ในยามดึกสงัดขณะที่ผู้คนซึ่งส่วนใหญ่มีกิจกรรมในเวลากลางวันกำลังมีความสุขดื่มด่ำอยู่กับการนอนหลับพักผ่อน แต่ความเป็นไปของระบบธรรมชาติก็มิใช่ว่าจะมีการหยุดชะงัก หรือเว้นเป็นช่องว่างไว้อย่างไร้ประโยชน์ แต่จะมีสิ่งมีชีวิตที่หากินในเวลากลางคืน ออกปฏิบัติหน้าที่รักษาระบบวงจรของธรรมชาติเช่นเดียวกับในเวลากลางวัน และมีอีกหลายชนิดที่ต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปเป็นสัตว์หากินในเวลากลางคืน เพื่อหลีกหลบภัยจากศัตรูที่สำคัญคือมนุษย์นั่นเอง การดำรงชีวิตในเวลากลางคืนคล้ายกับในเวลากลางวัน เช่น นกที่กินแมลงก็จะหากินแมลงกลางคืน ซึ่งกินพืชหรือดื่มน้ำหวานจากดอกไม้หลายชนิดที่บานรอแมลง ให้มาช่วยในการผสมเกสรเพื่อการผลิตลูกผลเจริญพันธุ์ต่อไป เนื่องจากสภาพแวดล้อมในเวลากลางคืนแตกต่างไปในเวลากลางวัน เช่น มืด เงียบ และลมอ่อน ธรรมชาติจึงกำหนดให้สัตว์ที่หากินกลางคืน มีความสามารถพิเศษคือ ตามองเห็นได้ไนความมืด มีระบบการได้ยินได้จากระยะไกล เคลื่อนไหวอย่างเงียบสงบ และมีสีสันกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม
สัตว์ล่าเหยื่อ (predator) เช่น นกฮูก นกเค้า และนกแสก จออกหาอาหารอันได้แก่หนู และแมลงปีกแข็งซึ่งถ้ามีมากเกินไปก็อาจกัดกินทำลายพืชชนิดต่าง ๆ ได้ หากเรามีโอกาสสังเกตสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเวลากลางคืนก็จะทำให้เข้าใจถึงความเกี่ยวข้องโยงใยกันของธรรมชาติ ที่เชื่อมต่อกันไปถึงในเวลากลางวันด้วยเช่นกัน นกแสก Barn Owl (Tyto akba) เป็นนกกลางคืนที่มีแหล่งอาศัยแพร่กระจายอยู่เกือบทุกภูมิภาคของโลกไม่ว่าจะเป็นเขตอบอุ่น เขตร้อน ทำเลหากินและที่ทำรังก็มักอยู่ไม่ห่างไกลจากแหล่งอาศัยของผู้คน เช่น ตามเรือกสวนไร่นา จัดว่าเป็นนกที่อยู่ใกล้กับมนุษย์อีกชนิดหนึ่ง การอยู่ใกล้นี้ย่อมหมายถึงความเกี่ยวข้องจนมีตำนานเล่าเกี่ยวกับนกชนิดนี้ ชื่อเรียกตามภาษาอังกฤษ barn มีความหมายว่า ยุ้ง ฉาง Owl คือกลุ่มนกฮูก นกเค้า และนกแสก แสดงให้เห็นได้ว่ามันชอบอาศัยอยู่ตามยุ้งฉาง นอกจากนั้นยังชอบอยู่ในโรงนา บ้านหรือสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ชำรุด นกแสกที่อยู่ในเมืองไทยยังพบเห็นอยู่ตามวัดหรือในที่รกร้างต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเมืองหรือชานเมือง การเข้ามาอาศัยร่วมอยู่ใกล้มนุษย์แสดงถึงว่านกมีแหล่งอาหาร ซึ่งอาหารส่วนมากของนกแสกก็คือ หนู และแมลงกลางคืน เมื่อหนูมีแหล่งอาศัยคือ เมืองที่ผู้คนอาศัยอยู่ธรรมชาติก็ได้กำหนดนกแสกให้คอยช่วยลดจำนวนหนูเพราะยังมีนกฮูก นกเค้า ที่อยู่ตามป่าอีกหลายชนิดซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับแหล่งอาศัยของมนุษย์เลย แต่นกเหล่านั้นก็ได้อยู่ในพื้นที่กันชน ซึ่งเป็นป่าและดักจับ กินหนูป่าและแมลงไม่ให้บุกรุกล้ำเข้ามาในเมือง ฉะนั้นจึงมองเห็นภาพได้ไม่ยากนักว่าป่าคือแนวกันชน (buffer zone) ธรรมชาตินั่นเอง
ตำนานเกี่ยวกับนกแสกของประเทศต่าง ๆ มักคล้ายคลึงกันโดยเฉพาะประเทศในเอเซีย ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นนกที่เกี่ยวข้องกับภูตผีและความตาย วัดดูเหมือนจะเป็นที่อาศัยของนกแสกมากกว่าที่ใด ๆ คงมิใช่นกแสกเท่านั้นที่ต้องอาศัยวัด เพราะนกอื่นๆ ก็มักจะไปอาศัยอยู่ตามวัดเช่นเดียวกัน เพราะเป็นที่ใช้ประกอบพิธีศาสนาต้องการความสงบและร่มรื่น คำกล่าวหานกแสกที่เรามักเคยได้ยินจากผู้สูงอายุที่ถ่ายทอดกันมาว่า เป็นนกผี ถ้าไปบินผ่านหลังคาบ้านผู้เจ็บป่วยและส่งเสียงร้องเมื่อใดผู้ป่วยนั้นจะต้องเสียชีวิต จึงเป็นเวรกรรมของนกแสกที่จะต้องถูกขับไล่ออกไปให้ห่างไกลจากหมู่บ้านหรือชุมชน จากคำกล่าวหานั้น และเนื่องจากเป็นนกที่กินหนูเป็นอาหารหลักนกแสกจึงต้องท่องเที่ยวไปหากินหนูที่มีอยู่ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นวัด เมือง หรือทุ่งนา หรือแม้แต่ป่าช้า และซ้ำร้ายเมื่อมีผู้พบเห็นนกแสกเกาะอยู่ตามป่าช้า สุสาน ก็เลยยิ่งหลงเชื่อว่าเป็นนกผีมากขึ้นไปอีก และรวมทั้งอากัปกริยาของนกแสกที่มักทำตาโต ทำคอและหัวส่ายไปมาเมื่อตกใจและเพื่อเป็นการข่มขวัญศัตรูที่มันกลัวให้หนีไป เลยกลายเป็นเรื่องร้ายสำหรับคนที่ชอบเรื่องผี ๆ สาง ๆ ทำให้ต้องหนี และร้องตะโกนไปว่าโดนผีหลอก ซึ่งความจริงที่ว่าเป็นนกแห่งภูตผีนั้น ก็เป็นเพียงความเชื่อที่เล่าต่อกันมา และพิสูจน์ไม่ได้
สิ่งที่ปรากฎและเป็นความจริงที่พิสูจน์ได้ก็คือ เป็นนกที่มีหน้าตาน่ารักเป็นเหมือนรูปหัวใจมีตาโต ซึ่งนกกลางคืนทุกชนิดมักมีดวงตากลมโตเป็นพิเศษกว่านกกลางวัน กินหนูซึ่งเป็นสัตว์ที่มีกิจกรรมสวนทางกับมนุษย์เป็นอาหารคือ หนูจำนวนมากอาจเป็นศัตรูต่อทรัพย์สมบัติและพืชไร่ของมนุษย์
เพราะหนูเป็นสัตว์กัดแทะ (rodents) ที่มีฟันคู่หน้าที่แข็งแรงหากเราค้นพบแหล่งที่นอนของนกแสก และบริเวณพื้นดินใต้แหล่งที่นกอยู่เป็นประจำเราก็จะพบกากอาหาร (pellets) เป็นแท่งยาวหรือเป็นก้อนคล้ายยาลูกกลอนขนาดใหญ่ตกอยู่เกลื่อนกราด กากอาหารที่เหลือจากการย่อยแล้วนี้ นกได้สำรอกหรือคายออกมาจากทางปาก ซึ่งในแต่ละก้อนจะประกอบด้วย หนัง ขน กระดูก ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของสัตว์เล็กที่นกแสกกินเป็นอาหาร โดยเฉพาะหนูที่เราสามารถมองเห็นหัวกะโหลกเล็ก ๆ และฟันคู่หน้าสีเหลือง ส้มอย่างชัดเจน นอกจากนั้นก็เป็นชิ้นส่วนของแมลงเปลือกแข็ง เช่น ด้วงชนิดต่าง ๆ ที่อาจเป็นศัตรูพืชได้ปะปนอยู่ด้วย หนูขนาดเล็กจะถูกนกแสกและนกเค้าชนิดอื่น ๆ จับกินเสียก่อนที่จะโตและเข้าไปพำนักอาศัยหาเศษอาหารในตลาด หรือชุมชนที่มีอยู่อย่างมากมายเป็นอาหาร และทำให้หนูมีขนาดใหญ่มากจนแมวก็มิอาจจะช่วยปราบหนูได้อีกต่อไป แท่งกากอาหารนี้จะพบตกอยู่ในแหล่งนอนของนกกินเนื้อ และนกกินแมลงทุกชนิด ซึ่งขนาดของแท่งกากอาหารที่พบสามารถบอกขนาดและชนิดของนกได้
ดังนั้นในหลายประเทศที่พบความจริง จึงร่วมมือกันเพื่อช่วยให้นกที่มีประโยชน์ให้พ้นจากชะตากรรม โดยสร้างกล่องไม้ที่เหมาะสม กับนกแสกไว้ให้ตามที่ต่าง ๆ โดยหวังว่านกจะกลับมาใช้ สำหรับในประเทศของเราอาจจะยังไม่สายเกินไปสำหรับกรณีนี้ ควรเป็นที่น่ายินดีและภูมิใจหากได้พบเห็นนกแสกในชุมชนต่าง ๆ เพราะนกเป็นสิ่งบอกถึงความหนาแน่นของจำนวนหนูในชุมชนนั้น ๆ ได้ และนกแสกได้ทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ตามธรรมชาติโดยการเป็นหน่วยลาดตระเวนปราบหนู ด้วยสายตาที่เฉียบแหลมและกรงเล็บที่คมกริบเพื่อช่วยรักษาระบบ สมดุลนี้ไว้ในยามดึกสงัดขณะที่ผู้คนหลับไหลไปด้วยความอ่อนเพลียจากภาระกิจการงาน
กมล โกมลผลิน
บันเทิงคดี พ.ย. 2535 |