ใบประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/903 หน้าแรก   I   กำหนดการดูนก   I   วาดภาพธรรมชาติ  I  ละเมาะไม้  I  ติดต่อเรา  
นกขัติยา
» ผู้ที่สนใจหรือเริ่มต้นดูนก
ดู นก ทำไม ?
การดูนก การจำแนกชนิดเบื้องต้น
การเลือกซื้อกล้องส่องทางไกล
แหล่งดูนกในประเทศไทย
ดูนกในป่า
» ผู้ที่ดูนกอยู่แล้ว
คู่มือรายชื่อนกพื้นที่ต่าง ๆ
คู่มือรายชื่อนกประเทศไทย
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของโลก
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของไทย
» ความรู้เกี่ยวกับนก
สถานภาพนกแบ่งตามฤดูกาล
สถานภาพนกแบ่งตามการอนุรักษ์
New Bird Recoeds for Thailand 1989-1999
» เรื่องเขียนที่น่าสนใจโดย :
กมล โกมลผลิน
ชี่-วิด
ฟิลลิป ราวด์
» สมุดเยี่ยม
ทักทาย
เยี่ยมชม
ภาพวาดประกอบนำมาจาก สมุดบันทึกของ กมล โกมลผลิน
เรื่องเขียนที่น่าสนใจ
ชายทุ่ง ละเมาะไม้ ใกล้บึงน้ำ
โดย กมล โกมลผลิน

เมื่อถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ความหนาวเย็นก็ผ่านพ้นไปจากที่ราบภาคกลาง สีของต้นไม้ในที่ต่างๆ ค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีเขียวไปเป็นเหลือง หรือน้ำตาล บางต้นยืนอยู่อย่างไม่มีใบ เพราะเมื่ออากาศแห้งลงและเปลี่ยนเป็นร้อน เป็นวิธีการอยู่รอดตามธรรมชาติที่ต้นไม้จะต้องทิ้งใบออกเสียบ้าง เมื่อพื้นดินในฤดูนี้ไม่มีน้ำชุ่มฉ่ำเช่นในฤดูฝนและบางต้นยืนเผยโฉมอยู่ในที่โล่ง ผลิดอกสะพรั่งแทนใบเต็มไปหมดทั้งต้น เชื้อเชิญเหล่าแมลงและหมู่นกชนิดต่าง ๆ ที่ยังท่องเที่ยวผ่านไปมาตลอดปลายฤดูหนาวให้แวะลิ้มชิมรสน้ำหวานของดอกไม้ ไม่ว่าจะเป็นทองกวาว งิ้วแดง หรือทองหลาง ด้วยสีสันล่อใจไปทั้งสิ้น ทั้งนี้เป็นความแยบยลของกระบวนการผสมเกสรดอกไม้ตามธรรมชาติพร้อมทั้งคัดเลือกดอกคุณภาพดีเอาไว้ โดยดอกที่อ่อนแอจะล่วงหล่นจากช่อไป ขณะนกลงดื่มน้ำหวานเพื่อผสมเกสร นับเป็นความสมดุลตามระบบของธรรมชาติ ในฤดูนี้ สภาพตามท้องทุ่งจึงมีความงามแตกต่างไปจากที่ผ่านมา

อากาศร้อนลุ่ม ในตอนบ่ายบรรเทาลงด้วยลมที่พัดมาจากทิศใต้ไปเหนือ ที่เด็ก ๆ ตามท้องทุ่งรอคอยทดลองว่าวตัวที่ทำขึ้นใหม่ โดยหวังว่ามันจะขึ้นไปลอยอยู่ในท้องฟ้าได้อย่างหวัง ในเวลาเดียวกันคนในเมืองเริ่มหงุดหงิด เบื่อหน่าย ความอึกทึก และควันพิษที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น สังเกตได้จากตำรวจจราจร ที่ปิดจมูก ปิดปากด้วยผ้ากันฝุ่น นับเป็นสัญญาณเตือนภัยที่เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้นทุกวัน สำหรับคนกลางเมืองดูจะมีทางเลือกไม่มากนัก เพราะพื้นที่สวนสาธารณะที่มีอยู่ไม่กี่แห่งเช่นในกรุงเทพฯย่อมไม่เพียงพอที่จะรองรับประชากรประมาณ 8 ล้านคน ที่เกิดร้อนขึ้นมาพร้อม ๆ กัน อย่างช่วยไม่ได้

แต่คนที่อยู่รอบ ๆ เมือง หรือตามต่างจังหวัด ซึ่งยังพอเคลื่อนที่ได้เร็ว ย่อมมีทางเลือกได้ง่ายกว่า ถึงแม้ว่าป่าสงวน หรือไม่สงวน รวมทั้งพื้นที่ธรรมชาติหลายแบบ ได้วอดวายหมดสิ้นไปแล้วมากมาย จนปรากฏเป็นภัยขึ้นในหลาย ๆ แห่งซึ่งเป็นบทเรียนแห่งความรันทดที่ต้องจดจำ

เราจะ (หนี) ไปที่ไหนกันดี ที่ไม่ไกลเกินกำลังนัก และสามารถอยู่กับความสงบ ร่มเย็น ได้พักผ่อนจิตใจ และเพลิดเพลินกับธรรมชาติรอบ ๆ ตัว

ที่ ชายทุ่ง ละเมาะไม้ใกล้บึงน้ำ ดูจะเป็นไปได้มากที่สุดดูจากสถานการณ์ทั่วไป เพราะไม่ต้องเดินทางไปไกลมากนัก เพียงแต่ออกมาให้ถึงชานเมือง โชคดีที่คนไทยกินข้าวเป็นอาหารหลักซึ่งทำให้พอหาทำเลที่สงบเหมาะสมได้ตามชายทุ่งนี้

ที่ชายทุ่ง ซึ่งมีละเมาะไม้ใกล้กับแหล่งน้ำเหล่านี้ ในยามเช้าตรู่จะมีสรรพเสียงของนก แมลง และกบเขียดเล็ก ๆ อันเป็นเสียงดนตรีธรรมชาติที่ผสมกลมกลืนกันอย่างลึกซึ้ง ประกอบกับบรรยากาศยามเช้าที่งดงาม และสำหรับผู้ที่ชอบดูนกในธรรมชาติ สภาพธรรมชาติลักษณะนี้ย่อมเป็นที่ถูกใจ เพราะเป็นแหล่งอาศัยหากินของนกในที่โล่งที่จะพบได้มากกว่า 20 ชนิด และแต่ละชนิดก็มองเห็นตัวได้ไม่ยากนัก ซึ่งในช่วงฤดูเช่นนี้ยังมีนำประจำถิ่นและนกย้ายถิ่นในฤดูหนาวที่เข้ามาสมทบและยังอยู่ในประเทศไทย อีกเป็นจำนวนมากตามสภาพธรรมชาติลักษณะต่าง ๆ เช่น นกกระสาแดง ยืนคอยาว จับจ้องหาปลาอยู่ริมกอธูป เจ้านกกระปูดเล็กแอบซุ่มรอแดดอยู่ในกอหญ้า นกกะเต็นอกขาวสาละวนจ้องเขม็งเล็งหาปลา นกอีล้ำว่ายน้ำลอยเก็บกินดอกพืชน้ำ นกยอดหญ้าหัวดำจับอยู่บนปลายดอกธูปแล้วร่อนลงจับแมลงตามชายน้ำและคันนา นกพลิกตัวสีเข้มเดินเลาะลัดอยู่ตามกอจอกแหนที่ลอยน้ำราวกับพรมสีเขียวเหลืองที่ปูลาดไว้บนผิวน้ำ เจ้าเป็ดผีตัวน้อยที่ชอบหลบหนีหายตัวได้อย่างลึกลับ หลบออกไปหากินไกลลิบที่ชายบึงสูงขึ้นไปในอากาศก็ไม่ว่างเปล่า แต่มีนกจาบคาหัวเขียวร่อนแฉลบไล่จับแมลงกินอยู่ไปมา และเสียง กรีด – กรีด ก้อง กังวาลดังมาจากเจ้านกกิ้งโครงคอดำ ตัวผู้คู่กับตัวเมียเกี้ยวกันอยู่บนต้นกล้วยนั่นเอง

แดดจัดจ้า ลมร้อนพัดวูบมาเมื่อเวลาสายมากขึ้น กิจกรรมที่ชายทุ่งละเมาะไม้ใกล้บึงน้ำเริ่มน้อยลงเมื่อเวลาคล้อยไปจนใกล้เที่ยงทุกอย่างก็สงบนิ่ง เมื่อชีวิตใหญ่น้อยหลบเข้าหาร่มเงาและพักผ่อนขณะที่ความร้อนผ่าวแผ่กระจายไปทั่ว และเมื่อถึงเวลาบ่ายแสงแดดอ่อนลงอีกครั้ง ชีวิตและลีลาในท้องทุ่งก็เริ่มปรากฎขึ้นอีกทีละน้อยจนเป็นการแสดงฉากใหญ่มโหฬาร เวลาผ่านเรื่อยมากระทั่งท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มผสมกับเมฆเทาทะมึน ที่ค่อย ๆ เคลื่อนบดบังสีส้มแสดลงไปทีละน้อย จนในที่แห่งนั้นอยู่ในความสงบ และมีสีเทาเข้ม สอดแทรกด้วยเสียงเขียด แมลง และเสียง วีด-วี่-วิด เป็นช่วง ๆ ของฝูงนกเป็ดแดงที่ดังแว่วมาแต่ไกล การแสดงยังคงมีต่อไปเช่นนี้ ทุก ๆ วัน...

กมล โกมลผลิน
"บันเทิงคดี" มี.ค. 2535

กลับไปหน้าแรก
© Copyright http://www.lamnaoprai.com All rights reserved.