เช่นเดียวกับป่าชายเลนตามชายฝั่งทะเล ซึ่งได้สูญหายวอดวายไปนับไม่ถ้วน โดยมีสาเหตุใหญ่มาจากการพัฒนาประมงชายฝั่งอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด โดยต่างคนต่างฉกฉวยใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชายเลน นับเป็นการมองแคบและมองระยะสั้นในการมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว โดยปล่อยให้มีการทำลายป่าชายเลนซึ่งมีประโยชน์นานัปการ การส่งเสริมอาชีพบ่อปลา นากุ้ง ควรมีขอบเขตการจัดสรรพื้นที่ตามแบบแผนที่เหมาะสม คำนึงประโยชน์ในระยะยาวของผู้คนส่วนรวมในอดีต 20 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์มากเป็นแนวปราการ หรือแนวกันชนธรรมชาติ (buffer zone) ระยะทางจากชายฝั่งนับเป็นสิบ ๆ กิโลเมตรโดยเฉพาะชายฝั่งตะวันออก แต่บัดนี้กลายเป็นบ่อปลา นากุ้ง กว้างไกลสุดสายตา
ป่าชายเลน (mangrove intertidal forest) เป็นป่าลักษณะพิเศษที่พบเฉพาะในภูมิภาคเขตร้อน (tropical zone) เป็นพื้นที่ที่มีน้ำกร่อยหรือน้ำเค็มท่วมถึง พื้นดินอ่อนเป็นเลน แฉะเหลว ใกล้ทะเล ปากแม่น้ำ ทะเลสาบ หรือเกาะต่าง ๆ พื้นที่ป่าชายเลนของโลกมีอยู่ประมาณ 96.15 ล้านไร่ กระจายอยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกากลางและใต้ 36.13 ล้านไร่ในเขตร้อน ทวีปอาฟริกา 21.37 ล้านไร่ และอยู่ในเขตร้อนของทวีปเอเซีย 39.22 ล้านไร่ เมื่อเปรียบเทียบกับป่าบกจะมีเพียง 0.6 % ของพื้นที่ป่าบกซึ่งมี 18.550 ล้านไร่
ปัจจุบันประเทศไทย มีป่าชายเลนเหลืออยู่เพียง 1.1 ล้านไร่ และกำลังลดลงทุกปี ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีป่าชายเลน เช่น บังคลาเทศ 2.6 ล้านไร่ อินเดีย 2.3 ล้านไร่ อินโดนีเซีย 22.5 ล้านไร่ มาเลเซีย 1.4 ล้านไร่ เวียดนาม 1.8 ล้านไร่ (* สยามสมาคมฉบับพิเศษ ป่าชายเลน สนิท อักษรแก้ว พิมพ์ครั้งที่ 1/2528)
ป่าชายเลนเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่ายิ่ง ในอดีตเราได้ประโยชน์โดยตรงจากป่าไม้ชนืดนี้ในด้านป่าไม้ และประมงเพราะป่าชายเลนเป็นแหล่งอาหารแหล่งเกิดและเจริญเติบโตของสัตว์น้ำนานาชนิด เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ซึ่งวงจรชีวิตของสัตว์เหล่านี้เกี่ยวข้องอยู่กับป่าชายเลน โดยที่เป็นแหล่งผลิตอาหารและแร่ธาตุหลายชนิด ที่เกิดจากการร่วงหล่นของใบละผลของพืชที่เน่าเปื่อยสลายตัวเป็นธาตุอาหารของพวกจุลชีวัน (Micro organisms) เมื่อจุลชีวันเติบโตก็เป็นอาหารของสัตว์น้ำที่มีขนาดโตขึ้น และสัตว์น้ำที่โตกว่าก็กินสัตว์น้ำที่เล็กกว่าตามลำดับ (Trophic level) และในขั้นสุดท้าย กุ้ง หอย ปู ปลา เหล่านั้นก็กลายเป็นอาหารโปรตีนของมนุษย์ (Top carnivores) เป็นวัฏจักร
ป่าชายเลนจึงมีการหมุนเวียนของธาตุอาหารอันเกิดขึ้นจากกิจกรรมต่าง ๆ ตามระบบนิเวศน์ของป่าชายเลน ซึ่งมีความสัมพันธ์กับสัตว์น้ำเป็นอย่างมาก หากป่าชายเลนถูกทำลายความสัมพันธ์นี้จะถูกทำลายไปด้วย และในที่สุดเราก็จะขาดแคลนทรัพยากรสัตว์ทะเล
เรือเครื่องติดท้ายวิ่งมุ่งหน้าไปตามหลองซึ่งหนาแน่นเขียวชอุ่มไปด้วยต้นโกงกางที่ยื่นรากโค้ง โก้งเก้ง โกงกาง ออกมาจากโคนต้นปักยึดไว้กับดินเลน เกือบทุกรากมีตัวเพรียงกับหอยนางรมเกาะอยู่แน่นขนัด อันแสดงถึงระดับน้ำที่ท่วมถึงรากเหล่านั้น และความเป็นแหล่งอาหารอันอุดมของปลาที่กินตัวเพรียงและหอยนางรม ซึ่งจะออกมาเปิดฝาเมื่อน้ำท่วมถึงตัวจึงตกเป็นอาหารของปลาหลายชนิด ฝักโกงกางแขวนอยู่เป็นทิวทั่วไปทุกต้นเป็นฝักเขียวยาวตรงคล้ายถั่วฝักยาวห้อยดิ่งพร้อมที่จะตก และปักลึกลงในพื้นเลนรอบข้างเพื่อซ่อมบำรุงเผ่าพันธุ์ของโกงกางมิให้ขาดหายไป
จากความอุดมสมบูรณ์นี้เอง ทำให้ป่าชายเลนเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าและนกอีกหลายชนิดด้วยกัน เช่น ฟินฟุท Masked Finfoot ( Heliopais personata ) เป็น 1 ใน 3 ชนิด ของนกฟินฟุทที่มีอยู่ในโลก ซึ่งพบตามลำธารน้ำและแหล่งน้ำในป่าบางแห่งด้วยเช่นกัน เป็นนกที่พบเห็นได้ไม่ง่ายนักในปัจจุบัน นกฟินฟุท ทั้ง 3 ชนิดพบเฉพาะในเขตร้อนของโลก ชนิดที่พบในทวีปอาฟริกามีขนาดใหญ่ที่สุด รองลงมาเป็นชนิดที่พบในทวีฟอเมริกากลางและใต้ และที่พบในเอเซียใต้ เช่น ประเทศไทย มาลายู ลงไปถึง สุมาตราเป็นชนิดที่เล็กที่สุด ฟินฟุท เป็นคำเรียกชื่อนกตามภาษาอังกฤษ ซึ่งแปลได้ว่านกตีนครีบ fin หมายถึงครีบ และ foot หมายถึง ตีนหรือเท้า นกฟินฟุทมิใช่เป็ดแต่มีลักษณะบางประการที่คล้ายคลึง ชาวบ้านที่เคยพบเห็นจึงเรียกว่า เป็ดป่า นกฟินฟุท มักจะว่ายน้ำโดยทำคอยาวโยกไปข้างหน้าและกลับมาด้านหลัง เป็นจังหวะรับกับการเคลื่อนตัวซึ่งคล้ายคลึงนกอ้อยงั่ว ด้วยการที่เป็นนกที่ว่ายน้ำหากินสัตว์น้ำและวัชพืชน้ำเป็นอาหาร นกฟินฟุทจึงมีตีนเป็นแผ่นหนังที่จะช่วยในการว่ายน้ำ ที่มีความแตกต่างไปคือ แผ่นหนังไม่ได้เชื่อมต่อกันทุกนิ้ว เช่นตีนเป็ดแต่จะคอดและโค้งตามข้อนิ้วลักษณะคล้ายใบมะกรูด ซึ่งนอกจากใช้ว่ายน้ำได้ดีแล้วยังใช้เดินบนเลนได้รวดเร็วอีกด้วย นกฟินฟุทมักหากินตอนเช้าตรู่ แล้วจึงขึ้นพักบนฝั่ง ที่มีดงไม้ใกล้น้ำ ๆ หรือยืนพักผ่อนบนกิ่งไม้ริมน้ำ ซึ่งตีนของนกฟินฟุท จะมีความเหมาะสมกับสภาพดังกล่าวมากกว่าหนองบึงในที่โล่งอันเป็นที่อาศัยหากินของเป็ด
หากป่าชายเลนได้รับความสนใจจากผู้คนที่มองเห็นคุณค่าและได้รับการอนุรักษ์ไว้ร่วมกัน ประโยชน์ที่จะได้รับนั้นมีมากมหาศาลซึ่งไม่สามารถให้ผลในชั่วพริบตา เช่นการตัดโค่นไม้ทำลายป่าโกงกางเพื่อเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาเสียจนหมด และเมื่อเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับเราได้ทำลายธนาคารพันธุ์สัตว์ทะเลแห่งใหญ่ ที่เราสามารถใช้ประโยชน์เป็นอาหารไปอีกหลายชั่วคน นอกจากนั้นแล้วยังเป็นประโยชน์ในด้านอื่นอีก เช่น ความงดงามของธรรมชาติ พันธุ์ไม้ในป่าโกงกางนั้นมี ลักษณะพิเศษอันเป็นแหล่งสำหรับท่องเที่ยวเพื่อชื่นชมความงดงาม และทัศนศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศน์ของป่าไม้และถ้าพันธุ์พืชชนิดต่าง ๆ ได้รับการวิเคราะห์วิจัยหารายละเอียดก็อาจนำมาใช้ประโยชน์ได้ ทั้งนี้การใช้ประโยชน์จากธรรมชาติก็จะต้องมีพื้นฐานของความเข้าใจถึง ความสมดุล มิเช่นนั้นแล้วก็คือการทำลายอย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
ความเข้าใจถึงความสัมพันธ์สอดคล้องของสรรพสิ่งธรรมชาตินำไปสู่ความคิดที่จะรักษาธรรมชาติไว้ทั้งระบบ เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนถาวรต่อไปในอนาคต กมล โกมลผลิน
บันเทิงคดี ก.พ. 2536 |