เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ในบ้านเรามีผู้คนสนใจ เรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นความนิยมที่คล้อยตามกันไปตามสมัย (แฟชั่น) แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี เพราะอันที่จริงแล้วเรื่องสิ่งแวดล้อมนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคนและอยู่ใกล้กับทุกชีวิต และย่อมไม่มีผู้ใดปฏิเสธว่าไม่ต้องการอากาศบริสุทธิ์เพื่อหายใจ แต่ก็พวกเรา (มนุษย์) กันเองนี่แหละที่มองเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวมากเกินไป จนสร้างความเป็นพิษ ขึ้นเพื่อทำลายกันเอง
ในปัจจุบัน ป่าไม้ในบริเวณเส้นศูนย์สูตรของโลก สูญสิ้นหมดไปอย่างน่ากลัว และเกิดความเป็นเมืองขึ้นมากมาย และความเป็นเมืองยิ่งขึ้นมากนั้น ก็คือ ความเป็นพิษมากขึ้นนั่นเอง จะเห็นได้จากมีสารเคมีที่กลายเป็นของเหลือทิ้งที่ทำลายยาก เช่น โฟม พลาสติก ฯลฯ มากขึ้น และคนเป็นจำนวนมากยอมรับอย่างง่ายดายว่า นั่นคือสัญลักษณ์ของความเจริญ ความร้อน จากการใช้รถยนต์บนถนนที่แออัดยัดเยียดของเมืองใหญ่ทั่วโลก บวกกับความร้อนจากโรงงาน และการระบายความมีพิษสู่ท้องฟ้า (อากาศ) และการลงสู่ลำน้ำทั่วโลก เราไม่อาจนั่งมองสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเราอย่างเดียวได้เพราะมันเกิดขึ้นทั่วโลก เพราะถ้ามองเพียงในบ้านเมืองเรา หลายคนก็อาจจะยังไม่รู้สึก และคิดว่ายังน้อย แต่เมื่อเรานึกถึงภาพของโลกเราก็จะเห็นชัดขึ้นทุกที และโลกกำลังร้อน (Global warming) ก็เป็นเรื่องจริงที่อาจจะเกิดสัญญาณบางอย่างขึ้นบนโลกนี้ในประมาณ 40 กว่าปีในอนาคตถ้าไม่รีบแก้ไขในต่างประเทศได้มีการเคลื่อนไหวกันมาก ในประเทศเราล่ะ เราเคยมีป่าไม้เป็นเครื่องกรองอากาศอันยิ่งใหญ่ที่มนุษย์ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้นั้น ขณะนี้กำลังชำรุดเสียหาย เกิดความเจริญจากการพัฒนาหลายอย่างที่ทิ้งซากอันเป็นอันตรายอย่างถาวรต่อมนุษย์ ทั้งมวลไว้มากมายเข้ามาแทนที่
ถ้าเราไม่รัก และไม่สนใจเรื่องนก ก็คงจะต้องเดินทางอีกไกล หรือใช้เวลาค้นหาอีกนานกว่าจะรู้ว่านกนั้นช่วยกระจายพันธุ์ไม้ และเที่ยวเพาะกล้าไม้ทั่วพื้นที่ที่มันอาศัยอยู่ เพราะเมื่อมันกลืนเม็ดผลไม้เข้าไปเมล็ดนั้นจะได้รับการบ่มด้วยอุณหภูมิอันเหมาะสมในกระเพาะนก และจะงอกเป็นต้นไม้อย่างรวดเร็วเมื่อนกถ่ายเมล็ดพืชนั้นตกลงตามพื้นดิน เหล่านี้เป็นความจริงที่จะประจักษ์ได้โดยมิต้องอาศัยตำราเล่มใด
เมื่อมีความเข้าใจ เรื่องหนึ่งแล้ว เราก็สามารถเข้าใจเรื่องอื่น ๆ อันเกี่ยวข้องกันอย่างละเอียดอ่อนในธรรมชาติได้ง่ายขึ้น และนำไปถึงการเข้าใจระบบนิเวศน์และความสมดุลของวงจรชีวิตของสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ร่วมกัน
ดังนั้น ชมรมดูนกกรุงเทพ จึงเห็นความสำคัญของการถ่ายทอดสิ่งที่ดีเหล่านี้ต่อเพื่อนสมาชิกในชมรมฯของเราและสังคม เพื่อร่วมกันตระหนัก หวงแหน และเห็นคุณค่า สมบัติธรรมชาติของมวลมนุษย์ชาติ ซึ่งควรรักษาถนอมไว้ใช้ร่วมกันอย่างยิ่ง และให้ยืนนาน
กมล โกมลผลิน
6 มิถุนายน 2534
จากบทบรรณาธิการ ข่าวสารชมรมดูนกกรุงเทพ สิงหาคม 2534 |