังเกตความเป็นไปในสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราที่เป็นธรรมชาติ จะเห็นว่ามันหมดลงไปทุกวันและไม่มีวันกลับ คนที่สร้างก็ไม่ยอมอยู่เพราะได้กอบโกยผลประโยชน์ไปแล้ว แต่เขาก็จะหนีไม่พ้นเพราะมันจะลุกลามไปทุกแห่งที่เขาไป เมื่อเห็นพื้นที่ เป็นแหล่งน้ำมีหญ้าสูงตามชานเมืองใกล้กรุงเทพฯ มันนึกว่าน่าจะมีพื้นที่สงวนเพื่อการศึกษาธรรมชาติสักแห่งหนึ่ง ที่ปล่อยพื้นที่อย่างนั้นไว้โดยมีการจัดการและทำสะพานเล็ก ๆ ทอดเข้าไปในดงหญ้า เอาไว้เดินศึกษานกและธรรมชาติในพื้นที่นั้น เป็นการพักผ่อนที่ให้ความสุขและความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติวิทยา แต่พื้นที่เหล่านี้ในความเป็นจริงขณะนี้อีกไม่นานจะถูกถมทำเป็นบ้านจัดสรร บ้านแถว หรือห้องแถว อยู่กันอย่างแออัดในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ แม้ว่าจะเป็นชานเมืองที่เรามองเห็นว่ารอบ ๆ บริเวณนั้นยังมีที่ดินอยู่อีกมากมาย อนิจจา ...เมืองไทยที่เคยใหญ่อุดมฯ การสร้างบ้าน ของเมืองไทยภาคกลาง แต่เดิมจะสร้างบ้านใต้ถุนสูง ให้ลมผ่านได้สะดวก ไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ มีใต้ถุนเผื่ออเนกประสงค์ และไม่ลำบากเมื่อน้ำอาจท่วมในบางฤดูเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในลุ่ม รอบ ๆ บ้านจะปลูกต้นไม้ร่มรื่นอากาศจึงไม่ร้อนอย่างที่เราคิดว่าเมืองไทยช่างร้อนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ อาจเกิดจากค่านิยมในการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป สร้างบ้านไม่เหมาะกับสภาพอากาศจึงต้องใช้เครื่องปรับอากาศตลอดเวลา และเครื่องใช้ไฟฟ้าอำนวยความสะดวกอีหลายอย่างในบ้าน ค่านิยมของการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามีมากเสียจนน่าเป็นห่วง เพราะคิดว่ามีเงินซื้อ มีเงินจ่ายค่าไฟเสียอย่าง เราคงจะต้องปรับทัศนคติจากต่อตัวเราเป็นต่อส่วนรวมด้วยว่า ไม่ว่าจะมีเงินซื้อเงินจ่ายค่าไฟมากแค่ไหน สักวันเงินก็จะซื้ออะไรไม่ได้ เมื่อการใช้พลังงานไฟฟ้าถึงขั้นวิกฤต และการที่จะนำพลังน้ำมาเป็นพลังงานไฟฟ้าโดยการสร้างเขื่อนก็ไม่ได้ เพราะผลที่ได้ไม่คุ้มเสีย จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่ ในตอนนี้สิ่งที่พวกเราจะช่วยกันได้โดยการประหยัดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ เฉพาะเวลาที่จำเป็นเท่านั้น ทุกครั้งควรคำนึงถึงส่วนรวมด้วย เรื่องนี้เริ่มจาก เสียดาย แหล่งน้ำ หญ้าสูง ก็เลยติดต่อเนื่องไปถึงอีกหลายอย่างที่มองเห็นจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ชี่-วิด"
ก.พ. 2534 |