เมื่อครั้งยังเยาว์วัย เราเฝ้ามองนกขุนทอง (Hill Myna) ที่คนนำมาเป็นของกำนัลให้ที่บ้าน มันมีความคุ้นเคย ใกล้ชิด เสมือนเป็นหนึ่งของสมาชิกในครอบครัวเรา ได้เห็นทุกวัน ทุกคนรักและเอ็นดูและรู้สึกกันไปว่ามันมีความสุข อยู่ในกรงซี่เหล็กรูปเรือนไทยเมื่อได้กระโดดไปมา บางทีก็ส่งเสียงพูดจาดล้อเลียนเสียงคนในบ้าน
เมื่อวันหนึ่งได้นั่งมอง ใช้ความสังเกตเห็นว่า เจ้านกขุนทองมักคอยแหงนมองดูฟ้าเมื่อมีเงาของนกตัวอื่นที่อยู่นอกกรงบินผ่านไป และทุกครั้งก็กระโดดเข้าหาผนังซี่กรงเหล็กที่ขวางกั้นอิสระภาพนั้นอย่างตื่นเต้น และเหมือนกับปลอบใจตัวเอง ก่อนที่จะวกกลับมาที่คอนอย่างเหงาหงอยซึมเซา และหมดอาลัยที่ต้องทำอย่างนั้นซ้ำๆเป็นเวลานับปี หลายคนมองข้ามอาการทรมานนี้
แต่เราเริ่มเข้าใจความรู้สึกนี้ และเมื่อมีโอกาสไปดูนก และได้เห็นนกขุนทอง ที่อยู่ในป่าตามธรรมชาติ ไม่มีใครกักขัง มันมีความสุขกับชีวิตอิสระนั้นจริง จะบินไปไหนมาไหนก็ได้ตามต้องการ มีความเป็นส่วนตัว มีเพื่อนที่หากินร่วมกันเป็นฝูง เลือกกินลูกไม้สุกต้นใดก็ได้ตามใจ
เรามักพบนกขุนทองในป่าโปร่งที่ต่ำหรือบนภูเขาที่ไม่สูงมากนัก ที่เรียกกันว่า ป่าเต็งรัง หรือป่าเบญจพรรณ เพราะมีต้นตะแบก ต้นยางขึ้นอยู่มาก ไม้พวกนี้ มีตาและโพรงไม้ตามกิ่งและลำต้นที่หาได้ง่าย เมื่อมันต้องการสร้างรังวางไข่ ต้นไทรและไม้อื่นอีกหลายชนิด ออกลูกสลับกันปีละหลายครั้ง ช่างเป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ที่นกขุนทองอยู่ได้อย่างเป็นสุข ได้เกาะกิ่งไม้แห้งรวมอยู่ด้วยกันเป็นฝูงหรือคู่ของมัน แล้วส่งเสียงอ๊อก แอค ตามประสา และมีเสียงผิวปากหวานเฟี้ยว
ดังก้องกังวาลไปไกลสุดชายป่า
การดูนกทำให้เพลินจนต้องไปต่อ เพราะเมื่อไปติดใจสีฟ้าสดของเจ้านกกินเปี้ยว (White-collared Kingfisher) สีฟ้าเกือนทั้งตัว ยกเว้นรอบคอ ใต้คาง ใต้ท้อง มันเป็นนักจับปูตัวเล็กๆที่เรียกว่าเปี้ยว หรือปูเปี้ยว ที่เดินตามโคลนเลนได้เห็นนกกินเปี้ยวตามสวน ลำน้ำที่ไม่ห่างจากทะเลในหน้าร้อน แต่เมื่อถึงหน้าฝนก็บินกลับไปยังบริเวณน้ำกร่อย ที่พำนักของนกกินเปี้ยวนี้ซึ่งเป็นป่าชายเลน ชายทะเล ปากแม่น้ำ และเกาะแด่ง มีน้ำกร่อยขึ้นลงทุกวัน พืช ได้แก่โกงกาง จากลำพู ลำแพน แสม ฯลฯ เมื่อน้ำขึ้นก็ท่วมโคนต้นไม้จนถึงกลางต้น และเมื่อน้ำลงก็มีรากแหลมโผล่ขึ้นมาจากดิน มีรากเป็นปุ่มและรากโค้งยิ่นออกมายันลำต้นให้ปักอยู่กับดินโคลนแฮะนั้น เป็นป่าที่แปลกไปจากป่าบนบกเป็นแหล่งอาหารอันอุดมของสัตว์ทะเลขนาดเล็กที่เข้ามาหากิน ซากพืชซากสัตว์เล็ก ที่ตกติดค้างอยู่ในป่าชายเลนนี้ ก่อนที่จะออกไปเติบโตในท้องทะเล
แดดในยามบ่ายช่วยให้สีฟ้าสดใสของเจ้านกกินเปี้ยวสดขึ้นอีก มันเกาะอยู่บนกิ่งแห้งของต้นโกงกาง แล้วพุ่งดิ่งลงมาจับเอาปูเปี้ยวขึ้นไปอย่างรวดเร็ว แล้วฟาดให้ปูเปี้ยวกับกิ่งไม้จนก้มหลุดด้วยปากที่แข็งแรงอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะกลินปูตัวนั้นลงคอไปอย่างง่ายดาย เรามองดูมันทำคอตุง และเอียงหน้าอยู่นานเพราะปูตัวนั้นใหญ่กว่าจะลงลึกไปในคอคงใช้เวลาอีกพักหนึ่ง
เรามีความสุขใจเมื่อได้เห็นนกได้อาศัยอยู่ในสภาพธรรมชาติอันเหมาะสม กับตัวมันโดยไม่มีการแยกออกจากกัน หรือเรียกได้ว่าบ้านของนก ซึ่งผู้คนทั่วไปก็ได้ใช้ประโยชน์อยู่ด้วยจากการมีสิ่งนี้ไว้ ยังมีนกอีกหลายชนิดที่เราควรจะได้เห็นและมีสภาพธรรมชาติอีกหลายลักษณะที่ชักชวนให้เราไปเยือน เพื่อรู้จักและชื่นชมธรรมชาติอย่างไม่รู้จบ ด้วยความรู้สึกเห็นคุณค่า |