เรามักได้ยิน บางคนพูดว่า ตราบใดที่ท้องยังไม่อิ่ม เรื่องอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คงยังเป็นเรื่องที่อยู่อีกไกลที่จะคิดถึง
ฟังดูแล้วคล้าย จะเป็นเช่นนั้น แต่ถ้าคิดอย่างไตร่ตรองก็จะเกิดความเข้าใจว่า ในทางตางกันข้ามเราจะอยู่อย่างลำบากถ้าไม่รู้ไม่สนใจเรื่องอนุรักษ์ธรรมชาติและสภาพแวดล้อม ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้เกิดความหิวโหยมากขึ้น หรือเกิดความอดอยากจนถึงที่สุดได้อย่างแน่นอน ซึ่งตัวอย่างได้เกิดขึ้นแล้วในหลาย ๆ ประเทศ หรือแม้กระทั่งในประเทศของเราเอง เพราะสภาพแวดล้อมธรรมชาติถูกทำลายจนหมดไป ทรัพยากรธรรมชาติถูกใช้ไปจนหมด ไม่มีการถนอมไว้เผื่อใช้ในอนาคต เกิดการทดแทนไม่ทัน
มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ครั้งที่ไปประชุมฟังแถลงข้อเท็จจริง จากกรมประมงเกี่ยวกับการระบายน้ำออกจากบึงบอระเพ็ด อันทำให้เกิดการกระทบกระเทือนต่อระบบนิเวศน์ในบริเวณนั้น เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ท่านได้เสริมต่อจากข้อความข้างบนขึ้นว่า คิดว่าขณะนี้ปากท้องของคนเราพออิ่มกันบ้างแล้ว จึงมีเวลาหันมาสนใจเรื่องอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ก็มีอาจารย์ที่ไปร่วมประชุมด้วยท่านหนึ่งเอ่ยตอบขึ้นทันควันว่า อาจเป็นเพราะว่าคนเรารู้ว่าใกล้จะตาย (หรือกลัวจะอยู่ไม่ได้แล้วก็ได้) จึงหันมาสนใจเรื่องนี้กัน ซึ่งก็ถูกจุดมากที่อยากจะต่อออกไปอีกว่า บางทีอาจจะอิ่มไปได้อีกไม่นาน เพราะปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นล้วนเกี่ยวข้องกับทุกชีวิตบนโลกนี้อย่างเป็นโยงใยต่อเนื่องกันหมด บางอย่างดูมิใกล้ตัวนัก แต่บางอย่างก็เห็นได้อย่างชัดเจนและเป็นปรากฏการณ์ (สัญญาณเตือนภัย) ใหม่ ๆ เช่น ตำรวจจราจรในกรุงเทพฯ มีผ้าปิดจมูกปากขณะปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นปกติ เป็นเสมือนเครื่องแบบอีกอย่างหนึ่งของตำรวจจราจรไปแล้ว ขณะนี้หลายคนที่ไม่คิดอาจรู้สึกเคยชิน หรือตัวอย่างที่ไกลชาวเราออกไป เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช และที่ใกล้เคียง เมื่อ พ.ศ. 2532 ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานีบริการน้ำมันหรือเจ้าของโรงเลื่อย ซึ่งท้องอิ่มดีมาก ก็หลีกไม่พ้นความหายนะ ที่เกิดขึ้นเท่า ๆ กันกับชาวบ้านทั่วไป อันเป็นผลจากการสูญเสียความสมดุลทางธรรมชาติอย่างรุนแรง และสาเหตุก็มาจากการทำลายและต้องการให้ท้องอิ่มโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด
ภัยอันตราย อันรุนแรงเหล่านี้อาจยังไม่เกิดขึ้นทุกแห่งพร้อมกัน (แต่มีความเป็นไปได้สูงพูดแบบนักวิชาการในโทรทัศน์) แล้วเราจะไปดูนกที่ไหนกัน ถ้าไม่ช่วยกันหาหนทางแก้ปัญหา หรือหาทางช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา เพราะเมื่อถึงวันนั้นทุกอย่างก็สายเกินไป
กมล โกมลผลิน 24 กุมภาพันธ์ 2535 บทบรรณาธิการ ข่าวสารชมรมดูนกกรุงเทพ มีนาคม 2535