ใบประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/903 หน้าแรก   I   กำหนดการดูนก   I   วาดภาพธรรมชาติ  I  ละเมาะไม้  I  ติดต่อเรา  
นกขัติยา
» ผู้ที่สนใจหรือเริ่มต้นดูนก
ดู นก ทำไม ?
การดูนก การจำแนกชนิดเบื้องต้น
การเลือกซื้อกล้องส่องทางไกล
แหล่งดูนกในประเทศไทย
ดูนกในป่า
» ผู้ที่ดูนกอยู่แล้ว
คู่มือรายชื่อนกพื้นที่ต่าง ๆ
คู่มือรายชื่อนกประเทศไทย
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของโลก
นกในพื้นที่ภูมิสัตวศาสตร์ของไทย
» ความรู้เกี่ยวกับนก
สถานภาพนกแบ่งตามฤดูกาล
สถานภาพนกแบ่งตามการอนุรักษ์
New Bird Recoeds for Thailand 1989-1999
» เรื่องเขียนที่น่าสนใจโดย :
กมล โกมลผลิน
ชี่-วิด
ฟิลลิป ราวด์
» สมุดเยี่ยม
ทักทาย
เยี่ยมชม
ภาพวาดประกอบนำมาจาก สมุดบันทึกของ กมล โกมลผลิน
เรื่องเขียนที่น่าสนใจ
ไปชายทะเล ดูนกกินเปี้ยว กินปู
โดย กมล โกมลผลิน

อากาศร้อนระอุ ของเดือนเมษา ทำให้หลายคนอยู่ไม่เป็นสุขและคิดไกลไปถึงทะเล ชายหาดสีขาว เสียงลมเสียงคลื่นกระทบชายฝั่ง และการมีโอกาสเอนกายสบาย ๆ ใต้ร่มไม้ใหญ่ชายทะเล โชคดีกว่าอีกหลายประเทศที่เรามีชายทะเลถึง 2 ด้าน คือด้านตะวันตกเป็นทะเลอันดามันที่งดงาม และด้านตะวันออกคืออ่าวไทยก็งดงามเช่นกัน แต่ในความเป็นทะเลนั้นใช่ว่าจะมีแต่หาดทรายขาวกับน้ำทะเลสีเขียวครามไปเสียหมดทุกแห่งหน และก็มิใช่ว่าจะเป็นที่สำหรับมนุษย์ใช้พักผ่อนแต่ฝ่ายเดียว แต่ธรรมชาติได้บรรจงสร้างทะเลให้มีหลายแบบมีความงดงามและมีประโยชน์แตกต่างกันไปหลายลักษณะ ทั้งนี้เพื่อการดำรงชีวิตของสรรพสิ่งมีชีวิตซึ่งมีอยู่มากมายที่อาศัยทะเลร่วมกัน พืชและสัตว์เหล่านั้นมีชีวิตเกี่ยวเนื่องและสัมพันธ์กัน เช่นเดียวกับระบบนิเวศน์สภาพธรรมชาติบนพื้นแผ่นดินที่มี ป่าเต็งรัง ป่าดิบชื้น เป็นต้น ซึ่งทะเลก็จะมีสภาพของธรรมชาติอันเหมาะสมเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์และพืช แต่ละพวก แต่ละชนิด เช่น หาดทรายขาว หาดทรายดำ และป่าชายเลน เป็นต้น

หาดทรายขาว ดูเหมือนจะเป็นแหล่งที่ มีผู้คนมาเยือนมากกว่าแหล่งอื่น ๆ เพราะทะเลมีสีสัน น้ำใส และทรายสะอาด แต่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่น้อยกว่าแหล่งอื่น เพราะมีธาตุอาหารซึ่งเป็นซากพืชและสัตว์และจุลชีพ น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับหาดทรายดำซึ่งเป็นทรายปนดิน อันเกิดจากตะกอนของอินทรีย์สาร ซึ่งมีซากพืชและสัตว์เล็ก ๆปะปนอยู่มากมาย เป็นวงจรอาหารที่ซับซ้อนกว่า เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ทะเลชนิดต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งนกชายเลนที่มาลงกินหนอนและไส้เดือนทะเลชนิดต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งนกชายเลนที่มาลงกินหนอนและไส้เดือนทะเลอีกทอดหนึ่ง แต่พื้นที่ซึ่งนับว่ามีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ของทะเล คือ ป่าชายเลน หรือป่าโกงกาง เป็นบริเวณที่น้ำท่วมเมื่อน้ำขึ้น มีพื้นดินเป็นเลนโคลนเมื่อน้ำลดลง มักอยู่ใกล้ปากแม่น้ำใหญ่กับทะเล มีพืชสังคมป่าชายเลนขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น เช่น แสม โกงกาง ตะปูน เป็นต้น เป็นแหล่งอาหาร แหล่งกำเนิด รวมทั้งยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเลวัยอ่อนก่อนโตออกไปสู่ทะเลลึก ซึ่งซากพืชและสัตว์ในป่านี้จะเปื่อยสลายกลายเป็นอาหารอันอุดมของพวกลูกกุ้ง หอย ปู ปลา ซึ่งเกิดในที่นี้ได้เป็นอย่างดี

และในป่าชายเลนนี้ เช่นกัน เป็นแหล่งอาศัยของนกที่สวยงาม และมีประโยชน์อีกหลายชนิด ซึ่งใช้เวลาเกือบทั้งหมดของชีวิตอยู่ในป่าลักษณะนี้ เช่น นกกินเปี้ยว White-collared Kingfisher ( Halcyon chloris ) ขนาดประมาณ 24 ซม. เป็นนกประจำถิ่น ในประเทศไทยที่มีสีสวยสะดุดตา และพบตามพื้นที่ติดต่อป่าชายเลน และชายทะเลทั่วไป เป็นนกที่จับปูได้เก่ง เช่นเดียวกับจับปลา จนได้ชื่อว่า นกกินเปี้ยว เพราะ “เปี้ยว หรือปูเปี้ยว เป็นปูขนาดเล็กที่คนไม่นิยมกินเพราะมีรสออกเปรี้ยว” นกมักเกาะอยู่ตามกิ่งไม้ หรือตอไม้ไม่ไกลจากชายเลน เมื่อเห็นปูก็จะพุ่งตัวดิ่งลงจับปูเล็ก ๆ เหล่านั้น แล้วนำไปฟาดกับกิ่งไม้เพื่อให้ปูตาย ก้ามหลุดและนิ่มลงจึงกลืนลงคอ บางครั้งมีการต่อสู้ยืดเยื้อเพื่อเอาปูออกจากรู ซึ่งสังเกตได้จากรอยเปื้อนโคลนที่หน้าและหน้าอกซึ่งมีขนขาวสะอาด นกกินเปี้ยวทำรังโดยเจาะโพรงเข้าไปในรังปลวกที่อยู่บนต้นไม้ โพรงส่วนมากสูงจากพื้นดินประมาณ 3 เมตร มักเจาะโพรงไว้ตามรังปลวกต้นไม้หลายแห่ง เพื่อเลือกและทำให้ศัตรูสับสน ปากโพรงกว้างประมาณ 6 1/2 ซม. ก้นโพรงเป็นหลุมกว้างใช้วางไข่สีขาว 2 ถึง 5 ฟอง ตัวผู้และตัวเมียผลัดกันกกไข่ซึ่งใช้เวลาประมาณ18 วัน จึงออกเป็นตัว พ่อและแม่นกจะเลี้ยงลูกที่เกิดใหม่ โดยอมปลาเล็กไว้ให้นุ่มลงแล้วจึงขยอกป้อนลูก และเมื่อลูกนกโตขึ้นพ่อและแม่นก จะใช้วิธีวางอาหารไว้ให้บนพื้นรังในบางครั้ง เพื่อให้ลุกนกเรียนรู้การฝึกจับปลาเข้าปากเอง นกมีสัญชาติญาณการหลีกเลี่ยงภัย เช่น เมื่อลูกนกจะถ่ายมูลมันจะเลื่อนตัว หันก้นออกไปทางปากโพรงแล้วถ่ายด้วยความแรงทำให้มูลมูลลูกนกพุ่งไกลออกไปตกห่างรัง ปลอดภัยจากการติดตามกลิ่นโดยศัตรู เช่น มด และสัตว์กินเนื้ออื่น ๆ และโพรงที่มีลูกของนกกินเปรี้ยวมกมีกลิ่นแรงเกิดจากซากปูปลาที่ตกค้าง แต่ก็นับว่านก เรียนรู้การรักษาความปลอดภัยของตัวเองโดยสัญชาติญาณ ขณะล่องเรือ ชมเกาะโขดหินริมทะเล หรือเลาะลัดเข้าไปตามป่าโกงกางใกล้ปากแม่น้ำ หรือหมู่บ้านประมงที่งดงาม เราอาจได้ยินเสียง แจ๊ก-แจ๊ก-แจ๊ก ซ้ำ ๆ ยาวติดต่อกัน ครั้งละ 5-6 พยางค์ดังชัดเจน และถ้าติดตามค้นหาก็จะพบเจ้าของเสียง ที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศของชายทะเล ไม่ว่าจะเป็นสวนมะพร้าว ที่ร่มรื่นตามคลองลำประโดง ในสวนที่ไม่ห่างจากปากแม่น้ำ เจ้าของเสียงนั้นมีสีฟ้าสดที่หัว หลัง ปีก และหาง และสีส่วนล่างนั้นขาวสะอาด จับอยู่ตามต้นไม้แห้งแถวนั้นเองมิใช่ใครอื่น เจ้านกกินเปี้ยวสีสวยที่อยู่เป็นสัญลักษณ์ของริมทะเล และเป็นเพื่อนบ้านของชาวประมงมานานแสนนาน คอยช่วยกินปู ควบคุมปูไว้ไม่ให้มีมากเกินไป จนอาจกัดกินทำลายต้นพืชอ่อนในบริเวณนั้นได้ นกมีประโยชน์ ต่อมนุษย์หากเราใช้ความสังเกตพฤติกรรมและความเป็นอยู่ของนก แต่ขั้นตอนการดำเนินชีวิตนั้นมีภัยอยู่ทุกขณะ ซึ่งภัยร้ายแรงที่สุดของนกและสัตว์ต่าง ๆ ก็คือ มนุษย์นั่นเอง เพราะสามารถทำลายทุกอย่างให้สิ้นซากหมดไปโดยไม่ยาก เป็นที่น่าเสียดาย ที่ป่าโกงกางอันเป็นแหล่งอาศัยของนกกินเปี้ยว และเป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้านอันสุขสงบ และกลมกลืนหลายแห่งได้ถูกผู้คนที่มองเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวทำลาย และเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติหมดไปทุก ๆ วัน ด้วยขาดสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมซึ่งมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน ประกอบกับขาดความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาที่มีแบบฉบับ และรากฐานที่ดี ซึ่งการรุดหน้าทางวัตถุอย่างเดียวทำให้มนุษย์หมดสภาพเร็วขึ้น เนื่องจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วร้ายแรง อันเนื่องมาจากการทำลายและเมื่อถึงวันนั้นก็คงไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ที่เป็นประโยชน์อีกต่อไป

กมล โกมลผลิน
"บันเทิงคดี" พ.ค. 2535

กลับไปหน้าแรก
© Copyright http://www.lamnaoprai.com All rights reserved.